
Rocket Media Lab ชวนสำรวจความหนาแน่นของปั๊มน้ำมันและปริมาณรถที่ใช้น้ำมันในแต่ละจังหวัดว่า จังหวัดไหนปั๊มเยอะ จังหวัดไหนมีรถที่ใช้น้ำมันน้อย
นับตั้งแต่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น หลายประเทศต้องเผชิญกับวิกฤตด้านพลังงาน เช่นเดียวกับประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซสูงถึง 50-70% ของการนำเข้าทั้งหมด ทำให้ราคาน้ำมันในไทยสูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานออกมาให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องไม่น้อยกว่า 100 วัน ในขณะที่พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่าประเทศไทยมีน้ำเพียงพอเป็นเวลา 96 วัน พร้อมกล่าวเสริมว่าในวันพรุ่งนี้ (18 มีนาคม 2569) ราคาน้ำมันจะขยับขึ้น สร้างความแตกตื่นให้ประชาชนออกไปเต็มน้ำมันและกักตุนน้ำมัน ก่อนที่ราคาจะแพงขึ้น จนเกิดเป็นภาพที่มีรถต่อคิวรอเติมน้ำมัน และปั๊มหลายแห่งติดป้ายประกาศว่าน้ำมันหมด หลายปั๊มต้องออกโควตาจำกัดการเติมน้ำมัน และงดการเติมในถังแกลลอนเพื่อป้องกันการกักตุนน้ำมัน
Rocket Media Lab ชวนสำรวจความหนาแน่นของปั๊มน้ำมันและปริมาณรถที่ใช้น้ำมันในแต่ละจังหวัดว่า จังหวัดไหนปั๊มเยอะ จังหวัดไหนมีรถที่ใช้น้ำมันน้อย

จากข้อมูลผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน พบว่าในปี 2568 ประเทศไทยมีปั๊มน้ำมันรวม 25,267 แห่ง โดยจังหวัดที่มีปั๊มน้ำมันมากที่สุด คือ นครราชสีมา โดยมีปั๊มน้ำมันทั้งหมด 1,074 แห่ง ตามมาด้วยเชียงใหม่ 922 แห่ง กรุงเทพฯ 774 แห่ง เพชรบูรณ์ 768 แห่ง และอุดรธานี 669 แห่ง ในขณะที่จังหวัดที่มีปั๊มน้ำมันน้อยที่สุด คือ จังหวัดระนอง จำนวน 36 แห่ง ตามมาด้วยนราธิวาส 43 แห่ง สตูล 50 แห่ง พังงา 60 แห่ง และยะลา 65 แห่ง
นอกจากนี้ จากข้อมูลสถิติรถจดทะเบียนสะสม จำแนกตามชนิดเชื้อเพลิง กรมขนส่งทางบก โดยเข้าถึงข้อมูล ณ วันที่ 17 มีนาคม 2569 โดยดูเฉพาะรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง พบว่าประเทศไทย มีรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง จำนวน 44,835,503 คัน โดยจังหวัดที่มีรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ จำนวน 12,190,100 คัน ตามมาด้วยชลบุรี 1,841,140 คัน เชียงใหม่ 1,660,135 คัน นครราชสีมา 1,490,903 คัน และขอนแก่น 957,066 คัน ในขณะที่จังหวัดที่มีรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงน้อยที่สุด คือ แม่ฮ่องสอน จำนวน 85,332 คัน ตามมาด้วยสมุทรสงคราม 89,136 คัน ระนอง 109,755 คัน พังงา 135,881 คัน และอำนาจเจริญ 136,471 คัน
หากนำข้อมูลสถิติรถจดทะเบียนสะสม และจำนวนปั๊มน้ำมันมาทำเป็นสัดส่วน เพื่อดูความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมันต่อปั๊มน้ำมันพบว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมันจำนวน 1,774.47 คัน ต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง หากแยกเป็นจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมันต่อปั๊มน้ำมันมากที่สุด คือ สุโขทัย มีสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมัน 616.69 ต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง ตามมาด้วย เพชรบูรณ์ 646.77 คันต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง ปทุมธานี 652.75 คันต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง กาฬสินธุ์ 655.48 คัน และหนองบัวลำภู 669.60 คันต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมันต่อปั๊มน้ำมันน้อยที่สุด คือ กรุงเทพฯ มีสัดส่วนความหนาแน่นของรถที่ใช้น้ำมัน 15,749.48 ต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง ตามมาด้วยภูเก็ต 7,277.97 คันต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง นราธิวาส 6,814.67 คันต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง ยะลา 5,257.08 คันต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง และชลบุรี 4,534.83 คันต่อปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง
นอกจากนี้ เมื่อดูแยกเฉพาะกลุ่มรถที่ใช้น้ำมันดีเซล ซึ่งตอนนี้เป็นเชื้อเพลิงที่ขาดแคลนในหลายพื้นที่ จะพบว่าจังหวัดที่มีจำนวนรถที่ใช้น้ำมันดีเซลมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ 3,340,766 คัน ตามมาด้วยนครราชสีมา 517,837 คัน ชลบุรี 436,361 คัน เชียงใหม่ 413,469 คัน และขอนแก่น 329,031 คัน ในขณะที่จังหวัดที่มีจำนวนรถที่ใช้น้ำมันดีเซลน้อยที่สุด คึอ แม่ฮ่องสอน 13,758 คัน ตามมาด้วยสมุทรสงคราม 23,752 คัน สตูล 26,434 คัน ระนอง 26,946 คัน และสมุทรสาคร 28,916 คัน
ที่มา
ข้อมูลผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 แห่ง พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เข้าถึง ณ วันที่ 17 มีนาคม 2569
สถิติรถจดทะเบียนสะสม จำแนกตามชนิดเชื้อเพลิง กรมขนส่งทางบก เข้าถึง ณ วันที่ 17 มีนาคม 2569
ดูข้อมูลได้ที่ https://rocketmedialab.co/database-gas-station/
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

