จับตา: บัตรทองปี 2568 ดูแลคนไทยเข้าถึงบริการกว่า 192 ล้านครั้ง

กองบรรณาธิการ TCIJ 21 มิ.ย. 2569 | อ่านแล้ว 100 ครั้ง




สปสช. เปิดสถิติใช้บริการในระบบบัตรทอง ปีงบประมาณ 2568 พบประชาชนใช้สิทธิรับบริการกว่า 192 ล้านครั้ง เป็นบริการผู้ป่วยนอก 185.78 ล้านครั้ง โรคความดันโลหิตสูง-ไขมันในเลือดสูง-เบาหวาน รับบริการสูงสุด ขณะที่บริการผู้ป่วยใน 7.08 ล้านครั้ง โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร-ปอดอักเสบ-ต้อกระจกในผู้สูงอายุ เข้ารับบริการมากที่สุด ภาพรวมสะท้อนข้อมูลบ่งชี้ “NCDs-สังคมสูงวัย” โจทย์ใหญ่ด้านปัญหาสุขภาพของประเทศ ใช้เป็นฐานข้อมูลต่อยอดพัฒนาสิทธิประโยชน์ ระบบบริการ และวางแผนสู่การแก้ปัญหา

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ ไปจนถึงการดูแลระยะยาว โดยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา สปสช. ร่วมกับหน่วยบริการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้พัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป

ข้อมูลการใช้บริการในปีงบประมาณ 2568 สะท้อนบทบาทของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในการดูแลประชาชนทั่วประเทศ โดยมีการใช้สิทธิรับบริการผู้ป่วยนอก (OPD) รวม 185.776 ล้านครั้ง จากผู้รับบริการ 28.664 ล้านคน ขณะที่การรักษาผู้ป่วยใน (IPD) มีจำนวน 7.078 ล้านครั้ง จากผู้ป่วยใน 4.429 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าระบบยังคงสามารถรองรับความต้องการบริการสุขภาพของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรและภาระโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

สำหรับบริการผู้ป่วยนอก อัตราการใช้บริการเฉลี่ยอยู่ที่ 3.947 ครั้งต่อคนต่อปี ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีความต่อเนื่องและครอบคลุมของประชาชนในระบบบัตรทอง โดย 5 โรคที่มีการเข้ารับบริการสูงสุด ได้แก่ โรความดันโลหิตสูงไม่ทราบสาเหตุ 24.33 ล้านครั้ง โรคไขมันในเลือดสูง 13.71 ล้านครั้ง โรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน 13.31 ล้านครั้ง โรคไข้หวัดและจมูกอักเสบเฉียบพลัน 7.26 ล้านครั้ง และโรคไตวายเรื้อรัง 6.47 ล้านครั้ง

ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า 3 อันดับแรกเป็นโรคในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของประเทศ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขสามารถวางแผนส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และจัดบริการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า ส่วน “บริการผู้ป่วยใน” นั้น พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยจำนวนครั้งการเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.32 และจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.72 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ผลรวมวันนอนของผู้ป่วยในอยู่ที่ 29.10 ล้านวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.92 มีวันนอนเฉลี่ย 4.11 วัน โดยค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ที่ปรับตามวันนอน (Adjusted Relative Weight : Adj.RW) อยู่ที่ 10.16 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.55 และค่าเฉลี่ยน้ำหนักสัมพัทธ์ที่ปรับตามวันนอน (Case Mix Index : CMI) เพิ่มจาก 1.392 เป็น 1.436 สะท้อนถึงความสามารถของระบบบริการในการรองรับการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะโรคและการรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น

สำหรับ 5 โรคหลักที่พบในการรักษาผู้ป่วยใน ได้แก่ กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ และลำไส้ใหญ่อักเสบจากการติดเชื้อและสาเหตุที่ไม่ระบุ 293,822 ครั้ง ปอดบวมไม่ระบุเชื้อต้นเหตุ 280,089 ครั้ง ต้อกระจกในผู้สูงอายุ 208,776 ครั้ง ความดันโลหิตสูงไม่ทราบสาเหตุ (ปฐมภูมิ) 174,604 ครั้ง และเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน 171,463 ครั้ง

ขณะที่การวิเคราะห์ตามกลุ่มโรค (Disease Cluster) พบว่า กลุ่มโรคและภาวะสุขภาพที่มีการใช้บริการสูงสุด ได้แก่ การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ 360,145 คน ทารกแรกเกิดคลอดปกติน้ำหนักมากกว่า 2,499 กรัม 265,368 คน โรคหลอดลมอักเสบและหอบหืด 213,348 คน การติดเชื้อทางเดินอาหารในผู้มีอายุมากกว่า 9 ปี 206,473 คน และการผ่าตัดเลนส์ตา 195,827 คน สะท้อนการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ภาพรวมข้อมูลการใช้บริการในปีงบประมาณ 2568 สอดคล้องกับแนวโน้มสุขภาพของประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ขณะที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสุขภาพ โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างเสริมสุขภาพ การลดปัจจัยเสี่ยง และการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

“ข้อมูลการใช้บริการในระบบบัตรทองนี้ ไม่เพียงสะท้อนการเข้าถึงสิทธิและบริการของประชาชน แต่ยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่นำไปสู่การกำหนดนโยบาย วางแผนบริการ และพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับปัญหาสุขภาพของประชาชน ซึ่ง สปสช. จะนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาระบบบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ สะดวก และตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: