สถานทูตอิหร่านเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกของประธานาธิบดี มาซูด เปเซซเคียน ถึงประชาชนชาวอเมริกันโดยตรง ตั้งคำถามสงครามครั้งนี้รับใช้ใคร พร้อมชี้ว่าภาพ "อิหร่านอันตราย" เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจ
2 เมษายน 2026 สถานทูตอิหร่านเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกของ ประธานาธิบดี มาซูด เปเซซเคียน แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ถึงประชาชนชาวสหรัฐอเมริกาโดยตรง โดยปฏิเสธภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม พร้อมตั้งคำถามถึงการที่วอชิงตันนำกองทัพเข้าสู่ความขัดแย้งในฐานะ "ตัวแทนของอิสราเอล" สารฉบับนี้เผยแพร่ผ่านสถานทูตอิหร่านอย่างเป็นทางการ
เปเซซเคียนเน้นย้ำว่าตลอดประวัติศาสตร์สมัยใหม่ อิหร่านไม่เคยเลือกเส้นทางการรุกราน การขยายอำนาจ หรือการล่าอาณานิคม แม้จะมีขีดความสามารถทางทหารเหนือกว่าหลายประเทศในภูมิภาค และยืนยันว่าการเสริมสร้างกองกำลังป้องกันประเทศของอิหร่านเกิดขึ้นจากการตอบโต้ต่อการที่สหรัฐฯ กระจายฐานทัพรอบประเทศ ไม่ใช่การแสดงท่าทีรุกราน
สารดังกล่าวระบุถึงรัฐประหารปี 1953 ซึ่งสหรัฐฯ มีส่วนสนับสนุน ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ฉีกทำลายกระบวนการประชาธิปไตยของอิหร่านและปลูกฝังความไม่ไว้วางใจรัฐบาลวอชิงตันในหมู่ชาวอิหร่านมาจนถึงปัจจุบัน ตามด้วยการสนับสนุนซัดดัม ฮุสเซน ระหว่างสงครามอิหร่าน-อิรักในทศวรรษ 1980 และการคว่ำบาตรที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
เปเซซเคียนตั้งคำถามตรงๆ ว่าสงครามครั้งนี้รับใช้ผลประโยชน์ของประชาชนชาวอเมริกันจริงหรือไม่ พร้อมโจมตีการโจมตีโรงงานผลิตยาและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของอิหร่านว่าเข้าข่าย "อาชญากรรมสงคราม" และตั้งข้อสังเกตว่าอิสราเอลพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากปฏิบัติการในกาซาด้วยการสร้าง "ภัยคุกคามจากอิหร่าน" ขึ้นมา
แม้จะมีท่าทีแข็งกร้าว ประธานาธิบดีอิหร่านยืนยันว่าอิหร่านได้ปฏิบัติตามพันธกรณีในข้อตกลงทุกฉบับ และชี้ว่าการถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์และการเริ่มปฏิบัติการโจมตีระหว่างการเจรจาเป็น "ทางเลือกของรัฐบาลสหรัฐฯ" เอง พร้อมส่งสัญญาณว่าโลกยืนอยู่บนทางแยกระหว่างการเผชิญหน้าและการมีปฏิสัมพันธ์ที่นำมาซึ่งสันติภาพ
เปเซซเคียนปิดท้ายด้วยการเชิญชวนให้ประชาชนอเมริกันพูดคุยกับผู้ที่เคยไปเยือนอิหร่านและสังเกตความสำเร็จของชาวอิหร่านในมหาวิทยาลัยและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลก โดยตั้งคำถามว่าความจริงเหล่านี้สอดคล้องกับภาพบิดเบือนที่ถูกนำเสนอหรือไม่ และทิ้งท้ายว่า "อิหร่านยังคงดำรงอยู่อย่างทรหด มีเกียรติ และภาคภูมิใจ"
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

