สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดตัวแอปพลิเคชัน THIM (Thai Immigration Application) อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการให้บริการตรวจคนเข้าเมืองด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งสู่การเป็น Digital Gateway สำหรับชาวต่างชาติ ตั้งแต่ก่อนเดินทางเข้าประเทศจนถึงการพำนักในไทย ภายใต้ 3 เป้าหมายหลัก คือ ความปลอดภัยของข้อมูล การส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัล และการสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดตัวแอปพลิเคชัน THIM (Thai Immigration Application) อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการให้บริการตรวจคนเข้าเมืองด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการพำนักในประเทศไทยให้เข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น
พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก ขณะที่สนามบินและจุดผ่านแดนมีข้อจำกัดทางกายภาพในการรองรับผู้เดินทาง สตม. จึงได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง ควบคู่กับภารกิจด้านความมั่นคง
แอปพลิเคชัน THIM ได้รับการพัฒนาตามแนวคิดที่ต้องการให้การเดินทางและการพำนักในประเทศไทยของชาวต่างชาติมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และไร้รอยต่อ โดยนำบริการด้านตรวจคนเข้าเมืองมาพัฒนาสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่สามารถต่อยอดบริการได้อย่างต่อเนื่อง สร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการให้บริการกับมาตรฐานด้านความมั่นคง
สำหรับบริการปัจจุบันบนแอปพลิเคชัน THIM ประกอบด้วย บัตรขาเข้าประเทศไทยแบบดิจิทัล (Thailand Digital Arrival Card: TDAC) ซึ่งเป็นระบบอย่างเป็นทางการของ สตม. โดยแอปพลิเคชัน THIM เป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ชาวต่างชาติสามารถยื่นแบบ TDAC ได้สะดวกและแม่นยำมากขึ้น พร้อมเชื่อมต่อไปยังบริการอื่นที่เป็นประโยชน์ และฟีเชอร์ Explore Thailand สำหรับเข้าถึงข้อมูล บริการ และสิทธิประโยชน์ระหว่างการเดินทางและพำนัก
ในระยะต่อไป สตม. วางแผนพัฒนาแอปพลิเคชัน THIM ให้เป็นศูนย์รวมบริการด้านตรวจคนเข้าเมืองบนแพลตฟอร์มเดียว โดยมีแผนพัฒนาบริการเพิ่มเติม อาทิ การจองคิวรับบริการ (Queue Booking) การขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Stay) การขยายระยะเวลาพำนัก (Visa Extension) การรายงานตัว 90 วัน (90-Day Report) และการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival)
ทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน THIM ผ่าน 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ App Store, Google Play Store และ Huawei AppGallery ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดรวมกว่า 600,000 ครั้ง และมีผู้ใช้งานมากกว่า 580,000 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 97.2 ของยอดดาวน์โหลด
ด้านความปลอดภัยของข้อมูล สตม. ให้ความสำคัญกับการจัดเก็บและการรักษาความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลชีวมิติ โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตน ทั้งการอ่านข้อมูลหนังสือเดินทางและชิปหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเทคโนโลยี NFC การตรวจสอบบุคคลจริง (Liveness Detection) และการเปรียบเทียบใบหน้า (Face Comparison) รวมถึงการเข้ารหัสข้อมูล การแยกข้อมูลชีวมิติออกจากข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่น และการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
แอปพลิเคชัน THIM พัฒนาบนเทคโนโลยีคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ผ่าน AWS Asia Pacific (Bangkok) Region พร้อมนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาใช้ตั้งแต่การตรวจจับภัยคุกคามและการเข้ารหัสข้อมูล
นอกจากนี้ สตม. ยังได้ต่อยอดฟีเชอร์ Explore Thailand เพื่อเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์และคูปองจากพันธมิตรภาคเอกชน โดยผู้ใช้งานสามารถนำ QR Code หรือ Promotion Code ไปใช้ตามเงื่อนไขของแต่ละพันธมิตร โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการใช้จ่ายในประเทศไทย
ในการแถลงข่าวครั้งนี้ สตม. ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนชั้นนำหลายราย อาทิ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไวเพย์ จำกัด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ในการนำเสนอบริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน THIM
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

