มหิดลคว้า 3 รางวัลวันงดสูบบุหรี่โลก 2026 ชูโมเดล Salaya NoNicGen ปกป้องเยาวชน

กองบรรณาธิการ TCIJ 10 มิ.ย. 2569 | อ่านแล้ว 86 ครั้ง

มหิดลคว้า 3 รางวัลวันงดสูบบุหรี่โลก 2026 ชูโมเดล Salaya NoNicGen ปกป้องเยาวชน

มหาวิทยาลัยมหิดลคว้า 3 รางวัลในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2569 ทั้งรางวัลนักวิจัยควบคุมยาสูบยอดเยี่ยม สถาบันอุดมศึกษาขับเคลื่อนการควบคุมยาสูบยอดเยี่ยม และองค์กรบริหารจัดการควบคุมยาสูบดีเด่นของอาเซียนจาก WHO โดยจุดเด่นสำคัญคือโครงการ Salaya NoNicGen ที่มุ่งสร้างวัฒนธรรมปลอดนิโคตินในชุมชนศาลายา ควบคู่กับการผลักดันนโยบาย Nicotine-Free Generation ที่ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่เยาวชนที่เกิดหลังวันที่กำหนดอย่างถาวร ท่ามกลางวิกฤตบุหรี่ไฟฟ้าระบาดในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น

10 มิถุนายน 2569 วันงดสูบบุหรี่โลกปี 2026 นี้ มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ‘World No Tobacco Day Awards 2026’ ถึง 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณนักวิจัยเพื่อการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบยอดเยี่ยม สถาบันอุดมศึกษาขับเคลื่อนการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบยอดเยี่ยม และองค์กรบริหารจัดการการควบคุมยาสูบดีเด่นแห่งอาเซียน

ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ‘นับเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณยอดเยี่ยม เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2569 ปีนี้ถึง 3 รางวัล’

1. รศ.ดร.พญ.ธัญญารัตน์ อโณทัยสินทวี ภาควิชาระบาดวิทยาคลินิกและชีวสถิติ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณ ‘นักวิจัยเพื่อการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบยอดเยี่ยม’ ด้วยผลการศึกษา ดังนี้ 1) Electronic cigarettes and cardiovascular diseases: An updated systematic review and network meta-analysis ตีพิมพ์ในวารสาร Tobacco Induced Diseases (2025) 2) Comparative effects of electronic cigarettes and dual use of electronic and conventional cigarettes on adverse pregnancy outcomes: a systematic review and meta-analysis ตีพิมพ์ในวารสาร BMC Public Health (2025) ซึ่งได้รับรางวัลรางวัลชนะเลิศ จากการประกวดผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการ “บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ” ครั้งที่ 23 ด้วย

2. มหาวิทยาลัยมหิดล รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณ ‘สถาบันอุดมศึกษาขับเคลื่อนการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบยอดเยี่ยม’ โดย มหาวิทยาลัยมหิดลได้พัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ ตั้งแต่ปี 2552 จากมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ มหิดลต่อยอดสู่ชุมชนศาลายาปลอดนิโคติน (Salaya Sandbox) โดย ‘มหิดลและชาวศาลายาจะร่วมกันปกป้องเยาวชนชาวศาลายาให้เป็น Salaya Nicotine-Free Generation หรือ ‘NoNicGen’ โดยเป้าหมายของการทำ Sandbox คือการทำให้พื้นที่ศาลายารอบตัวเยาวชนปลอดภัยด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน มหาวิทยาลัย ชุมชน ร้านค้า หอพัก หรือพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้การป้องกันบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่จำกัดอยู่เพียงกิจกรรมรณรงค์ในระยะสั้น โดยใช้แนวคิดการเปลี่ยนจาก ‘กฎหมายสู่วัฒนธรรม’ ไม่ใช่เพียงการออกกฎห้ามสูบ แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมชุมชนร่วมกัน ผ่านการขับเคลื่อนด้วยนโยบายที่ชัดเจน การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ การมีส่วนร่วมของชุมชน ในการที่ไม่สนับสนุนการสูบบุหรี่ในเยาวชนที่เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 คือ อายุ 9 ปี หรือ ชั้น ป.4 นั่นเอง เหตุผลที่เริ่มที่อายุ 9-10 ปี เพราะสมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) เริ่มมีการพัฒนา EF (Executive Function) แล้ว แต่ยังไม่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงที่อยากรู้อยากลอง เลียนแบบเพื่อน และชอบความท้าทาย จึงเป็นการป้องกันก่อนเข้าไปลอง และเสพติด เพราะนิโคตินเป็นสารเสพติดได้ง่าย และเลิกยากมาก นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยได้เสริมโครงการ Salaya NoNicGen ด้วยระบบคัดกรอง นำผู้สูบที่ต้องการบำบัดเข้าสู่ Ex (it) Program โดยมีคลินิกฟ้าใส ช่วยเลิกบุหรี่ครบวงจรพร้อมที่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกศาลายา

ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผอ.ศจย. กล่าวเสริมแนวคิด Salaya NoNicGen ว่า ประเทศไทยสามารถลดอัตราการสูบบุหรี่ลงได้ครึ่งหนึ่งจากร้อยละ 32 เป็น 16.7 จากปี 2532-2567 อย่างไรก็ตาม อัตราการลดนี้ชะลอลงตั้งแต่ปี 2557 ที่มีบุหรี่ไฟฟ้าลักลอบเข้ามาขายอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งกลยุทธการพัฒนาบุหรี่ไฟฟ้าให้ทันสมัย สวยงาม กระทัดรัด สะดวกสบาย ปรุงแต่งกลิ่นและรส โดยเฉพาะรุ่นตุ๊กตา หรือ ‘toy pod’ ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นโดยเฉพาะวัยรุ่นหญิง ซึ่งอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและผู้ใหญ่ต่อทุกอวัยวะเหมือนกัน ต่างกันที่ในเด็กที่นิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดจะมีผลต่อสมองที่กำลังเจริญเติบโต ดังนั้นการป้องกันที่ได้ผลสูงสุด คือ ‘การป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์นิโคตินตั้งแต่ยังไม่สูบ เป็นมาตรการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ที่ได้ผลสูงสุด’ สอดคล้องกับนโยบาย Nicotine-Free Generation ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ แจ้งว่าเป็นแนวทางที่รัฐบาลให้ความสนใจและกำลังศึกษา เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้นโยบาย Smoke-Free หรือ Nicotine-Free Generation (NFG) นี้ เป็นแนวโน้มใหม่ของโลก คือ ‘นโยบายสาธารณสุขที่มุ่งสร้างสังคมปลอดบุหรี่ถาวรอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคตินให้กับผู้ที่เกิดตั้งแต่วันที่กำหนด เช่น ที่อังกฤษกำหนดวันที่ 1 มกราคม 2009 และมัลดีฟส์ 1 มกราคม 2007 ทำให้คนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังจากนั้นไม่สามารถเข้าถึงบุหรี่ได้ตามกฎหมายตลอดไป’ ซึ่ง NFG เป็นนโยบายที่ยั่งยืนกว่าการกำหนดอายุขั้นต่ำที่จะเข้าถึงยาสูบ (Minimal Age Law) ได้ เช่น ขณะนี้ประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 20 ปี หมายความว่า เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่สามารถซื้อยาสูบได้ แต่พออายุ 21 ปี กฎหมายก็จะอนุญาตให้สามารถเข้าถึงยาสูบและเสพติดได้

ผศ.ดร.นพ.วิชช์ กล่าวเสริมว่า นโยบาย NFG นี้ยังมีความเป็นธรรมเพราะปกป้องผู้ไม่สูบบุหรี่ และไม่ใช่การรอนสิทธิเสรีภาพ แต่เป็นการคืนสิทธิให้มีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่จะให้เด็กและเยาวชนเติบใหญ่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มากกว่านั้นยังเป็นนโยบายที่ประนีประนอมปกป้องคนไม่สูบบุหรี่อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ได้ห้ามผู้สูบบุหรี่อยู่แล้วซึ่งจะมีมาตรการบำบัดรองรับอยู่แล้ว มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า บุหรี่ไฟฟ้าที่เด็กและเยาวชนนิยมสูบนั้นเป็นนิโคตินสังเคราะห์ ไม่ใช่นิโคตินธรรมชาติจากใบยาสูบ นโยบายนี้จึงไม่กระทบกับชาวไร่ยาสูบ

3. ศจย.ซึ่งมีพันธกิจสำคัญในการให้ทุนสร้างงานวิจัยเกี่ยวกับยาสูบ และนำองค์ความรู้มาเผยแพร่ สื่อสาร และขับเคลื่อนเชิงนโยบายหลายประการ ที่สำคัญคือ รณรงค์ให้คงกฎหมายห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทั่วประเทศ ตลอดจนสื่อสารข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าแก่ประชาชนรวมทั้งสมาชิกรัฐสภา นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนร่วมกับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นำเสนอ 5 มาตรการ เพื่อปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งได้นำเสนอและได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อ 20 พฤษภาคม 2568 นำไปสู่การมีข้อสั่งการไปถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เทียบได้กับเป็นวาระแห่งชาติ เป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ ศจย.ได้รับรางวัล ‘องค์กรบริหารจัดการการควบคุมยาสูบดีเด่นของอาเซียน’ (South-East Asia Region World No Tobacco Day 2026 awards) จากสำนักงานใหญ่ องค์การอนามัยโลก

ผศ.ดร.นพ.วิชช์ สรุปเน้นว่า มหาวิทยาลัยมหิดลจะมุ่งมั่นดำเนินการป้องกันยาสูบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนรัฐบาลออกนโยบาย 'Nicotine-Free Generation' เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ไม่ให้เข้าสู่วงจร ‘เสพติด จน ตาย’ เสริมมาตรการห้ามนำเข้า/ห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และเร่งปราบปรามอย่างเข้มงวดจริงจัง เพื่ออนาคตของเด็กไทยซึ่งขณะนี้ก็เผชิญวิกฤตจำนวนเกิดน้อย ต้องมาถูกซ้ำกระหน่ำจากภัยบุหรี่ไฟฟ้าอีก

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: