สรุป 7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 อุบัติเหตุ 1,242 ครั้ง บาดเจ็บ 1,200 ราย เสียชีวิต 242 ราย

กองบรรณาธิการ TCIJ 17 เม.ย. 2569 | อ่านแล้ว 69 ครั้ง

สรุป 7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 อุบัติเหตุ 1,242 ครั้ง บาดเจ็บ 1,200 ราย เสียชีวิต 242 ราย

สรุป 7 วันอันตรายช่วงสงกรานต์ 2569 (10 –16 เม.ย.) อุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง บาดเจ็บ 1,200 ราย เสียชีวิต 242 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ แพร่ (48 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (50 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่กรุงเทพมหานคร (21 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 10 จังหวัดได้แก่จังหวัดนครพนม บึงกาฬ ปัตตานี พังงา ระยอง สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรีหนองบัวลำภู และแม่ฮ่องสอน

17 เมษายน 2569 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 16 เมษายน 2569 เกิดอุบัติเหตุ 123 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 123 คน ผู้เสียชีวิต 17 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วัน ของการรณรงค์ (10 –16 เม.ย.69) เกิดอุบัติเหตุ รวม 1,242 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,200 คน ผู้เสียชีวิต รวม 242 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) 10 จังหวัด ศปถ. เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดยังคงดูแลความปลอดภัยของประชาชนในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง รายงานปัญหาและข้อเสนอแนะมายัง ศปถ. เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนได้ตรงจุด ตลอดจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลผู้ประสบอุบัติเหตุและครอบครัวให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามที่กฎหมาย และติดตามผู้กระทำความผิดข้อหาเมาแล้วขับที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติป้องกันการกระทำผิดซ้ำ พร้อมถอดบทเรียนการทำงานเพื่อนำไปพัฒนามาตรการและแนวทางการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 และเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เปิดเผยว่า ศปถ. ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 16 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่เจ็ดของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 123 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 123 คน ผู้เสียชีวิต 17 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 40.65 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 25.20 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 64.55 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 87.80 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 44.72ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 27.64 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 09.01 –12.00 น. และ 15.01 -18.00 น. ร้อยละ 16.26 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20 -29 ปี ร้อยละ 22.14 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (8ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ปัตตานี (11 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครปฐม (3 ราย)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วัน (10 –16 เม.ย. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,200 คน ผู้เสียชีวิต รวม 242 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ แพร่ (48 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (50 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่กรุงเทพมหานคร (21 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 10 จังหวัดได้แก่จังหวัดนครพนม บึงกาฬ ปัตตานี พังงา ระยอง สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรีหนองบัวลำภู และแม่ฮ่องสอน

ซึ่งจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเป้าหมายของตัวชี้วัดของแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทลกาลและช่วงวันหยุด พ.ศ. 2569 ที่กำหนดไว้ คือ “ลดลงไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง” โดยผลการดำเนินงานภาพรวม พบว่า จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุลดลง ร้อยละ 35.59 จำนวนผู้บาดเจ็บลดลง ร้อยละ 37.53 จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง ร้อยละ 9.70

นายธีรพัฒน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวต่อว่า จากข้อมูลปริมาณการเดินทางคาดว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่ยังคงอยู่เที่ยวต่อในพื้นที่ จึงขอให้ทุกจังหวัดอำนวยความสะดวกดูแลความปลอดภัย และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักถึงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงติดตามตรวจสอบข้อมูลอุบัติเหตุผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้นในช่วงควบคุมเข้มข้น และรายงานปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะเสนอต่อ ศปถ. เพื่อนำไปกำหนดกรอบแนวทางในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างตรงจุด ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลผู้ประสบอุบัติเหตุและครอบครัวให้ได้รับการช่วยเหลือ เยียวยา ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน และติดตามผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจร โดยเฉพาะข้อหาเมาแล้วขับที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ พร้อมถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 เพื่อนำไปกำหนดแนวทางและมาตรการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่

“ตลอด 7 วัน ของช่วงควบคุมเข้มข้นในเทศกาลสงกรานต์ 2569 ผมขอขอบคุณคณะอนุกรรมการฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ จิตอาสา และอาสาสมัครทุกท่านที่ได้ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติงานสร้างความปลอดภัยทางถนนให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว และขอฝากเชิญชวนพี่น้อง ประชาชน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความปลอดภัยทางถนน โดยเริ่มต้นจากการไม่ทำพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยใช้อุปกรณ์นิรภัย สวมหมวกกันน็อค คาดเข็มขัดนิรภัย ทุกครั้งที่ขับขี่ ไม่ขับรถเร็ว ดื่มไม่ขับ ระมัดระวังการขับรถในชุมชน เคารพกฎหมาย และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทาง ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้ และถึงแม้การควบคุมเข้มข้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ 69 จะจบลง แต่ ศปถ. ปภ. กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานภาคีเครือข่ายจะยังคงขับเคลื่อนงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัยในการสัญจรเดินทาง”นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: