สหรัฐฯ จัดไทย Tier 2 จับตาเป็น “ทางผ่านสินค้าจีน” ก่อนเจรจาปิดดีล ART

กองบรรณาธิการ TCIJ 15 ส.ค. 2569 | อ่านแล้ว 87 ครั้ง

สหรัฐฯ จัดไทย Tier 2 จับตาเป็น “ทางผ่านสินค้าจีน” ก่อนเจรจาปิดดีล ART

จับตาการเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ หลังทำเนียบขาวเผยแพร่รายงานฉบับใหม่ จัดไทยอยู่ในกลุ่ม Tier 2 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีปริมาณการส่งผ่านสินค้าที่มีนัยสำคัญ และมีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับจีนในระดับสูง ก่อน “ศุภจี” นำทีมไทยแลนด์เจรจาปิดดีล Agreement on Reciprocal Trade (ART) กับสหรัฐฯ ช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้

15 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน “The Great Transshipment Scam” เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ว่าด้วยการถ่ายลำหรือส่งผ่านสินค้า (transshipment) ผ่านประเทศที่สามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีและมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ โดยรายงานระบุประเทศประมาณ 40 แห่งที่สหรัฐฯ จับตาเกี่ยวกับการส่งผ่านสินค้า และแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม หรือ 3 Tier

รายงานจัดประเทศไทยอยู่ใน Tier 2 หรือกลุ่ม “Scale Leaders with Significant Economic Integration with China” ร่วมกับบราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี และเวียดนาม โดยระบุว่า ประเทศในกลุ่มนี้มีปริมาณการส่งผ่านสินค้าที่มีนัยสำคัญ ประกอบกับมีความเชื่อมโยงในระดับลึกกับห่วงโซ่อุปทาน แหล่งวัตถุดิบ ฐานการผลิต ระบบโลจิสติกส์ หรือเส้นทางการเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่เชื่อมโยงกับจีน

รายงานยังระบุถึงไทย เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ว่า​ มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายการผลิตที่อยู่ใกล้จีน และเป็นฐานสำคัญสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร พลาสติก รองเท้า เครื่องนุ่งห่ม ชิ้นส่วน และสินค้าอุตสาหกรรมอื่นที่มีปัจจัยการผลิตจากจีน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าทีมไทยแลนด์ เตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ ช่วงปลายเดือนสิงหาคม เพื่อเจรจาประเด็นภาษีและผลักดันการสรุปความตกลง Agreement on Reciprocal Trade หรือ ART โดยไทยมุ่งรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง รวมทั้งผลักดันรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ นางศุภจีระบุถึงแนวทางการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ว่า ไทยจะสนับสนุนการลงทุนของภาคธุรกิจไทยในสหรัฐฯ และเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ โดยเน้นสินค้าที่ไทยไม่มีการผลิตหรือผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ เพื่อลดความไม่สมดุลทางการค้า ขณะที่ภาคเอกชนไทยลงทุนในสหรัฐฯ แล้วเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแผนลงทุนเพิ่มอีกกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมตั้งเป้าเร่งเจรจาเพื่อปิดข้อตกลง ART โดยเร็ว

สำหรับมาตรการ Section 301 ด้านแรงงานบังคับ สหรัฐฯ ประกาศมาตรการแล้วเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 โดยไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกกำหนดอัตราภาษี Section 301 ร้อยละ 12.5 สำหรับสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการ ขณะที่ฝ่ายไทยอยู่ระหว่างเร่งผลักดันกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ เพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของสหรัฐฯ และมีเป้าหมายลดอัตราภาษีในส่วนนี้เหลือร้อยละ 10

ส่วนอีกประเด็นที่ยังต้องติดตาม คือ การสอบสวนของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR ภายใต้ Section 301 กรณีกำลังการผลิตและการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง หรือ Structural Excess Capacity and Production in Manufacturing Sectors ซึ่งเปิดการสอบสวนเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 โดยไทยเป็นหนึ่งใน 16 เขตเศรษฐกิจที่ถูกสอบสวน

ทีมไทยแลนด์ได้ส่งข้อมูลชี้แจงกรณี 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกตั้งข้อสังเกต ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน ยางและผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องจักรและอุปกรณ์ โดยระบุว่า อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ในระดับประมาณร้อยละ 75-95 พร้อมชี้แจงข้อสังเกตของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุนและกำลังการผลิตที่อาจสูงเกินความต้องการ

ทั้งนี้ การจัดไทยอยู่ใน Tier 2 เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ ก่อนทีมไทยแลนด์เดินทางไปเจรจาปิดดีล ART ช่วงปลายเดือนสิงหาคม จึงเป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตาว่าจะมีผลต่อการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รอบนี้หรือไม่

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: