นักศึกษา มจธ.พัฒนา ‘EVERCLEAR’ เจลแต้มสิวไร้ยาปฏิชีวนะ แก้ปัญหาเชื้อดื้อยา

กองบรรณาธิการ TCIJ 17 ส.ค. 2569 | อ่านแล้ว 55 ครั้ง

นักศึกษา มจธ.พัฒนา ‘EVERCLEAR’ เจลแต้มสิวไร้ยาปฏิชีวนะ แก้ปัญหาเชื้อดื้อยา

นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พัฒนาผลงานวิจัย EVERCLEAR เจลแต้มสิวไร้ยาปฏิชีวนะ เพื่อแก้ปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นภัยคุกคามสุขภาพระดับโลก โดยนำจุดเด่นจากการผสานการทำงานของเปปไทด์และกรดอินทรีย์ธรรมชาติมาเสริมฤทธิ์ในการยับยั้งจุลินทรีย์ก่อสิว ทั้งยังช่วยลดรอยแดงรอยดำ และยับยั้งแบคทีเรียได้อย่างครอบคลุม ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนยื่นจดสิทธิบัตรและเปิดรับความร่วมมือจากภาคเอกชนเพื่อต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

17 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) รายงานว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ “ปัญหาเชื้อดื้อยา” เป็นหนึ่งในภัยคุกคามสำคัญต่อสุขภาพของประชากรโลก เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและความมั่นคงทางสุขภาพ ขณะที่หลายคนอาจไม่ทราบว่า “สิว” ซึ่งเป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อผู้คนหลายสิบล้านคนทั่วโลก ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเชื้อดื้อยาเช่นกัน เนื่องจากการรักษาสิวในปัจจุบันยังอาศัยยาปฏิชีวนะเป็นส่วนประกอบสำคัญ ทั้งในรูปแบบยาทาและยารับประทาน แม้ว่าจะช่วยลดการอักเสบและควบคุมเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การใช้ต่อเนื่องเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา ส่งผลให้การรักษาในอนาคตมีประสิทธิภาพลดลง และอาจจำเป็นต้องใช้ยาที่เข้มข้นขึ้นหรือเปลี่ยนแนวทางการรักษาไปเลย

จากโจทย์การค้นหาทางเลือกใหม่ในการดูแลปัญหาสิวโดยลดการพึ่งพายาปฏิชีวนะ จึงเป็นที่มาของโครงการวิจัย “EVERCLEAR” ผลงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาจุลชีววิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

นายพัฒนศักดิ์ วงศ์เทพบุตร หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า ทีมงานมองเห็นว่าสิวเป็นปัญหาที่พบได้ในทุกช่วงวัย ขณะที่แนวทางการรักษาในปัจจุบันจำนวนมากยังเกี่ยวข้องกับการใช้ยาปฏิชีวนะ งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการทำงานร่วมกันของเปปไทด์และกรดอินทรีย์ธรรมชาติ ซึ่งผลการทดลองพบว่าสารทั้งสองสามารถเสริมฤทธิ์กันในการยับยั้งจุลินทรีย์ได้ดีกว่าการใช้สารเพียงชนิดเดียว

“กว่าที่จะได้สูตรที่เหมาะสม พวกเราต้องใช้เวลาหลายเดือนในการทดลองเพื่อหาความเข้มข้นต่ำที่สุดที่ยังคงประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อ โดยอ้างอิงมาตรฐานการทดสอบระดับสากล เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความเป็นไปได้ในการนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใช้งานจริงในอนาคต” พัฒนศักดิ์ พูดถึงความท้าทายของการทำงาน

ทีมวิจัยได้ต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ “เจลแต้มสิว” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งสารสำคัญสู่ผิวหนัง โดยโครงสร้างของเนื้อเจลสามารถกักเก็บและค่อย ๆ ปลดปล่อยสารออกฤทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยยืดระยะเวลาการยับยั้งจุลินทรีย์ได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์ในรูปแบบสารละลายทั่วไป อีกทั้งยังสะดวกต่อการพกพาและการใช้งานในชีวิตประจำวัน

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ EVERCLEAR อยู่ที่การผสานการทำงานของสารธรรมชาติ 2 ชนิด ได้แก่ เปปไทด์และกรดอินทรีย์ธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว อันเป็นสาเหตุสำคัญของการอักเสบ รวมถึงรอยแดงและรอยดำหลังการเกิดสิว นอกจากนี้ ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการยังพบว่าสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ทั้งกลุ่มแกรมบวกและแกรมลบ โดยเฉพาะ E. coli และ S. aureus สะท้อนศักยภาพในการควบคุมจุลินทรีย์ได้อย่างครอบคลุม

นางสาวพัณณิตา ชูเที่ยง หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า “เจลแต้มสิวที่มีส่วนประกอบของกรดอินทรีย์ธรรมชาติจะช่วยซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรีย ขณะที่เปปไทด์จะเข้าไปจับกับส่วนประกอบสำคัญของผนังเซลล์ ทำให้สารทั้งสองชนิดทำงานเสริมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ได้คือการลดจำนวนจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

แม้ผลิตภัณฑ์จะมีผลการทดลองเป็นที่น่าพอใจ แต่ทีมวิจัยยังคงเดินหน้าพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มความชุ่มชื้นให้เหมาะกับการใช้งานบนผิวหน้าในระยะยาว หากสามารถปรับปรุงสูตรได้ตามเป้าหมาย ผลงานวิจัยชิ้นนี้มีศักยภาพที่จะต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ใช้งานได้จริงและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

“ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็เตรียมเปิดรับความร่วมมือจากภาคเอกชนและนักลงทุน เพื่อร่วมผลักดันผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม โดยเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถวางจำหน่ายและใช้งานได้จริงในอนาคต” พัฒนศักดิ์ เล่าถึงเป้าหมายในอนาคต

นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมแล้ว โครงการ EVERCLEAR ยังสะท้อนอีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญ คือการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้พร้อมรับมือกับการทำงานวิจัยในโลกความเป็นจริง ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่การออกแบบการทดลอง การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการจัดการด้านเอกสาร กฎหมาย และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลักดันผลงานวิจัยออกสู่การใช้งานจริงในอนาคต

ผศ.ดร.นุจริน จงรุจา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า “สิ่งที่น่าภูมิใจไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ของงานวิจัย แต่คือพัฒนาการของนักศึกษา จากเดิมที่มักเข้ามาพร้อมคำถามและรอคำตอบ วันนี้พวกเขาสามารถคิดวิเคราะห์ ค้นหาทางออก และแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้มากขึ้น แม้แต่ในประเด็นที่ซับซ้อนอย่างเอกสารกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านผลิตภัณฑ์วิทยาศาสตร์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่าโครงการนี้ไม่ได้สร้างเพียงนวัตกรรมด้านสุขภาพ แต่ยังสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต”

การพัฒนา “EVERCLEAR” ไม่เพียงเปิดทางเลือกใหม่ในการดูแลปัญหาสิว แต่ยังสะท้อนศักยภาพของนักศึกษาไทยในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพระดับโลก โดยมุ่งลดการพึ่งพายาปฏิชีวนะ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการรับมือวิกฤตเชื้อดื้อยาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: