
จากประเด็นสภาพยาบาลประกาศกำหนดเวลาการทำงานของพยาบาล ให้ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และจัดตารางเวรการทำงานไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จนก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และการรวมตัวประท้วงหน้าโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ไม่เห็นด้วยกับนโยบายการปรับเวลาขึ้นเวรเป็น 12 ชั่วโมงต่อวัน โดยมองว่าเป็นการเพิ่มภาระงานให้กับพยาบาล
Rocket Media Lab ชวนสำรวจทรัพยากรพยาบาลวิชาชีพในระบบสาธารณสุขของไทย ว่ามีปัญหา มีเป้าหมายและแนวทางการแก้ปัญหาอย่างไรบ้างในอนาคต
สถานการณ์พยาบาลวิชาชีพในปัจจุบัน

จากข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุข ประจำปี 2567 โดยกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประเทศไทยมีพยาบาลในระบบสาธารณสุข ทั้งหมด 198,836 คน แบ่งเป็น สังกัดกระทรวงสาธารณสุข 61.84% เอกชน 15.69% กระทรวงอื่นๆ 13.95% องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 6.44% หน่วยงานอิสระ 2.05% รัฐวิหสาหกิจ 0.04% นอกจากนี้ ข้อมูลจากกองบริหารทรัพยากรบุคคลสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567 ยังพบว่ามีบุคลากรพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิค (RN/TN) จำนวน 109,942 อัตรา คิดเป็นร้อยละ 64 ของกรอบอัตรากำลังที่ควรมี (100% FTE) หรือ 172,457 อัตรา เท่ากับว่ายังขาดอัตรากำลังอีก 62,515 อัตรา
นอกจากการขาดแคลนรพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิคตามกรอบอัตรากำลังที่ควรมีแล้ว หากพิจารณาสัดส่วนพยาบาลวิชาชีพต่อประชากรจะพบว่าองค์กรอนามัยโลกได้กำหนดสัดส่วนพยาบาลวิชาชีพต่อจำนวนประชากรไว้ที่ 1 : 270 ในขณะที่ปัจจุบัน ประเทศไทยมีอัตราส่วนอยู่ที่ 1 : 327 คน ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก หากเปรียบเทียบกับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะพบว่า มาเลเซีย 1 : 295 เวียดนาม 1 : 689 สิงคโปร์ 1 : 161.8 บรูไน 1 : 149 หรือประเทศในเอเชีย อย่างญี่ปุ่น 1 : 80 หากเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรอย่าง สหราชอาณาจักร จะพบว่ามีอัตราส่วน 1 : 109 ส่วนกลุ่มประเทศ OECD พบว่า ออสเตรีย 1 : 92.9 สวิตเซอร์แลนด์ 1 : 53.4 นิวซีแลนด์ 1 : 87.5 เยอรมนี 1 : 81.0
สัดส่วนพยาบาลต่อประชากรรายจังหวัด

จากข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุข ประจำปี 2567 กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประเทศไทยมีพยาบาลในระบบสาธารณสุข ทั้งหมด 198,836 คน หากแยกเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีจำนวนพยาบาลมากที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร จำนวน 41,766 คน ตามมาด้วย นครราชสีมา 6,898 คน ขอนแก่น 6,860 คน เชียงใหม่ 6,851 คน และชลบุรี 6,663 คน ในขณะที่จังหวัดที่มีจำนวนพยาบาลน้อยที่สุด คือ สมุทรสงคราม จำนวน 482 คน ระนอง 512 คน แม่ฮ่องสอน 573 คน สิงห์บุรี 703 คน และอำนาจเจริญ 705 คน

