สภาพัฒน์เผย GDP ไทยไตรมาส 2/2569 โต 1.9% ชะลอลงจากไตรมาสแรกที่โต 2.8%

กองบรรณาธิการ TCIJ 17 ส.ค. 2569 | อ่านแล้ว 190 ครั้ง

สภาพัฒน์เผย GDP ไทยไตรมาส 2/2569 โต 1.9% ชะลอลงจากไตรมาสแรกที่โต 2.8%

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 ชะลอลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรก การบริโภคภาคเอกชนชะลอตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ร่วงต่ำสุดในรอบ 14 ไตรมาส ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวสูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส สศช. คงกรอบประมาณการทั้งปีที่ 2.0-2.5% พร้อมเตือนจับตาผลกระทบมาตรา 301 สหรัฐฯ และความขัดแย้งตะวันออกกลาง

17 สิงหาคม 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 พบว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 1.9 ชะลอลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรก และเมื่อปรับผลฤดูกาลแล้วลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าร้อยละ 0.2

ด้านการใช้จ่าย การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 1.9 ชะลอลงจากร้อยละ 3.3 ในไตรมาสก่อน สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.3 ต่ำสุดในรอบ 14 ไตรมาส นับตั้งแต่ปลายปี 2565 ขณะที่การลงทุนรวมขยายตัวสูงถึงร้อยละ 9.1 โดยการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในเกณฑ์สูงถึงร้อยละ 13.4 ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส นับตั้งแต่ปี 2555 ตามการลงทุนในหมวดเครื่องจักรเครื่องมือ ส่วนการลงทุนภาครัฐกลับปรับตัวลดลงร้อยละ 1.6 เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส

ด้านการค้าระหว่างประเทศ การส่งออกสินค้ามีมูลค่า 99,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.6 ตามการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การนำเข้าขยายตัวสูงถึงร้อยละ 42.3 ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 20 ไตรมาส ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 12.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.96 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยร้อยละ 2.7 และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส ที่ 17.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 12.9 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 66.9 ของ GDP

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 สศช. คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.0-2.5 (ค่ากลางร้อยละ 2.2) ต่อเนื่องจากร้อยละ 2.4 ในปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวสูงของการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะโตร้อยละ 9.6 การบริโภคครัวเรือนที่ต่อเนื่องร้อยละ 2.6 และการส่งออกสินค้าที่คาดว่ามูลค่าจะขยายตัวถึงร้อยละ 15.1

สศช. เสนอ 5 ประเด็นสำคัญในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคช่วงที่เหลือของปี ได้แก่ การดูแลภาคเกษตรและรายได้เกษตรกรรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญและปัญหาปุ๋ยยูเรีย การรักษาการขยายตัวของการส่งออกโดยเฉพาะการรับมือมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินภาคอุตสาหกรรม การขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชนให้เกิดการลงทุนจริง รวมถึงการวางกรอบบริหารจัดการการลงทุนในกิจการศูนย์ข้อมูล (Data Center) อย่างเป็นระบบไม่ให้กระทบความมั่นคงด้านพลังงานและน้ำ การรักษาแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และการเตรียมความพร้อมรับมือความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจกระทบราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: