เสนอจัดทำแผนเชิงรุก 'ปฏิทินวงรอบขุดลอกแม่น้ำ' แก้ปัญหาภัยพิบัติซ้ำซากภาคเหนือ

กองบรรณาธิการ TCIJ 10 เม.ย. 2569 | อ่านแล้ว 126 ครั้ง

เสนอจัดทำแผนเชิงรุก 'ปฏิทินวงรอบขุดลอกแม่น้ำ' แก้ปัญหาภัยพิบัติซ้ำซากภาคเหนือ

ภาคเหนือเหนือเผชิญภัยพิบัติซ้ำซาก ทั้งฝุ่นพิษและน้ำท่วม สส.เชียงใหม่ เสนอให้มีการจัดทำแผนเชิงรุก "ปฏิทินวงรอบขุดลอกแม่น้ำ" ทั้งแม่น้ำสายหลักและแม่น้ำสายรองในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย แทนรอเยียวยาหลังสูญเสีย

การณิก จันทดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต 2 พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐจัดทำแผนมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ หลังจากประชาชนในภูมิภาคต้องเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤตมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งอุทกภัย ฝุ่นละอองขนาดเล็ก และค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ในการอภิปรายญัตติต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและติดตามความคืบหน้าการชดเชย เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา

สส.การณิก อภิปรายว่า ในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม 2567 พื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรุนแรง ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา รวมถึงสุโขทัย โดยระดับน้ำท่วมสูงกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งสำคัญในปี 2549 และปี 2554

ความเสียหายครอบคลุมทั้งโรงเรียน สถานพยาบาล สถานที่ราชการ ตลาด ร้านค้า และพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งบางแห่งมีน้ำท่วมขังนานนับสัปดาห์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก

สส.การณิก ระบุว่า แม้จะมีการเยียวยาผู้ประสบภัย แต่กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นล่าช้า ทำให้ประชาชนจำนวนมากตกอยู่ในภาวะเครียดสะสมและมีสุขภาพจิตที่ย่ำแย่ลง เมื่อเข้าสู่ปี 2569 สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่กลับมารุนแรงในภาคเหนือ ยิ่งซ้ำเติมปัญหาสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจของประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กดดันค่าครองชีพของประชาชนให้หนักยิ่งขึ้นไปอีก

สส.การณิก เสนอให้รัฐบาลจัดทำ แผนปฏิทินวงรอบการขุดลอกแม่น้ำ ทั้งแม่น้ำสายหลักและแม่น้ำสายรองในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย

"ภัยพิบัติไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด เมื่อใด และรุนแรงเพียงใด การลงทุนในมาตรการเชิงรุกจึงคุ้มค่ากว่าการรอเยียวยาหลังเกิดเหตุ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความเสียหายแล้ว ยังช่วยลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างยั่งยืน" สส.การณิก กล่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: