เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ณ หาดสวนกง ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โครงการเรียนรู้เสริมสร้างศักยภาพเด็กและเยาวชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการ Cintalam Save the Children ร่วมกับมูลนิธิภาคใต้สีเขียว และได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (EU) จัดกิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาชุมชนคนทะเลให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่อำเภอจะนะ
กิจกรรมครั้งนี้มุ่งให้เยาวชนเข้าใจสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชน พร้อมเรียนรู้ว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้อย่างไร
หนึ่งในองค์ความรู้ที่ถูกนำมาเรียนรู้คือ “ปลาเค็มฝังทราย” ภูมิปัญญาการถนอมอาหารของชุมชนชายฝั่งหาดสวนกง ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับทะเลได้อย่างชัดเจน
มากกว่าการถนอมอาหาร ปลาเค็มฝังทรายยังสะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจฐานราก (Grassroots Economy) ที่นำทรัพยากรและความรู้ในท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นรายได้ โดยยังคงเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า
จากภูมิปัญญาสู่คุณค่าและมูลค่า
การทำปลาเค็มฝังทรายเป็นองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยอาศัยสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายฝั่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิต
ในด้านวัฒนธรรม วิธีการดังกล่าวสะท้อนภูมิปัญญาของชุมชนประมงพื้นบ้าน และช่วยให้คนในพื้นที่สามารถพึ่งพาทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัวได้ ขณะเดียวกันยังเป็นช่องทางในการรักษาองค์ความรู้ดั้งเดิมไม่ให้สูญหาย
ในด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาปลาเค็มให้เป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์ของพื้นที่ (Local Identity) สามารถสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวและกลุ่มอาชีพประมง รวมทั้งช่วยให้เงินหมุนเวียนอยู่ในชุมชน
ส่วนในด้านสิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมใช้พลังงานไม่มาก และอาศัยปัจจัยจากธรรมชาติอย่างลมและทราย รวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลอย่างเหมาะสม จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นโดยคำนึงถึงความสมดุลกับธรรมชาติ
ให้เยาวชนเรียนรู้จากของจริง
กิจกรรมครั้งนี้มีนักเรียนจากโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ และโรงเรียนศาสนบำรุง อำเภอจะนะ เข้าร่วมเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงในแต่ละขั้นตอน
การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการฟังคำอธิบาย แต่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทดลองทำและร่วมกันถอดบทเรียน (Lessons Learned) จากภูมิปัญญาของคนในชุมชน
กระบวนการนี้ช่วยเชื่อมความรู้จากห้องเรียนเข้ากับชีวิตจริง ทำให้เยาวชนได้เห็นว่าทรัพยากรในพื้นที่มีคุณค่าอย่างไร และภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนสามารถนำมาต่อยอดให้เหมาะกับโลกปัจจุบันได้
ขณะเดียวกัน ยังช่วยสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของอำเภอจะนะ และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบทอดองค์ความรู้ของชุมชน
จากปลาในทะเลสู่ปลาเค็มฝังทราย
การทำปลาเค็มฝังทรายให้มีคุณภาพและปลอดภัย จำเป็นต้องใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการเก็บรักษา
ขั้นแรกคือการเลือกปลา ควรใช้ปลาทะเลที่มีเนื้อแน่นและสด เช่น ปลาอินทรีย์หรือปลาทูขนาดใหญ่ โดยเลือกปลาที่ตาใส เนื้อแน่น และไม่มีกลิ่นผิดปกติ
จากนั้นเป็นขั้นตอนการเตรียมปลา ต้องล้างให้สะอาด ขอดเกล็ด ควักไส้ และนำเหงือกออกให้เรียบร้อย รวมถึงทำความสะอาดช่องท้องด้วยน้ำผสมเกลืออ่อน ๆ ก่อนซับหรือผึ่งให้แห้ง
เมื่อเตรียมปลาเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการหมักเกลือ โดยใช้เกลือสมุทรในปริมาณที่เหมาะสม โรยให้ทั่วทั้งตัวและภายในช่องท้อง เพื่อให้เกลือซึมเข้าเนื้อและช่วยให้เนื้อปลาเซ็ตตัว
จุดเด่นอยู่ที่การฝังทราย
หัวใจของกระบวนการคือการนำปลาที่หมักเกลือแล้วเข้าสู่ขั้นตอน “ฝังทราย”
ทรายที่ใช้ควรเป็นทรายสะอาดและผ่านการเตรียมอย่างเหมาะสม จากนั้นนำปลามาห่อด้วยผ้าขาวบางสะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้ทรายสัมผัสเนื้อปลาโดยตรง แต่ยังสามารถระบายความชื้นออกจากตัวปลาได้
ปลาแต่ละตัวจะถูกฝังไว้ใต้กองทรายในระดับที่เหมาะสม กระบวนการนี้อาศัยคุณสมบัติของทรายในการดูดซับความชื้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และช่วยรักษาอุณหภูมิให้ค่อนข้างคงที่ ทำให้เนื้อปลาแห้งอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันยังช่วยรักษารูปทรงและรสชาติของปลาไว้
หลังนำปลาออกจากทรายแล้ว สามารถนำไปผึ่งลมหรือตากแดดอ่อน ๆ ช่วงสั้น ๆ เพื่อให้ผิวด้านนอกแห้งสนิท ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการบรรจุ
หากต้องการพัฒนาเป็นสินค้าระดับพรีเมียม สามารถใช้บรรจุภัณฑ์ระบบสุญญากาศ (Vacuum Seal) เพื่อช่วยป้องกันความชื้นและยืดอายุการเก็บรักษา พร้อมระบุแหล่งที่มาของสินค้า เช่น หาดสวนกง ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
อัตลักษณ์ท้องถิ่นที่ต่อยอดสู่ความยั่งยืน
ปลาเค็มฝังทรายของหาดสวนกงสะท้อนให้เห็นว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวจากอดีต แต่สามารถนำมาปรับใช้กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ได้
เมื่อชุมชนสามารถนำทรัพยากรและความรู้ที่มีอยู่มาสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมให้ความสำคัญกับความสะอาด ความปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ภูมิปัญญาเดิมก็สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจฐานรากได้
สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการส่งต่อองค์ความรู้ให้เยาวชนจากโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิและโรงเรียนศาสนบำรุงได้เรียนรู้จากคนในชุมชนโดยตรง
เพราะการรักษาภูมิปัญญาการประมงพื้นบ้านอาจไม่ได้หมายถึงการเก็บวิธีการแบบเดิมไว้เท่านั้น แต่คือการทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจคุณค่าของทะเล เห็นศักยภาพของทรัพยากรในบ้านเกิด และสามารถนำความรู้นั้นไปต่อยอดให้เหมาะกับอนาคต
ปลาเค็มหนึ่งตัวจึงอาจสะท้อนเรื่องราวได้มากกว่าการเป็นอาหาร ตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับทะเล ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา รายได้ของครอบครัว ไปจนถึงความพยายามของชุมชนในการสร้างอนาคตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

