มจธ. ขับเคลื่อน 'ห่วงโซ่มันสำปะหลังยั่งยืน' ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจชีวภาพคาร์บอนต่ำ

กองบรรณาธิการ TCIJ 30 มิ.ย. 2569 | อ่านแล้ว 218 ครั้ง

มจธ. ขับเคลื่อน 'ห่วงโซ่มันสำปะหลังยั่งยืน' ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจชีวภาพคาร์บอนต่ำ

ศูนย์ความเป็นเลิศ Eco Waste มจธ. เปลี่ยนปัญหาน้ำเสียในอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังให้เป็นโอกาส ดันโรงงานกว่า 60 แห่งทั่วประเทศสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลก พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ลุ่มแม่น้ำโขง

ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกมันสำปะหลังและแป้งมันสำปะหลังอันดับหนึ่งของโลก สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 82,000 ล้านบาทต่อปี เชื่อมโยงเกษตรกรกว่า 700,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ แต่อุตสาหกรรมนี้ยังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนการผลิตสูงและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาน้ำเสีย กากของเสีย กลิ่นรบกวน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการจัดการและใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรมการเกษตร (Eco Waste) ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ พัฒนาแนวคิด "Sustainable Cassava Value Chain" เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมจากการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งห่วงโซ่

ดร.วรินธร สงคศิริ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์วิจัย มจธ. เปิดเผยว่างานวิจัยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2523 จากการรวมกลุ่มนักวิจัยที่สนใจการบำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารด้วยเทคโนโลยีการบำบัดแบบไม่ใช้อากาศ ที่สามารถบำบัดน้ำเสียและผลิตพลังงานชีวภาพในกระบวนการเดียวกัน ก่อนยกระดับเป็นศูนย์ความเป็นเลิศในปี 2543

ทีมวิจัยพบว่าน้ำเสียไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่สะท้อนการสูญเสียทรัพยากรและประสิทธิภาพการผลิต จึงขยายขอบเขตงานวิจัยสู่การพัฒนามาตรฐานกระบวนการผลิต ปรับปรุงเครื่องจักรอย่างระบบไฮโดรไซโคลนประสิทธิภาพสูง และระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียและกากมันสำปะหลัง

จากการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ร่วมกับสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย พบว่าอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมประมาณ 2.17 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ทีมวิจัยจึงผลักดันแนวทางลดการปล่อยก๊าซผ่านการปรับปรุงการจัดการปุ๋ยในภาคเกษตร การใช้พลังงานสะอาด และการนำของเสียกลับมาใช้ในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน สอดรับกับ Net Zero Roadmap 2050 ของอุตสาหกรรม

องค์ความรู้นี้ยังถูกถ่ายทอดสู่ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา และจีน ผ่านโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก Lancang-Mekong Cooperation Special Fund ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษของการดำเนินงาน งานวิจัยนี้สนับสนุนโรงงานแป้งมันสำปะหลังกว่า 60 แห่งทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพการผลิตเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 90 ลดต้นทุนการผลิตได้ร้อยละ 5-10 ต่อปี ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้ร้อยละ 20-30 และฝึกอบรมบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมไปแล้วกว่า 1,500 คน

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: