ระเบิดที่ชายแดนใต้ก็ต้องประณาม เฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชนก็ต้องสอบสวน

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) 25 ส.ค. 2569 | อ่านแล้ว 87 ครั้ง


ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

คืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 (ไม่นับคืนต่อมาก็ยังมี) เกิดเหตุความรุนแรงครั้งใหญ่ที่มีการประสานงานกันถึง 51 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งยะลา นราธิวาส และปัตตานี สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐและเอกชน พร้อมทั้งสั่นคลอนความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนอย่างรุนแรง

ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ จุดยืนและหลักการที่สังคมต้องยึดถือร่วมกันอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา มีดังนี้

1. ประณามและปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ

การมุ่งเป้าทำลายทรัพย์สินและสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สาธารณะ 51 จุด เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำลายเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนตัวเล็ก ๆ ในพื้นที่ แต่ยังเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมและสิทธิพื้นฐานของพลเรือนที่ต้องตกเป็นเหยื่อความหวาดผวา สังคมและทุกภาคส่วนต้องร่วมกันประณามผู้ก่อเหตุความรุนแรงเหล่านี้อย่างเด็ดขาด

2. รัฐต้องกล้าเผชิญหน้าความจริงและสอบสวนกรณี "เฮลิคอปเตอร์ยิงชาวบ้าน"

ในขณะเดียวกัน ความรุนแรงจากฝั่งตรงข้ามหรือมาตรการของรัฐก็ต้องตรวจสอบอย่างโปร่งใส กรณีข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหารด้วยการใช้เฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ชาวบ้านที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถือเป็นปมเปราะบางที่สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับสังคม

เมื่อข้อเท็จจริงมีสองชุดระหว่างคำชี้แจงของฝ่ายความมั่นคงกับเสียงสะท้อนและบาดแผลของชาวบ้าน การปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปหรือใช้เพียงกลไกภายในของหน่วยงานความมั่นคงย่อมไม่เพียงพอที่จะสร้างความไว้วางใจ รัฐบาลจึงควรเป็นฝ่ายริเริ่มตั้งกลไกอิสระและเป็นมืออาชีพ เข้ามาไต่สวนข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เพราะรัฐที่มีความชอบธรรม (Legitimacy) ย่อมไม่กลัวความจริง และความยุติธรรมต้องเกิดขึ้นกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม

3. ก้าวข้ามความหวาดระแวงและสร้างสันติภาพด้วยนโยบายที่มีหัวใจ

สันติภาพที่ยั่งยืนจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการบังคับให้คนเงียบ หรือการปล่อยให้ความหวาดระแวงกัดกินสังคม การแก้ปัญหาในระยะยาวต้องอาศัย
- การค้นหาความจริงและความรับผิดชอบ เพื่อยุติวงจรอุบาทว์ของการลอยนวลพ้นผิด
- การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยไม่เหมารวมหรือสร้างตราบาปให้แก่ประชาชน
- การเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชน ทั้งผู้นำชุมชน ศาสนา และเยาวชน เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความไว้วางใจและความปลอดภัยที่แท้จริง

การแก้ปัญหาความขัดแย้งในชายแดนใต้จึงต้องทำควบคู่กันไปอย่างสมดุล "ประณามผู้ก่อความรุนแรงที่ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน" พร้อมกับ "เรียกร้องความโปร่งใสและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างตรงไปตรงมา" เพื่อคืนความยุติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับพี่น้องในพื้นที่อย่างแท้จริง

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: