เครือข่ายภาคประชาชนและผู้ใช้ไฟฟ้ายื่นหนังสือคัดค้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2569-2593 ชี้ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมเสนอ 5 ข้อเรียกร้องให้จัดกระบวนการใหม่ที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
8 กันยายน 2569 ที่กรุงเทพฯ เครือข่ายภาคประชาชนและผู้ใช้ไฟฟ้า ร่วมยื่นหนังสือต่อผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน คัดค้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 (PDP2026) ที่จัดขึ้นในวันเดียวกัน ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 58 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ทั้งในด้านระยะเวลาการแจ้งล่วงหน้า การเปิดเผยข้อมูล และการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย
ภาคประชาชนระบุว่า แผน PDP เป็นแผนสำคัญที่กำหนดทิศทางระบบไฟฟ้าและการลงทุนด้านพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งภาระลงทุนทั้งหมดจะถูกส่งผ่านมายังประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าผ่านบิลค่าไฟในอนาคต อีกทั้งการพัฒนาโครงการและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ สภาพภูมิอากาศ และวิถีชีวิตของประชาชน จึงเห็นว่าการจัดทำแผนดังกล่าวต้องมีกระบวนการที่โปร่งใส เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลก่อนการตัดสินใจ
ทั้งนี้ ภาคประชาชนตั้งข้อคัดค้านสำคัญ 2 ประการ ประการแรก ระยะเวลาการประกาศและเปิดเผยรายละเอียดการรับฟังความคิดเห็นไม่เพียงพอ โดย สนพ. เผยแพร่ประกาศและเปิดให้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 1-2 กันยายน 2569 ขณะที่กำหนดจัดสัมมนาในวันที่ 8 กันยายน 2569 มีระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าเพียง 11 วัน ซึ่งน้อยกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ระเบียบกำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 15 วัน ประการที่สอง การเปิดเผยข้อมูลร่าง PDP2026 ยังไม่ครบถ้วนเพียงพอต่อการแสดงความคิดเห็นอย่างมีความหมาย โดยก่อนวันรับฟังความคิดเห็น ประชาชนยังไม่ได้รับร่างแผนฉบับเต็มและข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะรายละเอียดกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ ประเภทและขนาดกำลังผลิต ตลอดจนพื้นที่ที่จะมีการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าในช่วงแรกของแผน
ภาคประชาชนเน้นย้ำว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้มิใช่การปฏิเสธการมีส่วนร่วมในการจัดทำ PDP2026 แต่เป็นการเรียกร้องให้รัฐจัดกระบวนการที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง โดยมีข้อเรียกร้อง 5 ประการต่อสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ประกอบด้วย หนึ่ง ให้จัดเวทีให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และครอบคลุมทั้ง 7 ภูมิภาคตามการแบ่งพื้นที่ในร่างแผน เช่นเดียวกับแนวทางที่เคยใช้กับร่างแผน PDP2018 สอง ให้ประชาสัมพันธ์กระบวนการรับฟังความคิดเห็นในระดับภูมิภาคอย่างทั่วถึง โดยไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมและไม่กำหนดเงื่อนไขการลงทะเบียนที่จำกัดสิทธิ
สาม ให้เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดสำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบในช่วง 12 ปีแรกของแผน ทั้งประเภท จำนวน ขนาดกำลังการผลิต และพื้นที่จัดตั้งโครงการ เช่นเดียวกับที่เคยเปิดเผยในร่างแผน PDP2024 สี่ ให้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และจัดสรรระยะเวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในแต่ละภูมิภาค และห้า ให้รวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอของประชาชนจากทุกภูมิภาคเพื่อนำไปปรับปรุงร่างแผน พร้อมจัดทำรายงานสรุปผลเผยแพร่ให้ประชาชนทราบภายใน 15 วันนับแต่วันจัดประชุมในแต่ละเวที
ในตอนท้าย ภาคประชาชนย้ำว่า อนาคตพลังงานของประเทศไม่ควรถูกกำหนดขึ้นก่อนแล้วจึงเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามารับฟังในภายหลัง การกำหนดแผนพลังงานที่ส่งผลต่อประชาชน สิ่งแวดล้อม และค่าไฟฟ้าไปอีกหลายทศวรรษ จำเป็นต้องให้ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข้อมูล มีเวลาพิจารณาทางเลือก และมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางตั้งแต่ต้น จึงเรียกร้องให้ สนพ. ทบทวนกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง PDP2026 และจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นใหม่ที่โปร่งใส เปิดเผยข้อมูลครบถ้วน และรับรองการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของประชาชน ก่อนนำร่างแผนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและอนุมัติในขั้นตอนต่อไป
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

