คดีทุจริตสวนสัตว์ในอินโดนีเซียนำไปสู่การตรวจสอบสวัสดิภาพสัตว์อีกครั้ง คดีทุจริตที่ถูกกล่าวหาในสวนสัตว์สุราบายาของอินโดนีเซียทำให้เกิดการตรวจสอบวิธีการกำกับดูแลสถาบันอนุรักษ์สัตว์ป่าของประเทศอีกครั้ง และทำให้ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการทุจริตทางการเงินอาจส่งผลกระทบเกินขอบเขตการเงินสาธารณะไปถึงสวัสดิภาพของสัตว์ที่ต้องพึ่งพาการดูแลจากมนุษย์ทั้งหมด การสอบสวนครั้งนี้ยังจุดประเด็นเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลและความรับผิดชอบที่เข้มงวดขึ้น เพื่อให้สถาบันอนุรักษ์ปกป้องทั้งทรัพยากรสาธารณะและสัตว์ป่าที่อยู่ในความรับผิดชอบ อัยการจังหวัดชวาตะวันออกตั้งข้อหาอดีตผู้บริหารสวนสัตว์สุราบายาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2026 ในคดีทุจริตงบประมาณดำเนินงานระหว่างปี 2016 ถึง 2024 โดยประเมินความเสียหายของรัฐไว้ที่ 10.2 พันล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 564,000 ดอลลาร์
แนวโน้มรายงานข่าวกราดยิงในต่างประเทศ จากการนำเสนอเรื่องราว 'ผู้ก่อเหตุ' สู่การให้ความสำคัญกับ 'เหยื่อ' บทวิเคราะห์แนวโน้มการรายงานข่าวกราดยิงในต่างประเทศช่วง 15 ปีที่ผ่านมา พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อหลายแห่งเริ่มปฏิเสธเอ่ยชื่อผู้ก่อเหตุ ตามแนวคิด "No Notoriety" ที่ก่อตั้งโดยครอบครัวเหยื่อเหตุกราดยิง งานวิจัยยังพบจุดเปลี่ยนในปี 2012 ที่สื่อเริ่มลดการเอ่ยชื่อผู้ก่อเหตุ ขณะที่กรณีศึกษาเหตุกราดยิงไครสต์เชิร์ชปี 2019 พบว่าแม้อัตราการปฏิบัติตามแนวทางลดชื่อเสียงผู้ก่อเหตุจะสูงในภาพรวม แต่กลับต่ำลงในข่าวที่ถูกแชร์มากที่สุดบนโซเชียลมีเดีย สะท้อนว่าวงการสื่อยังอยู่ระหว่างหาจุดสมดุลใหม่
Hate Economy คืออะไร? เมื่อความเกลียดชังกลายเป็นแหล่งรายได้บนแพลตฟอร์มดิจิทัล งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองและจิตวิทยาอธิบายว่าความเกลียดชังไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ถูกผลิตและส่งต่อผ่านกลไกที่มีผู้ได้ประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจ ขณะที่รายงานของ ADL และ TTP พบว่าแพลตฟอร์มอย่าง YouTube และ X ยังคงขึ้นโฆษณาแบรนด์ดังข้างเนื้อหาของกลุ่มเกลียดชัง และเปิดช่องให้กลุ่มเหล่านี้ระดมทุนผ่านฟีเจอร์ปกติของแพลตฟอร์ม ส่วนกรณีของสำนักข่าว TBIJ ในสหราชอาณาจักรปี 2026 แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI และคริปโตเคอร์เรนซีเข้ามาเร่งให้วงจรนี้ทำงานเร็วขึ้น จนเกิดคำเรียกรวมว่า Hate Economy