ย้ำสถานศึกษาใช้แนวปฏิบัติการแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี ปี 2568 ต่อได้ทันที

กองบรรณาธิการ TCIJ 22 เม.ย. 2569 | อ่านแล้ว 51 ครั้ง

ย้ำสถานศึกษาใช้แนวปฏิบัติการแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี ปี 2568 ต่อได้ทันที

สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) พร้อมสนองนโยบายลดค่าครองชีพผู้ปกครอง ย้ำสถานศึกษาใช้แนวปฏิบัติการแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารีที่เคยแจ้งเมื่อปี 2568 ต่อได้ทันที

22 เมษายน 2569 ตามที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้มีนโยบายและข้อสั่งการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ปกครองในช่วงใกล้เปิดภาคเรียน ซึ่งหนึ่งในข้อสั่งการ คือ ปรับลดข้อบังคับด้านเครื่องแต่งกายให้มีความยืดหยุ่น เพื่อลดการซื้อใหม่ให้มากที่สุด ได้แก่ ชุดนักเรียน อนุโลมให้ใส่ชุดเดิมได้แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียน และให้โรงเรียนพิจารณาเพิ่มสัดส่วนวันใส่ชุดพละหรือชุดไปรเวทสุภาพ เช่นเดียวกับชุดลูกเสือ-เนตรนารี ที่อนุโลมให้ใส่เครื่องแบบลำลอง "ผ้าผูกคอและหมวก" ร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละในการฝึกอบรมในสถานศึกษาได้นั้น

ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัด ศธ. ทำหน้าที่เลขาธิการ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) กล่าวว่า สลช.ให้ความสำคัญกับแนวนโยบายของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ซึ่ง สลช.ได้เคยมีหนังสือคำสั่งแจ้งแนวปฏิบัติการแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ในสถานศึกษา เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2568 ไปยังหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในกำกับดูแล อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัด ผู้อำนวยการลูกเสือกรุงเทพมหานคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นต้น

เลขาธิการ สลช. กล่าวอีกว่า สาระสำคัญของแนวปฏิบัติดังกล่าวระบุว่า 1. การแต่งเครื่องแบบลูกเสือตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2510) ออกตามความในพระราชบัญญัติถูกเสือ พ.ศ. 2507 ประกอบด้วย หมวก เสื้อกางเกง/กระโปรง ผ้าผูกคอ เข็มขัด ถุงเท้า รองเท้า และเครื่องหมายประกอบเครื่องแบบ ให้ใช้สำหรับงานพิธีเข้าประจำกองลูกเสือ งานพิธีของลูกเสือ หรืองานพิธีอื่น ๆ ที่สถานศึกษา จังหวัด สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น และในการฝึกอบรมหรืออยู่ค่ายพักแรม 2. การแต่งเครื่องแบบลูกเสือสำรองแบบลำลองและเครื่องแบบลูกเสือสามัญแบบลำลอง ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2507 ซึ่งประกอบด้วยเครื่องแบบนักเรียน, ผ้าผูกคอ, เครื่องหมายลูกเสือ ใช้สำหรับการฝึกอบรม การอยู่ค่ายพักแรม เท่านั้นและการแต่งเครื่องแบบลำลอง อนุโลมให้ใช้ชุดพลศึกษาได้ และ 3. การแต่งเครื่องแบบลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่และลูกเสือวิสามัญแบบลำลอง อนุโลมให้แต่งเครื่องแบบตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2507 ในการนี้การจัดกิจกรรมฝึกอบรมลูกเสือ เนตรนารี ที่เป็นกิจกรรมกลางแจ้ง ให้สถานศึกษาพิจารณาปรับรูปแบบลักษณะการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และสภาพอากาศ และกำหนดการแต่งเครื่องแบบลูกเสือ เนตรมารี ตามข้อ 1-3 ได้ตามความเหมาะสม

“ทั้งนี้เนื่องจากร่างกฎกระทรวง ว่าด้วยเครื่องแบบและการแต่งกายลูกเสือ พ.ศ.... ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2568 ที่กำหนดให้การแต่งกายลูกเสือ มีความยืนหยุ่น คล่องตัวเหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ต่าง ๆ โดยเน้นความประหยัด คุ้มค่า แต่ยังคงไว้ซึ่งอุดมการณ์ ธรรมเนียมปฏิบัติ และพิธีการของลูกเสือ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้นในระหว่างนี้ สลช.จึงให้สถานศึกษาต่างๆ ดำเนินการตามแนวปฏิบัติการแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือเนตรนารี ในสถานศึกษาที่เคยแจ้งไปเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2568 ต่อไปได้ทันทีตามความเหมาะสมและบริบทของแต่ละสถานศึกษา” ดร.วรัท กล่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: