สส.เชียงใหม่ เสนอลดงบภารกิจบินรับส่งผู้บริหารฯ ของกรมฝนหลวง ชี้ควรทุ่มแก้ภัยแล้ง-ไฟป่า

กองบรรณาธิการ TCIJ 8 ก.ย. 2569 | อ่านแล้ว 89 ครั้ง

สส.เชียงใหม่ เสนอลดงบภารกิจบินรับส่งผู้บริหารฯ ของกรมฝนหลวง ชี้ควรทุ่มแก้ภัยแล้ง-ไฟป่า

การณิก จันทดา สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายเสนอให้พิจารณาปรับลดงบประมาณของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในส่วนของภารกิจการบินสนับสนุนผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานราชการอื่น ลง 13.5% พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการนำเครื่องบินของกรมฝนหลวงมาใช้รับส่งผู้บริหารและคณะ ขณะที่ภารกิจสำคัญด้านการแก้ภัยแล้ง ไฟป่า และฝุ่น PM2.5 ยังมีความจำเป็นต่อประชาชน

8 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยเริ่มพิจารณามาตรา 14 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 53,050,306,600 บาท

ในการอภิปรายมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การณิก จันทดา สส.เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคประชาชน ได้อภิปรายเสนอให้พิจารณาปรับลดงบประมาณของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในส่วนของภารกิจการบินสนับสนุนผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานราชการอื่น

การณิกกล่าวว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจ 5 ด้าน โดยหนึ่งในนั้นคือการบินสนับสนุนผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเห็นว่าควรมีการพิจารณาปรับลดงบประมาณในส่วนนี้

การณิกระบุว่า ในปีงบประมาณ 2568 เครื่องบินของกรมฝนหลวงมีภารกิจบินขึ้นลงรวม 2,928 ชั่วโมง ในจำนวนนี้เป็นการใช้เครื่องบินเพื่อรับส่งรัฐมนตรีและคณะถึง 886 ชั่วโมง หรือคิดเป็นประมาณ 30% ของภารกิจการบินทั้งหมดของกรมฝนหลวง

ส่วนปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ภารกิจดังกล่าวลดลงบางส่วน เนื่องจากรัฐมนตรีชุดใหม่มีเครื่องบินสำหรับเดินทางของตนเอง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลถึงวันที่ 30 มิถุนายน พบว่ายังมีการใช้เครื่องบินของกรมฝนหลวงเพื่อสนับสนุนผู้บริหาร คิดเป็น 13.5% ของภารกิจทั้งหมด และใช้งบประมาณไปแล้วประมาณ 8 ล้านบาท

สส.เชียงใหม่ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ภารกิจการบินของกรมฝนหลวงไม่ได้มีเพียงการสนับสนุนผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ยังมีการนำเครื่องบินไปสนับสนุนผู้บริหารและหน่วยงานราชการอื่นด้วย

การณิก ยังยกตัวอย่าง การใช้เครื่องบินของกรมฝนหลวงในอดีต เพื่อสะท้อนว่าภารกิจการบินสนับสนุนผู้บริหารและหน่วยงานราชการอื่นเคยถูกนำไปใช้อย่างไร โดยกรณีหนึ่งคือการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีการใช้เครื่องบินขนส่งถุงยังชีพและมีเที่ยวบินขึ้นลงถึง 198 เที่ยวบิน เธอตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมในการใช้เครื่องบินขนาดเล็กของกรมฝนหลวงกับภารกิจดังกล่าว

อีกกรณีที่ยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างในอดีต คือการใช้เครื่องบินสนับสนุนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเดินทางไปติดตามการบูรณาการความร่วมมือด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในจังหวัดเชียงรายและพะเยา

การณิก ยังกล่าวถึงภารกิจของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยระบุว่า นอกจากรัฐมนตรีแล้ว ยังมีเลขานุการรัฐมนตรีใช้เครื่องบินของกรมฝนหลวงเพื่อเดินทางไปปฏิบัติภารกิจกับกรมฝนหลวงด้วย

“เงินงบประมาณที่ตั้งไว้ควรใช้สำหรับสร้างฝนเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร หรือในช่วงที่เกิดไฟป่าภาคเหนือ ก็ควรใช้เครื่องบินขึ้นไปดัดแปรสภาพอากาศเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ให้เครื่องบินของกรมฝนหลวงมีไว้สำหรับรับส่ง VIP และคณะ หรือบินไปเปิดงานของผู้บริหารกระทรวง”

อย่างไรก็ตาม การณิกย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าผู้บริหารจะไม่สามารถใช้เครื่องบินของกรมฝนหลวงได้เลย โดยเห็นว่าสามารถใช้ได้ในกรณีเร่งด่วน เช่น การเดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ หรือการประชุมในวาระเร่งด่วนที่ไม่สามารถรอได้

แต่หากเป็นภารกิจที่ไม่เร่งด่วน ผู้บริหารและคณะยังสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินพาณิชย์ได้ เพื่อไม่ให้เบียดบังภารกิจหลักของกรมฝนหลวง

เธอยังชี้ถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยระบุว่า เมื่อเฉลี่ยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามจำนวนผู้โดยสาร เครื่องบินพาณิชย์ที่รองรับผู้โดยสารจำนวนมากอาจมีการปล่อยคาร์บอนต่อคนต่ำกว่าเครื่องบินขนาดเล็กประมาณ 5-14 เท่า จึงควรพิจารณาทั้งความคุ้มค่าของงบประมาณและผลกระทบด้านมลพิษควบคู่กัน

การณิกจึงเสนอให้พิจารณาปรับลดงบประมาณในส่วนของภารกิจการบินสนับสนุนผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานราชการอื่น ลง 13.5% และนำทรัพยากรไปใช้กับภารกิจหลักของกรมฝนหลวง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาภัยแล้ง ไฟป่า และฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: