สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล และ สสส. เผยรายงานสุขภาพคนไทยประจำปี สะท้อนวิกฤตเชิงโครงสร้างที่กำลังซ้อนทับกัน ทั้งสังคมสูงวัย แรงงานไม่สอดคล้องตลาด และคลื่น AI ที่กำลังแทนที่แรงงานกว่า 3 ล้านคน
12 มิถุนายน 2569 ข้อมูลจาก "รายงานสุขภาพคนไทย 2569" จัดทำโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เผยภาพรวมที่น่าเป็นห่วงว่าแม้อายุคาดเฉลี่ยของคนไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 75.6 ปี แต่ช่วงที่มีสุขภาวะที่แท้จริงอยู่เพียง 68.7 ปี หมายความว่าคนไทยต้องใช้ชีวิตในภาวะเจ็บป่วยหรือพึ่งพิงนานถึง 6.9 ปี โดยในผู้หญิงยาวนานถึง 9.6 ปี
ด้านโครงสร้างประชากร ปัจจุบันไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงกว่าการเกิดแล้ว ประชากรเริ่มหดตัว และภายในปี 2578 คาดว่าวัยเด็กและวัยทำงานจะลดลงรวมกว่า 7 ล้านคน ขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านคน ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงจะเพิ่มจากร้อยละ 3.6 ในปัจจุบันเป็นร้อยละ 4.5 ในปี 2580 หรือจากราว 547,000 คน เป็นเกือบ 920,000 คน และไทยอาจต้องการผู้ดูแลที่บ้านกว่า 212,896 คนเพื่อรองรับสังคมสูงวัยดังกล่าว
รายงานยังชี้ให้เห็นปัญหาด้านการศึกษาและแรงงานที่น่าวิตก โดยพบว่าคนไทยทำงานไม่สอดคล้องกับสาขาที่เรียนมาสูงถึงร้อยละ 55.8 เกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ย OECD ที่ร้อยละ 31.7 ขณะที่คนไทยร้อยละ 74.1 มีทักษะดิจิทัลต่ำกว่าเกณฑ์ที่ควรเป็น ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดสำคัญในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากนี้ โรงเรียนเกือบ 2,000 แห่งต้องปิดตัวและกว่า 8,000 แห่งถูกลดขนาดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อันเป็นผลโดยตรงจากอัตราการเกิดที่ลดลง
ในส่วนของ AI รายงานระบุ 4 กลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะถูกทดแทน ได้แก่ งานเสมียนและเจ้าหน้าที่ มีความเสี่ยงร้อยละ 73 นักปฏิบัติการด้านเครื่องจักรในโรงงาน ร้อยละ 68 อาชีพงานพื้นฐาน ร้อยละ 62 และพนักงานบริการและพนักงานขาย ร้อยละ 57 ซึ่งแม้มีความเสี่ยงต่ำสุดในสี่กลุ่ม แต่มีจำนวนแรงงานที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุดกว่า 3.2 ล้านคน
รายงานสรุปว่าอนาคตของแรงงานไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า AI จะเก่งแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าแรงงานไทยจะปรับตัวได้เร็วพอหรือไม่ โดยทักษะที่จะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอดคือการคิดวิเคราะห์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสาร และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทดแทนได้ยาก พร้อมเรียกร้องให้มีนโยบายเชิงรุกและบูรณาการตลอดช่วงชีวิตเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้น
ที่มา
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