เมื่อนำจำนวนประชากรมาเทียบกับจำนวนพยาบาล เพื่อดูว่าพยาบาล 1 คน ต้องรับผิดชอบประชากรกี่คน พบว่า พยาบาล 1 คนจะต้องดูแลประชากรประมาณ 327 คน หากแยกเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่ใช้พยาบาล 1 คนดูแลประชากรน้อยที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร โดยที่คิดเป็นสัดส่วนประชากร 128 คน ต่อพยาบาล 1 คน รองลงมาคือ นครนายก สัดส่วนประชากร 238 คน ต่อพยาบาล 1 คน เชียงใหม่ สัดส่วนประชากร 239 คน ต่อพยาบาล 1 คน ชลบุรี สัดส่วนประชากร 242 คน ต่อพยาบาล 1 คน และภูเก็ต สัดส่วนประชากร 246 คน ต่อพยาบาล 1 คน
ในขณะที่จังหวัดที่ใช้พยาบาล 1 คนดูแลประชากรมากที่สุด คือ หนองบัวลำภู สัดส่วนประชากร 677 คน ต่อพยาบาล 1 คน ตามมาด้วย บึงกาฬ สัดส่วนประชากร 572 คน ต่อพยาบาล 1 คน ชัยภูมิ สัดส่วนประชากร 551 คน ต่อพยาบาล 1 คน เพชรบูรณ์ สัดส่วนประชากร 550 คน ต่อพยาบาล 1 คน และนครพนม สัดส่วนประชากร 535 คน ต่อพยาบาล 1 คน
ปัญหาของพยาบาลไทย และเป้าหมายการแก้ไขที่ต้องไปให้ถึง
ข้อมูลจากรายงาน “ยุทธศาสตร์การปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริกหารด้านสาธารณสุขในภาพรวมทั้งระบบ ระยะ 10 ปี” โดยกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าพยาบาลวิชาชีพมีการสูญเสียกำลังคนประมาณปีละ 3,000 คน โดยแบ่งเป็นการเกษียณอายุราชการ ประมาณ 2,000-2,500 คนต่อปี และลาออกประมาณ 800-1,000 คนต่อปี นอกจากนี้อัตราการบรรจุทดแทนก็มีความล่าช้า
นอกจากปัญหาสัดส่วนพยาบาลต่อประชากรที่ยังคงสูงเมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก ยังพบว่าพยาบาลวิชาชีพยังมีภาระงานที่หนักภาระงานหนักโดยต้องปฏิบัติงานมากกว่าจำนวนชั่วโมงการทำงานปกติ รวมถึงต้องทำงานทดแทนพยาบาลที่ลาป่วย ลาคลอด และลาศึกษาต่ออีกด้วย จากการศึกษาของกองการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข ในปี 2565 พบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พยาบาลวิชาชีพต้องปฏิบัติงานมากกว่า 60 ชม./สัปดาห์ ในขณะที่สภาการพยาบาลกำหนดชั่วโมงการทำงานไว้ที่ไม่เกิน 48 ชม./สัปดาห์ เท่านั้น
การบรรจุทดแทนช้าและไม่เพียงพอนั้น ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนพยาบาลที่ผลิตได้ต่อปีเฉลี่ยอยู่ที่ 12,000 คน ซึ่งหากตั้งเป้าหมายสัดส่วนพยาบาลวิชาชีพต่อจำนวนประชากรในอัตรา 1 : 200 เท่ากับว่าในปี 2577 ประเทศไทยต้องมีพยาบาล 333, 475 คน เท่ากับว่าต้องผลิตเพิ่ม 124,558 คน หรือ 15,000 คนต่อปี

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีสถานศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรพยาบาล 121 แห่งใน 47 จังหวัดทั่วประเทศ โดยพบว่าจังหวัดที่ไม่มีการเปิดสอนหลักสูตรพยาบาล 30 จังหวัด คือ กระบี่ กาฬสินธุ์ ชุมพร ตราด น่าน บึงกาฬ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พังงา พิจิตร ภูเก็ต มุกดาหาร ยโสธร ระนอง ระยอง ลพบุรี ลำพูน เลย สกลนคร สตูล สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สิงห์บุรี สุโขทัย หนองคาย หนองบัวลำภู อ่างทอง และอุทัยธานี
กรุงเทพฯ เป็นจังหวัดที่มีสถานศึกษาที่ที่เปิดสอนหลักสูตรพยาบาลมากที่สุด 25 แห่ง รองลงมาก็คือปทุมธานี 7 แห่ง นครราชสีมา เชียงใหม่ 5 แห่ง อุบราชธานี นทบุรี นครปฐม ขอนแก่น 4 แห่ง
นอกจากนี้ ในอนาคตก็กำลังจะมีสถานศึกษาที่กำลังจะเปิดสอนหลักสูตรพยาบาลเพิ่มอีก 7 แห่ง คือ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดนจะเปิดในปี 2569 นี้ และคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, คณะพยาบาลศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี โดยจะเปิดในปี 2570
ที่มา
ข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุข ประจำปี 2567 กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
รายงาน “ยุทธศาสตร์การปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริกหารด้านสาธารณสุขในภาพรวมทั้งระบบ ระยะ 10 ปี” โดยกระทรวงสาธารณสุข
รายชื่อคณะพยาบาลศาสตร์ในประเทศไทย วิกิพีเดีย เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569
ดูข้อมูลได้ที่ https://rocketmedialab.co/database-nurse-crisis/
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

