ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่าเดือนเมษายน 2026 วิกฤตน้ำมันจะหนักกว่ามีนาคม 2026 สองเท่า เหตุไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกแล้ว โลกสูญเสียน้ำมัน 12 ล้านบาร์เรล/วัน หนักกว่าวิกฤตปี 1973 และ 1979 รวมกัน ราคา Brent พุ่ง 60% ในเดือนเดียว สูงสุดรอบ 45 ปี ชี้นี่คือวิกฤตพลังงานเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์
สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 ว่า ฟาติห์ บิรอล (Fatih Birol) ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่าเดือนเมษายนจะเลวร้ายกว่าเดือนมีนาคมมาก โดยให้สัมภาษณ์กับพอดแคสต์ "In Good Company" ที่จัดโดย นีโคไล ทังเงน (Nicolai Tangen) ซีอีโอของ Norges Bank Investment Management ว่าวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่านครั้งนี้เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์
"เดือนเมษายนจะหนักกว่าเดือนมีนาคมมาก" บิรอลกล่าว และอธิบายว่าในเดือนมีนาคมยังมีเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซก่อนสงครามเริ่มต้นทยอยมาถึงท่าเรือ แต่เดือนเมษายนไม่มีเรือเหล่านั้นอีกแล้ว ทำให้การสูญเสียน้ำมันในเดือนเมษายนจะมากกว่าเดือนมีนาคมถึงสองเท่า และยังมีก๊าซ LNG และสินค้าอื่นๆ อีก ซึ่งจะส่งผลต่อเงินเฟ้อ ฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา และอาจนำไปสู่การแบ่งสรรพลังงานในหลายประเทศเร็วๆ นี้
หนักกว่าวิกฤตทุกครั้งที่ผ่านมา
บิรอลเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น โดยบอกว่าในวิกฤตน้ำมันปี 1973 และ 1979 แต่ละครั้งโลกสูญเสียน้ำมันประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในหลายประเทศ แต่ครั้งนี้โลกสูญเสียน้ำมันไปถึง 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าสองวิกฤตนั้นรวมกัน
นอกจากนั้นปริมาณก๊าซที่หายไปจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังมากกว่าตอนที่รัสเซียตัดก๊าซยุโรปเมื่อ 4 ปีที่แล้วด้วย บิรอลบอกว่าวิกฤตครั้งนี้หนักกว่าทั้งสามครั้งรวมกัน และยังมีสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญอื่นๆ ที่หายไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นปิโตรเคมี ปุ๋ย และกำมะถัน ซึ่งล้วนสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมเตือนว่า "เรากำลังมุ่งหน้าสู่การหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์"
IEA พิจารณาปล่อยน้ำมันสำรองเพิ่ม
บิรอลบอกว่า IEA กำลังประเมินสถานการณ์ตลาดทุกชั่วโมง และถ้าเห็นว่าจำเป็นก็พร้อมเสนอให้ปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินเพิ่มเติม โดยปัญหาหลักตอนนี้คือการขาดแคลนน้ำมันเครื่องบินและดีเซล ซึ่งเริ่มเห็นชัดในเอเชียแล้ว และคาดว่าจะลามถึงยุโรปในเดือนเมษายนหรืออย่างช้าต้นเดือนพฤษภาคม
ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน ประเทศสมาชิก IEA ทั้ง 32 ประเทศตกลงปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินออกมา 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่บิรอลย้ำว่านี่เป็นแค่การบรรเทาความเจ็บปวด ไม่ใช่การแก้ปัญหา "การรักษาที่แท้จริงคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เราแค่กำลังยื้อเวลา นี่ไม่ใช่ทางออก" เขากล่าว
ราคาน้ำมันพุ่งสูงสุดในรอบหลายสิบปี
นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ราคาน้ำมันพุ่งสูงไม่หยุด น้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงโลกปรับตัวขึ้นกว่า 60% ตลอดเดือนมีนาคม ถือเป็นการขึ้นราคารายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลในช่วงปี 1980
IEA ยังออกคำแนะนำเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน เช่น ลดความเร็วรถบนถนน ทำงานจากบ้าน และลดการใช้เตาแก๊ส
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

