เสวนากองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มองอนาคตทีวีไทยวิกฤต แนะรัฐเร่งอุ้ม สู่ทางรอดที่ยั่งยืน

กองบรรณาธิการ TCIJ 28 พ.ค. 2569 | อ่านแล้ว 123 ครั้ง

เสวนากองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มองอนาคตทีวีไทยวิกฤต แนะรัฐเร่งอุ้ม สู่ทางรอดที่ยั่งยืน

เสวนากองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดฉากทัศน์ "ภาพทีวีไทยในทศวรรษหน้า" ชี้อุตสาหกรรมโทรทัศน์ภาคพื้นดินเข้าขั้นวิกฤต หลังระบบปฏิบัติการสมาร์ททีวีข้ามชาติกลายเป็นผู้คุมระบบรายใหม่ บดบังการมองเห็นช่องทีวีไทย จนเงินโฆษณาหดตัวและกระทบต่อคุณภาพเนื้อหาอย่างรุนแรง ด้าน “พิรงรอง” กสทช. และทีมวิจัย มศว. วอนรัฐบาลยกระดับเป็นนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ เร่งออกกฎหมายจัดเก็บรายได้แพลตฟอร์มโลกกลับมาหนุนคนทำสื่อไทย เพื่อเป็นหลักประกันขั้นพื้นฐานของสังคมสู่ทางรอดที่ยั่งยืน

28 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า ในงานเสวนาวิชาการ Media Alert หัวข้อ "ภาพทีวีไทยในทศวรรษหน้า : การสร้างสรรค์อุตสาหกรรมเนื้อหาและสังคมไทยที่ยั่งยืน" ซึ่งจัดโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้มีการเปิดเผยข้อมูลวิจัยและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายครั้งสำคัญ เพื่อกู้วิกฤตการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในยุคดิจิทัลดิสรัปชัน

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ระบุว่า ภูมิทัศน์สื่อในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หน้าจอทีวีในห้องนั่งเล่นกลายเป็นเพียงสิ่งแสดงผล (Display) ขณะที่ระบบปฏิบัติการ (OS) ของสมาร์ททีวีระดับโลกได้กลายมาเป็นผู้ควบคุมช่องทางการเข้าถึง (Gatekeeper) รายใหม่ ที่คัดเลือกและจัดวางเนื้อหาจากแพลตฟอร์มข้ามชาติไว้ในจุดที่เห็นง่ายที่สุด บดบังการมองเห็น (Visibility) ของช่องทีวีไทย

นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่า รัฐไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจากกฎเกณฑ์ "Must Carry" ไปสู่มาตรการ "Must Find" หรือการออกกฎเกณฑ์บังคับให้สมาร์ททีวีต้องแสดงผลช่องโทรทัศน์ของไทยบนหน้าจอหลักอย่างชัดเจน เพื่อรักษาตัวตนของสื่อไทยไม่ให้ถูกลบเลือน พร้อมยอมรับว่า ร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ฉบับใหม่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของบอร์ด กสทช. หลังจากฉบับเดิมหมดอายุลงตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ทำให้ปัจจุบันยังต้องชะลอและใช้แผนเดิมไปพลางก่อน

ความเห็นดังกล่าว สอดคล้องกับข้อค้นพบของทีมคณะวิจัยจากวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) นำโดย ดร.ภัทธิรา ธีรสวัสดิ์, ผศ.ดร.ศศิธร ยุวโกศล และ ผศ.ดร.กฤชนัท แสนทวี ที่เปิดเผยผลการวิเคราะห์ผังรายการทีวีดิจิทัลในปัจจุบันว่า วิกฤตเศรษฐกิจสื่อส่งผลให้เกิด "ปรากฏการณ์ผังรายการบิดเบี้ยว" เนื่องจากสถานีต้องลดต้นทุนการผลิต รายการประเภทเล่าข่าวที่เน้นกระแสดราม่าและรายการขายสินค้า (Home Shopping) จึงเข้ามายึดพื้นที่หน้าจอสูงที่สุด ขณะที่รายการวิเคราะห์เจาะลึก รวมถึงรายการสำหรับเด็กและเยาวชนเกือบจะหายไปจากระบบอย่างสิ้นเชิง ส่วนรายการท้องถิ่น (Local Content) เหลือสัดส่วนเฉลี่ยเพียงร้อยละ 1.2 เท่านั้น อย่างไรก็ดี ผลวิจัยพบว่าผู้บริโภคยังคงนิยมรับชมคอนเทนต์ไทย โดยสัดส่วนการชมวิดีโอออนดีมานด์ในไทยยังเป็นเนื้อหาภาษาท้องถิ่นสูงถึงร้อยละ 42 แต่เปลี่ยนช่องทางหลักไปรับชมผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งแทน

สำหรับทางออกสู่ทางรอดที่ยั่งยืน คณะวิจัย มศว และผู้เชี่ยวชาญร่วมกันเสนอว่า ฟรีทีวีไทยคือ "หลักประกันขั้นพื้นฐานของสังคม" (Safety Net) ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือของประชาชนในภาวะวิกฤต ภาครัฐจึงต้องเข้ามาสนับสนุนในระดับนโยบายอุตสาหกรรม (Industrial Policy) โดยตรง อาทิ การออกกฎหมายจัดเก็บรายได้จากแพลตฟอร์มข้ามชาติเพื่อนำกลับมาอุดหนุนคนทำสื่อท้องถิ่น (คล้ายคลึงกับกฎหมายในออสเตรเลียและแคนาดา) และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบไฮบริด (HbbTV) เพื่อประคองให้อุตสาหกรรมสื่อไทยสามารถอยู่รอดได้อย่างมั่นคงในทศวรรษหน้า

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: