
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ามะเร็งยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ โดยมีผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับบริการในระบบบัตรทอง รวมทั้งสิ้น 633,866 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 247,608 คน หรือร้อยละ 39.1 และผู้ป่วยรายเก่า 386,258 คน หรือร้อยละ 60.9 ครอบคลุมการดูแลทั้งบริการรักษาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นของการจัดสิทธิประโยชน์บริการที่ครอบคลุมและต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในทุกระยะของโรค
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาข้อมูลการเข้ารับบริการ พบว่าในส่วน “บริการรักษาผู้ป่วยนอก 5 อันดับแรก” นั้น มะเร็งเต้านม มีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการสูงสุด 92,966 คน หรือเป็นจำนวน 683,717 ครั้ง รองลงมา ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ 44,489 คน จำนวน 224,042 ครั้ง มะเร็งลำไส้ตรง 29,482 คน จำนวน 248,737 ครั้ง มะเร็งตับและท่อน้ำดีในตับ 26,591 คน จำนวน 129,387 ครั้ง และมะเร็งปอดและหลอดลม 26,416 คน จำนวน 203,918 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรคที่ต้องติดตามอาการและรับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
ส่วน “บริการรักษาผู้ป่วยใน 5 อันดับแรก” พบว่า มะเร็งตับและท่อน้ำดีในตับ เป็นโรคที่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการสูงสุด 20,312 คน จำนวน 44,230 ครั้ง รองลงมา ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ 18,644 คน จำนวน 54,790 ครั้ง มะเร็งเต้านม 17,910 คน จำนวน 34,260 ครั้ง มะเร็งปอดและหลอดลม 16,107 คน จำนวน 31,579 ครั้ง และมะเร็งลำไส้ตรง 14,394 คน จำนวน 43,250 ครั้ง สะท้อนว่ามีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยได้เข้าสู่ระบบรักษาในระยะที่ต้องอาศัยการดูแลในโรงพยาบาลและการรักษาเฉพาะทางอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ เมื่อจำแนกโรคมะเร็งโดยในผู้ป่วยชายและผู้ป่วยหญิง พบว่าใน “กลุ่มผู้ป่วยชาย” มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด จำนวน 24,144 คน รองลงมา คือ มะเร็งตับและท่อน้ำดีในตับ 21,705 คน มะเร็งลำไส้ตรง 17,819 คน มะเร็งต่อมลูกหมาก 17,343 คน และมะเร็งปอดและหลอดลม 16,717 คน ขณะที่ใน “กลุ่มผู้ป่วยหญิง” มะเร็งเต้านม ยังคงพบมากที่สุดสูงถึง 93,495 คน รองลงมา ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ 24,643 คน มะเร็งปากมดลูก 22,084 คน มะเร็งลำไส้ตรง 14,488 คน และมะเร็งปอดและหลอดลม 14,256 คน สะท้อนรูปแบบภาระโรคที่แตกต่างกันในแต่ละเพศอย่างชัดเจน
นพ.จเด็จ กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวนี้ นอกจากชี้ให้เห็นถึงการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในระบบบัตรทองแล้ว ยังสะท้อนถึงสถานการณ์โรคมะเร็งในระดับประเทศ โดยสามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนได้หลายมิติ ทั้งการวางแผนป้องกันโรค การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคอย่างเหมาะสม การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและศักยภาพหน่วยบริการ ตลอดจนการออกแบบระบบดูแลรักษาให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่พบผู้ป่วยอันดับต้น ๆ ทั้ง โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี ซึ่งหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยเพิ่มโอกาสรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมาก
ทั้งนี้ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในปีงบประมาณ 2569 สปสช. ยังคงจัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษาด้วยยา เคมีบำบัด รังสีรักษา การผ่าตัด ไปจนถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อย่างไรก็ดี จะต้องขับเคลื่อนร่วมกับการป้องกันโรค รวมถึงการตรวจคัดกรอง เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงยังลดภาระค่ารักษาพยาบาลจากโรคมะเร็งด้วย
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

