ไทยชู 'NBF' โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ ลงทุนกว่า 2,450 ล้านบาท มุ่งสู่ศูนย์กลางชีวเภสัชภัณฑ์อาเซียน

กองบรรณาธิการ TCIJ 9 ก.ค. 2569 | อ่านแล้ว 104 ครั้ง

ไทยชู 'NBF' โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ ลงทุนกว่า 2,450 ล้านบาท มุ่งสู่ศูนย์กลางชีวเภสัชภัณฑ์อาเซียน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางขุนเทียน เปิดตัว "โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ" (National Biopharmaceutical Facility: NBF) เชื่อมงานวิจัยจากห้องแล็บสู่การผลิตจริง กำลังผลิตวัคซีนได้ราว 4 ล้านโดสต่อปี รองรับวิกฤตสาธารณสุขในอนาคต

ประเทศไทยเดินหน้ายกระดับความมั่นคงด้านยาและวัคซีน ด้วยการผลักดัน "โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ" (National Biopharmaceutical Facility: NBF) ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางขุนเทียน ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมและกลุ่มหน่วยวิจัยด้านอาหาร อาหารสัตว์ พลังงานชีวมวล และชีวเภสัชภัณฑ์ (3F+1P) โดยได้รับงบลงทุนภาครัฐกว่า 2,450 ล้านบาท

ดร.อรรณพ นพรัตน์ รองอธิการบดี มจธ. บางขุนเทียน ระบุว่าบทเรียนจากโรคอุบัติใหม่ตอกย้ำว่าความมั่นคงด้านสุขภาพต้องอาศัยศักยภาพในการพัฒนาและผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ภายในประเทศควบคู่กับองค์ความรู้ ด้าน ดร.วรินธร สงคศิริ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์วิจัยและรักษาการผู้อำนวยการ NBF อธิบายว่าโรงงานแห่งนี้ทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อม" ระหว่างงานวิจัยกับการผลิตจริง โดยรับผลงานวิจัยที่ค้นพบสารออกฤทธิ์แล้วมาขยายขนาดกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานรองรับการศึกษาทางคลินิก ก่อนถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรม

โครงสร้างพื้นฐานหลักของ NBF ประกอบด้วย 3 ส่วนที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ Bioprocess Research and Innovation Center (BRIC) ศูนย์วิจัยและพัฒนากระบวนการผลิต, Biopharmaceutical Characterization Laboratory (BPCL) ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณลักษณะยาชีววัตถุที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และ GMP Production Facility โรงงานต้นแบบสำหรับผลิตชีวเภสัชภัณฑ์เพื่อการศึกษาทางคลินิก

ผศ.สุชาดา ไชยสวัสดิ์ ที่ปรึกษา NBF เปิดเผยว่าปัจจุบันโรงงานรองรับการผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ได้หลายแพลตฟอร์ม ทั้งผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ เซลล์สัตว์ Plasmid DNA, Viral Vector, Protein Subunit และยากลุ่ม Monoclonal Antibody ที่ใช้รักษาโรคมะเร็งและโรคภูมิคุ้มกัน แม้ยังไม่รองรับเทคโนโลยีวัคซีน mRNA แต่มีกำลังการผลิตวัคซีนประมาณ 4 ล้านโดสต่อปีเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

นอกจากบทบาทด้านการผลิตแล้ว NBF ยังเป็นศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านชีวเภสัชภัณฑ์ เปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัย และบุคลากรภาคอุตสาหกรรมได้ฝึกปฏิบัติจริงภายใต้มาตรฐาน GMP พร้อมขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและพันธมิตรในอาเซียน โดยศักยภาพของ NBF จะถูกนำเสนอในงาน CPHI South East Asia 2026 ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อสร้างความร่วมมือด้านชีวเภสัชภัณฑ์ วัคซีน และการพัฒนาผลิตตามสัญญา (CDMO) กับนักลงทุนและพันธมิตรจากทั่วโลก

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: