เกิดอะไรขึ้นหลังเหตุกราดยิงในโรงเรียน ชวนดูตัวอย่างจากสหรัฐอเมริกา

TCIJ X Prachatai 16 ส.ค. 2569 | อ่านแล้ว 70 ครั้ง

รายงานพิเศษจาก "TCIJ X ประชาไท" เมื่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนจบลง คำถามที่ตามมาคือชุมชนจะจัดการกับอาคารที่เกิดเหตุอย่างไร ผู้รอดชีวิตจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร ระบบการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง และผลกระทบจะลามไปถึงโรงเรียนอื่นทั่วประเทศอย่างไร จากกรณีศึกษาในสหรัฐอเมริกา ทั้งเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยม Columbine ในปี 1999 โรงเรียนมัธยม Marjory Stoneman Douglas ที่เมือง Parkland รัฐฟลอริดา ในปี 2018 และโรงเรียนประถม Robb Elementary ที่เมือง Uvalde รัฐเท็กซัส ในปี 2022 พบว่าแต่ละชุมชนเลือกแนวทางต่างกัน ทั้งเรื่องชะตากรรมของอาคาร ผลกระทบทางจิตใจต่อผู้รอดชีวิตในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและมาตรการความปลอดภัยที่ตามมา และคลื่นความป่วนที่ลามไปกระทบโรงเรียนอื่นทั่วประเทศ ซึ่งในบางกรณีนำไปสู่กฎหมายใหม่ระดับรัฐและระดับประเทศ ขณะที่บางกรณีก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติมากนัก | ภาพจาก: Texas Public Radio 

เหตุกราดยิงในโรงเรียนที่สหรัฐอเมริกาเผชิญมาต่อเนื่องหลายสิบปี ทิ้งคำถามไว้กับทุกชุมชนที่ประสบเหตุในลักษณะเดียวกัน คือจะจัดการกับสถานที่เกิดเหตุอย่างไร ผู้ที่รอดชีวิตจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างไร และระบบการศึกษาควรเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ จากกรณีศึกษาของโรงเรียนมัธยมต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นแนวทางที่แตกต่างกันใน 4 มิติ คือสถานที่เกิดเหตุ สถานการณ์ป่วนหลังเหตุการณ์ ผลกระทบทางจิตใจ และการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย

มุมสถานที่และอาคาร


เครื่องจักรกำลังรื้อถอนอาคาร 1200 ของโรงเรียนมัธยม Marjory Stoneman Douglas ในเมือง Parkland รัฐฟลอริดา เมื่อปี 2024 ซึ่งเป็นอาคารที่เกิดเหตุกราดยิงในปี 2018 และถูกเก็บรักษาไว้ในสภาพเดิมนานหลายปีเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณาคดี ก่อนเขตการศึกษาบราวาร์ดเคาน์ตี้จะเริ่มดำเนินการรื้อถอนในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของปีนั้น | ภาพจาก: Elise Gregg/WLRN News 

หลังเหตุกราดยิงที่ Columbine ในปี 1999 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 12 คนและครู 1 คน อาคารเรียนเดิมกลายเป็นจุดสนใจของกลุ่มคนที่หมกมุ่นกับเหตุการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง จอห์น แมคโดนัลด์ (John McDonald) ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยและการจัดการเหตุฉุกเฉินของเขตการศึกษาเจฟเฟอร์สันเคาน์ตี้ (Jefferson County Public Schools) ให้สัมภาษณ์สื่อ Colorado Public Radio ว่ามีคนจำนวนมากที่ต้องการเข้าไปสัมผัสสถานที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่ติดตามผ่านโลกออนไลน์

ในเดือนธันวาคม 2011 แฟรงก์ ดีแอนเจลิส (Frank DeAngelis) ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน Columbine ได้ให้สัมภาษณ์นักเรียนวัย 16 ปีจากรัฐยูทาห์ ซึ่งอ้างว่ากำลังทำข่าวให้หนังสือพิมพ์โรงเรียน โดยพูดคุยเกี่ยวกับกระบวนการฟื้นฟูโรงเรียนหลังเหตุกราดยิง ก่อนที่ตำรวจยูทาห์จะโทรมาแจ้งในเดือนมกราคม 2012 ว่านักเรียนคนดังกล่าวถูกจับกุมจากแผนร่วมกับนักเรียนอีกคนเพื่อวางระเบิด Roy High School ของตนเอง ทั้งนี้ แมคโดนัลด์ระบุว่าการดูแลความปลอดภัยที่ Columbine มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าโรงเรียนอื่นในเขตการศึกษาราว 5 ถึง 6 เท่า

ในปี 2019 เจสัน กลาส (Jason Glass) ผู้บริหารเขตการศึกษาเจฟเฟอร์สันเคาน์ตี้เสนอให้ทุบอาคาร Columbine ทิ้งทั้งหมด โดยอ้างถึงกรณีของหญิงสาววัย 18 ปีจากรัฐฟลอริดาที่เดินทางมายังโคโลราโดพร้อมอาวุธปืนลูกซองก่อนเหตุครบรอบ 20 ปี จนต้องปิดโรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่เพื่อค้นหาตัว ข้อเสนอนี้ทำให้เกิดความเห็นแตกต่างกันในกลุ่มผู้รอดชีวิต วิลล์ เบ็ค (Will Beck) ผู้รอดชีวิตที่เคยพาลูกทั้ง 3 คน ของตัวเองไปเดินดูจุดที่เขาเคยหลบซ่อนตัวในเหตุการณ์ ให้สัมภาษณ์สื่อ NPR ว่าไม่ต้องการให้ทุบอาคารทิ้ง เพราะโรงเรียนเป็นสถานที่สำคัญสำหรับเขา ขณะที่ดีแอนเจลิสกลับสนับสนุนแนวทางทุบทิ้ง โดยระบุว่าสิ่งที่ทำให้ Columbine เป็น Columbine คือผู้คน ไม่ใช่ตัวอาคาร ท้ายที่สุดเขตการศึกษาจัดทำแบบสำรวจความเห็นชุมชนเพื่อประเมินว่าจะขอเสียงโหวตให้จัดสรรงบประมาณราว 70 ล้านดอลลาร์สำหรับสร้างโรงเรียนใหม่หรือไม่

สื่อ NPR ยังรายงานถึงแนวทางที่ชุมชนอื่นเลือกใช้ โรงเรียนประถม Sandy Hook ในรัฐคอนเนตทิคัต ซึ่งเกิดเหตุกราดยิงในปี 2012 ถูกทุบทิ้งทั้งหมดในปี 2013 และสร้างอาคารใหม่ขึ้นแทนที่ ส่วนเขตการศึกษาที่เมือง Parkland กำลังเดินหน้าแทนที่อาคารที่เกิดเหตุ ขณะที่เมือง Sutherland Springs ในรัฐเท็กซัส ซึ่งเกิดเหตุยิงในโบสถ์ เลือกเก็บรักษาอาคารเดิมไว้เป็นอนุสรณ์และสร้างอาคารโบสถ์ใหม่แยกต่างหาก ส่วนไนต์คลับ Pulse ในเมืองออร์แลนโดที่เกิดเหตุกราดยิงจนมีผู้เสียชีวิต 49 คน ไม่ถูกทุบทิ้ง แต่ถูกดัดแปลงเป็นอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ถาวร

สำหรับกรณีที่ Uvalde โรงเรียน Robb Elementary ถูกแทนที่ด้วยโรงเรียนใหม่ชื่อ Legacy Elementary ซึ่งเปิดรับนักเรียนเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2025 หรือเกือบ 3 ปีครึ่งหลังเหตุการณ์ โรงเรียนใหม่ออกแบบตามแนวทาง trauma-informed design ซึ่งเน้นลดระดับความเครียดของนักเรียนและบุคลากร โดยมีห้องกระจกกันกระสุนที่มองเห็นได้จากทางเดิน เซ็นเซอร์แจ้งเตือนหากประตูเปิดค้างนานผิดปกติ และห้องสงบสติที่มีอยู่ทั้งสองชั้นของอาคาร

เจสซี ริโซ (Jesse Rizo) ลุงของเด็กหญิงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ และปัจจุบันเป็นกรรมการโรงเรียนด้วย ระบุว่ากำลังพิจารณาจะเพิ่มชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 21 คนไว้บนประติมากรรมต้นไม้อนุสรณ์ในโรงเรียน พร้อมทั้งเสนอให้ติดรหัส QR เพื่อให้คนรุ่นหลังสามารถศึกษาประวัติของผู้เสียชีวิตได้ โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Uvalde CISD Moving Forward Foundation ซึ่งระดมทุนได้ราว 60 ล้านดอลลาร์จากภาคธุรกิจ บุคคลทั่วไป และรัฐเท็กซัส

มุมสถานการณ์ป่วนหลังเหตุการณ์


เจ้าหน้าที่ตำรวจตอบสนองต่อรายงานเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยม Erie High School รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งภายหลังพบว่าเป็นส่วนหนึ่งของการโทรแจ้งเหตุเท็จ (swatting) ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายโรงเรียนทั่วรัฐ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 1 ปีหลังโรงเรียนแห่งนี้เคยเผชิญเหตุกราดยิงจริงมาก่อน | ภาพจาก: JET/FOX/YourErie

คลื่นการข่มขู่เลียนแบบ (Copycat Threats) - หลังเหตุกราดยิงแต่ละครั้งมักตามมาด้วยการข่มขู่เลียนแบบจำนวนมากในเวลาไม่กี่วัน 2 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ Parkland มีการข่มขู่เลียนแบบพุ่งเป้าไปที่โรงเรียนทั่วประเทศถึง 638 ครั้ง องค์กร Educator's School Safety Network ระบุว่าในช่วง 3 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ มีการข่มขู่และเหตุการณ์รุนแรงอื่นๆ รวม 810 ครั้งใน 1,005 โรงเรียน โดยเท็กซัสมีรายงานการข่มขู่มากที่สุดถึง 55 ครั้ง จากการข่มขู่เหล่านี้ มีโรงเรียนอย่างน้อย 33 แห่งต้องปิดการเรียนการสอน และอีกกว่า 15 แห่งต้องล็อกดาวน์ ที่น่าสนใจคือปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลังเหตุการณ์ Columbine ในปี 1999 ก็เคยมีการข่มขู่โรงเรียนทั่วประเทศหลายร้อยครั้งจนนำไปสู่การจับกุมมากกว่า 350 คน และรูปแบบนี้เกิดซ้ำแทบทุกครั้งที่มีเหตุกราดยิงเป็นข่าวใหญ่ เช่นหลังเหตุการณ์ที่โรงเรียน Apalachee High School ในรัฐจอร์เจียเมื่อปี 2024

การโทรแจ้งเหตุเท็จ (Swatting) - ปัญหาที่รุนแรงขึ้นในช่วงหลังคือการโทรแจ้งตำรวจเท็จว่ามีเหตุกราดยิง ซึ่งทำให้ตำรวจติดอาวุธพร้อมบุกเข้าไปในสถานที่จริงทั้งที่ไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น องค์กร K-12 School Shooting Database บันทึกเหตุการณ์ swatting ได้ถึง 853 ครั้งในช่วงเดือนมกราคม 2023 ถึงมิถุนายน 2024 ในปีการศึกษา 2022-2023 รายงานเหตุกราดยิงเท็จคิดเป็น 63.8% ของเหตุการณ์รุนแรงทั้งหมดที่โรงเรียนเผชิญ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 546% เมื่อเทียบกับปีการศึกษา 2018-2019 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์ swatting อาจใกล้เคียงกับเหตุกราดยิงจริง เพราะนักเรียนต้องเผชิญกับการแจ้งเตือนและล็อกดาวน์ที่สร้างความหวาดกลัวไม่ต่างจากเหตุการณ์จริง แม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องหลอกลวง องค์กร Educator's School Safety Network ยังบันทึกรายงานเหตุกราดยิงเท็จมากกว่า 446 ครั้งในปีการศึกษา 2022-2023 เพียงปีเดียว

การข่มขู่ในวันครบรอบเหตุการณ์ - อีกรูปแบบหนึ่งคือการข่มขู่ที่มักเกิดขึ้นซ้ำในวันครบรอบเหตุการณ์เดิม ในวันครบรอบ 6 ปีของเหตุการณ์ Sandy Hook มีการแจ้งเหตุระเบิดที่โรงเรียนแห่งใหม่ซึ่งสร้างขึ้นแทนที่อาคารเดิม จนต้องอพยพนักเรียนกลับบ้านทั้งหมด สะท้อนว่าแม้อาคารเดิมจะถูกทุบทิ้งและสร้างใหม่ไปแล้ว ความหวาดระแวงในชุมชนก็ยังไม่หายไป

มุมผู้คนและบาดแผลทางใจ


Ring of Remembrance ที่อนุสรณ์สถาน Columbine Memorial ในรัฐโคโลราโด สถานที่ที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงปี 1999 เดินทางมาเยี่ยมเยียนเป็นประจำทุกปี เพื่อรำลึกถึงผู้ที่จากไปและเยียวยาบาดแผลทางใจของตัวเอง | ภาพจาก: Columbine Memorial Foundation

ผู้รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงในโรงเรียนจำนวนมากยังคงเผชิญกับผลกระทบทางจิตใจในระยะยาว มิสซี เมนโด (Missy Mendo) ผู้รอดชีวิตจาก Columbine ให้สัมภาษณ์สื่อ ABC News ว่าแม้เวลาจะผ่านไปนาน ความรู้สึกเจ็บปวดและความรู้สึกผิดก็ไม่ได้หายไป และสิ่งเล็กน้อยอย่างคำพูดหรือเสียงลูกโป่งแตกก็สามารถทำให้ความทรงจำเก่ากลับมาได้ เมนโดปัจจุบันทำงานเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่ขององค์กร The Rebels Project ซึ่งช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงต่างๆ ให้หาระบบสนับสนุนซึ่งกันและกัน ตามรายงานของสื่อ People ผ่านสื่อ Yahoo News เมนโดเล่าว่าความบอบช้ำหวนกลับมาอย่างชัดเจนในเดือนพฤษภาคม 2022 ขณะที่เธอกำลังกรอกเอกสารสมัครเรียนอนุบาลให้ลูกสาว ซึ่งตรงกับวันเดียวกับที่เกิดเหตุกราดยิงที่ Robb Elementary พอดี

เอมี โอเวอร์ (Amy Over) ผู้รอดชีวิตอีกคนจาก Columbine ซึ่งปัจจุบันเป็นแม่ของลูก 4 คน เล่าให้สื่อ People ฟังว่าความวิตกกังวลของเธอเริ่มชัดเจนขึ้นในวันครบรอบ 10 ปีของเหตุการณ์ เมื่อเธอเกิดอาการตื่นตระหนกขณะส่งลูกสาวไปโรงเรียน จนต้องใช้เวลาหลายปีในการรักษาด้วยยาและการบำบัดก่อนจะควบคุมอาการได้ ปัจจุบันโอเวอร์เป็นผู้ก่อตั้งองค์กร Survivors Path เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุร้ายแรงในลักษณะเดียวกัน

ความรู้สึกผิดของผู้รอดชีวิตยังปรากฏในกลุ่มเด็กเล็กเช่นกัน ตามรายงานของสื่อ TODAY แดเนียล รุยซ์ (Daniel Ruiz) เด็กชายวัย 10 ปีที่รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงที่ Uvalde ซึ่งลูกพี่ลูกน้องของเขาเสียชีวิตในเหตุการณ์ วาดภาพขอโทษลูกพี่ลูกน้องที่ตัวเองไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ บรีอานา รุยซ์ (Briana Ruiz) แม่ของแดเนียลเล่าว่าลูกชายเคยพูดว่าอยากให้มือปืนเข้ามาในห้องเรียนของเขาและฆ่าเขาไปด้วย จนแพทย์ประเมินว่าเด็กชายมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง 

สื่อ TODAY อ้างอิงข้อมูลจากสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association) ที่ระบุว่าผู้รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตสูงกว่าผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญประเภทอื่น และศูนย์แห่งชาติเพื่อโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (National Center for PTSD) ประเมินว่าราว 28% ของผู้รอดชีวิตพัฒนาไปเป็นโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ และอีกหนึ่งในสามมีอาการเครียดเฉียบพลัน 

ซาลลี แกร์ริแกน (Salli Garrigan) ผู้รอดชีวิตจาก Columbine อีกคนหนึ่งเล่าว่าเธอไม่เคยมองตัวเองเป็นผู้รอดชีวิตเพราะไม่ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ Parkland ในปี 2018 เธอจึงเริ่มเข้าใจความรู้สึกผิดที่แบกรับมาตลอด และหันไปทำงานร่วมกับองค์กร Everytown for Gun Safety เพื่อช่วยเยียวยาตัวเอง

ในด้านสถิติภาพรวม สื่อ ABC News อ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของคริสเตียน เบอร์เกส (Christian Burgess) ผู้อำนวยการสายด่วน Disaster Distress Helpline ว่าประสบการณ์เฉียดตายในลักษณะนี้สามารถทิ้งร่องรอยให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตร้ายแรง เช่น ภาวะซึมเศร้า การใช้สารเสพติด ความวิตกกังวล และความคิดอยากทำร้ายตัวเอง โดยประเมินว่าราว 60% ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็วเมื่อได้รับการสนับสนุนจากคนใกล้ชิด ขณะที่อีกราว 40% อาจมีอาการทางจิตใจในระดับรุนแรง

มุมนโยบายและระบบ

ก่อนเหตุการณ์ Columbine โรงเรียนในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่ซ้อมรับมือเฉพาะเหตุไฟไหม้และภัยธรรมชาติ หลังเหตุการณ์ปี 1999 หลายรัฐเริ่มออกกฎหมายให้โรงเรียนซ้อมล็อกดาวน์และซ้อมรับมือมือปืน ตามรายงานของคณะกรรมาธิการความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ (Federal School Safety Commission: FSSC) ซึ่งจัดตั้งขึ้นหลังเหตุการณ์ Parkland ในปี 2018 

รายงานของสถาบันวิจัย Child Trends ระบุว่า ณ ปี 2019 มี 42 รัฐที่สนับสนุนหรือกำหนดให้เขตการศึกษาต้องซ้อมรับมือภัยหลายประเภท และ 16 รัฐกำหนดให้ต้องซ้อมรับมือมือปืนโดยเฉพาะ โดย 10 ใน 16 รัฐนั้นออกกฎหมายหลังเหตุการณ์ Parkland รัฐโอไฮโอเป็นรัฐแรกที่ออกกฎหมายบังคับซ้อมรับมือมือปืนในปี 2006 ตามด้วยรัฐอินเดียนาในปี 2007 นอกจากนี้ยังมี 41 รัฐที่อนุญาตให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำโรงเรียน โดย 29 รัฐในจำนวนนี้กำหนดให้ต้องมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างโรงเรียนกับหน่วยงานตำรวจท้องถิ่น

สื่อ CBS News รายงานว่า ณ ปี 2024 โรงเรียนรัฐในสหรัฐฯ ราว 95% มีการซ้อมล็อกดาวน์หรือซ้อมรับมือมือปืนในปีการศึกษา 2015-2016 ตามข้อมูลขององค์กร Everytown for Gun Safety โดยมีมากกว่า 40 รัฐที่กำหนดให้ต้องซ้อม อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชี้ว่าการซ้อมลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพจิตของนักเรียน คริสทีน ครอว์ฟอร์ด (Christine Crawford) จิตแพทย์จากศูนย์การแพทย์บอสตัน (Boston Medical Center) และรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ของสมาคมแห่งชาติเพื่อโรคทางจิต (National Alliance on Mental Illness: NAMI) อธิบายว่าการซ้อมล็อกดาวน์สามารถกระตุ้นสมองส่วนอมิกดาลาซึ่งประมวลผลความกลัว ทำให้นักเรียนไม่สามารถเรียนรู้จากการซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจก่อให้เกิดความเครียดสะสมแทน

เซเรนิตี ไซเกล (Serenity Seigel) นักเรียนวัย 19 ปีจากรัฐอินเดียนา เล่าว่าการซ้อมล็อกดาวน์ที่ใช้วิดีโอจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง ทำให้เธอเสียสมาธิจนทำข้อสอบวิชาภาษาสเปนได้ไม่ดีในชั่วโมงถัดมา ปัจจุบันบางรัฐเริ่มออกกฎหมายเพื่อลดผลกระทบทางจิตใจจากการซ้อม เช่นร่างกฎหมายในรัฐแคลิฟอร์เนียที่กำหนดให้ต้องแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนซ้อมและห้ามใช้เสียงปืนจำลอง และกฎหมายในรัฐอินเดียนาที่อิงจากร่างกฎหมายต้นแบบขององค์กร Sandy Hook Promise ซึ่งกำหนดให้การซ้อมต้องดำเนินการในลักษณะที่จำกัดผลกระทบทางจิตใจ

ในด้านกฎหมายควบคุมอาวุธปืน ผลลัพธ์หลังเหตุการณ์แต่ละครั้งแตกต่างกันไปตามบริบทของรัฐ สื่อ CNN รายงานว่าหลังเหตุการณ์ Parkland รัฐฟลอริดาผ่านกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะโรงเรียนมัธยมมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส (Marjory Stoneman Douglas High School Public Safety Act) ซึ่งเพิ่มอายุขั้นต่ำในการซื้ออาวุธปืน ออกกฎหมาย red flag ที่ให้ศาลสามารถยึดอาวุธปืนจากผู้ที่ถูกประเมินว่าเป็นอันตราย เพิ่มทรัพยากรด้านสุขภาพจิตให้นักเรียน และอนุญาตให้ครูบางส่วนพกอาวุธปืนได้

ส่วนเหตุการณ์ที่ Uvalde ผลักดันให้เกิดกฎหมายชุมชนปลอดภัยแบบสองพรรค (Bipartisan Safer Communities Act) ซึ่งเป็นกฎหมายควบคุมอาวุธปืนระดับสหพันธรัฐฉบับสำคัญที่สุดในรอบหลายทศวรรษ สนับสนุนกฎหมาย red flag และให้งบสนับสนุนความปลอดภัยโรงเรียนกับโครงการแทรกแซงภาวะวิกฤต แต่กฎหมายนี้ไม่ได้แตะเรื่องการห้ามอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ สื่อ CNN ยังรายงานด้วยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำโรงเรียนที่ Parkland ถูกตั้งข้อหาจากกรณีไม่เข้าเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุ และในปีเดียวกันสหรัฐฯ เผชิญเหตุกราดยิงอย่างน้อย 67 ครั้งตามข้อมูลของ Gun Violence Archive ซึ่งสะท้อนว่าแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกิดขึ้นในบางรัฐ แต่ปัญหาเหตุกราดยิงยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องทั่วประเทศ.


ที่มา:
After Florida shooting, more than 600 copycat threats have targeted schools (WBIR, 7 March 2018) 
After Parkland, Schools Grapple With Threats — And The Best Ways To Respond (Clare Lombardo, NPR, 14 April 2018) 
Sandy Hook School Receives Threat On Anniversary Of Mass Shooting (The Associated Press, CBS News, 14 December 2018) 
Suicides highlight mass shooting survivors' trauma and fragility of healing: 'We still live with it every day' (Emily Shapiro, ABC News, 27 March 2019) 
People Traveling To Columbine High School 'To Feel It, Touch It, See It' Have Been A Problem For Years (Nathaniel Minor, Colorado Public Radio, 17 April 2019) 
Columbine Survivors Divided Over Proposal To Demolish Site Of 1999 Shooting (Bobby Allyn, NPR, 8 June 2019) 
The Evolution of State School Safety Laws Since the Columbine School Shooting (Deborah Temkin Cahill, Child Trends, 12 February 2020) 
'I'm sorry I let you die': After a school shooting, children struggle with survivor's guilt (Danielle Campoamor, TODAY, 17 January 2023) 
5 years after the Parkland school massacre claimed 17 lives, here's what has changed (and what hasn't) (CNN, 14 February 2023) 
25 years after Columbine, school lockdown drills are common. Students say they cause anxiety and fear — and want to see change. (Kerry Breen, CBS News, 23 April 2024) 
Mothers Who Survived Columbine Shooting as Teens Are Forever Anxious About Sending Their Kids to School (PEOPLE, 20 April 2024) 
A wave of swatting and active shooter hoaxes at universities brings panic and turmoil to the start of the school year (CNN, 26 August 2025) 
Opening of new Uvalde school marks 'bittersweet day' for families and town (Camille Phillips, Houston Public Media, 13 October 2025) 
Uvalde's Legacy Elementary opens after Robb Elementary tragedy (KENS5, 20 October 2025) 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: