เปิดตัวหนังสือ ‘มายาคติพลังงาน 2’ ชวนตั้งคำถามความเชื่อเดิม จุดถกเถียงอนาคตพลังงานไทย

กองบรรณาธิการ TCIJ 10 มี.ค. 2569 | อ่านแล้ว 83 ครั้ง


บริษัท ป่าสาละ จำกัด และมูลนิธิ Friedrich-Ebert-Stiftung Thailand เปิดตัวหนังสือ ‘มายาคติพลังงาน 2’ ฉบับปรับปรุงในรอบ 10 ปี เพื่อชวนสังคมไทยทบทวนความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับพลังงาน พร้อมเปิดเว็บไซต์ energymyths.co ให้ประชาชนเข้าถึงเนื้อหาและทดสอบความรู้ด้านพลังงานผ่านควิซออนไลน์ โดยผู้เขียนและนักวิชาการชี้ว่า “มายาคติพลังงาน” จำนวนมากเกิดจากข้อมูลที่ล้าสมัยหรือการมองไม่เห็นทางเลือกใหม่ ๆ จึงจำเป็นต้องเปิดพื้นที่ถกเถียงเรื่องพลังงานให้กว้างขึ้น ท่ามกลางประเด็นใหม่อย่างพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ที่กำลังถูกพูดถึงในสังคมไทย

เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2569 บริษัท ป่าสาละ จำกัด (“ป่าสาละ”) ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านธุรกิจยั่งยืนแห่งแรกของไทย และมูลนิธิ Friedrich-Ebert-Stiftung Thailand ร่วมกันจัดงานเปิดตัวหนังสือ ‘มายาคติพลังงาน 2’ ซึ่งเป็นฉบับปรับปรุงใหม่ในรอบ 10 ปีของหนังสือที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานโดยเฉพาะ  เพื่อนำไปสู่การถกเถียงเรื่องพลังงานในไทย รวมถึงหักล้างความเข้าใจเดิมๆ ที่อาจล้าสมัยในปัจจุบัน พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์ energymyths.co เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลและเนื้อหาของหนังสือ

โดยช่วงแรกเป็นการแนะนำเว็บไซต์ energymyths.co ซึ่งประกอบไปด้วยเนื้อหาภายในหนังสือ และควิซสนุกๆ  ที่จะสุ่มคำถามขึ้นมา 10 ข้อ เพื่อทดสอบความรู้ด้านพลังงานของผู้เล่น ผลคะแนนจะแบ่งผู้เล่นเป็น 4 ระดับคือ ‘ผู้ฝึกหัด’ ‘นักผจญภัย’ ‘ผู้กล้า’ หรือ ‘ปรมาจารย์’ โดยสามารถแชร์ผลการวัดคะแนนลงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อชวนคนใกล้ตัวมาวัดพลังความรู้ด้านพลังงานได้อีกด้วย 

จากนั้นเป็นการร่วมพูดคุยถึงการจัดทำและเนื้อหาในหนังสือโดย สฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ป่าสาละ จำกัด และ ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการโครงการ Climate Connectors หนึ่งในคณะผู้เขียนหนังสือ

จากประสบการณ์การทำงานด้านพลังงานมาหลายทศวรรษ ธาราอธิบายถึงความจำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในเรื่องพลังงาน เพราะแม้แต่เรื่องพื้นฐานอย่างความมั่นคงทางพลังงาน แต่ละคนก็มีนิยามที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับความเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคอีกด้วย

“ในยุคที่ผมยังเป็นนักรณรงค์อยู่ ความมั่นคงทางพลังงานมีนิยามที่หลากหลาย แต่นิยามส่วนใหญ่มาจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) ซึ่งคนที่ไปนั่งอยู่ใน IEA มักยึดโยงกับอุตสาหกรรมฟอสซิล จะบอกว่าความมั่นคงทางพลังงานเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดหาพลังงานที่สามารถนำมาใช้ในระบบไฟฟ้าได้ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่าน โดยเฉพาะช่วง 10-20 ปีนี้ นิยามเรื่องความมั่นคงทางพลังงานก็เปลี่ยนไป มีมิติด้านสิ่งแวดล้อมและมิติด้านสิทธิมนุษยชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นิยามส่วนใหญ่จะถูกถ่ายทอดผ่านกลไก ผ่านการสื่อสาร ผ่านคำอธิบาย ผ่านเรื่องเล่าต่างๆ”

นอกจากนี้ธารายังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การจะทลายมายาคติทางด้านพลังงานได้ จะต้องเปิดพื้นที่ให้มีการถกเถียงกัน โดยตอนนี้สังคมไทยก็มีประเด็นใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ที่กำลังเป็นกระแสในโลกพลังงาน ซึ่งควรจะมีการเปิดพื้นที่ให้มีการถกเถียงกันมากขึ้น เนื่องด้วยข้อมูลที่มีอยู่ในสังคมในตอนนี้มีแต่ข้อมูลของฝั่งอุตสาหกรรมนิวเคลียร์เองรวมไปถึงฝั่งภาครัฐ ที่บอกว่า SMR คือพลังงานแห่งอนาคต เพราะไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ด้านสฤณีพูดถึงการมองไม่เห็น ‘ทางเลือก’ ที่มาจากมายาคติในเรื่องพลังงานว่า “ในอดีตที่ผ่านมา บางประเด็นอาจไม่ได้เป็นปัญหาก็ได้ ตอนนี้เรารู้อะไรมากขึ้นแล้วก็จริง แต่คำถามที่มีในสังคมไทยก็คือ ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเจ้าของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เขาได้สื่อสารทางเลือกหรือสื่อข้อมูลต่างๆ ที่ทันต่อสถานการณ์แค่ไหน ทันต่อข้อมูลอัปเดตล่าสุดหรือเปล่า”

สฤณียกตัวอย่างมายาคติเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ทำให้เกิดการตั้งคำถามในหนังสือว่า เมืองไทยลมน้อยจริงหรือไม่

“หลายท่านคงรู้สึกว่า เคยได้ยินมาว่าลมน้อย เลยทำได้แต่ในภาคใต้ แต่ถ้าเราไปดูข้อมูลจะเห็นเทคโนโลยีการทำกังหันลมพัฒนาขึ้น เขาสามารถสร้างกังหันลมได้สูงขึ้น มีความผันผวนน้อยลง มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราก็ต้องตั้งคำถามว่า ถ้าเราพูดถึงกำลังการผลิตจากพลังงานลม เรากำลังพูดถึงเทคโนโลยีกังหันลมล่าสุดใช่หรือไม่ คำว่า มายาคติ เป็นคำที่มีหลายองค์ประกอบ บางทีเป็นเรื่องของการไม่อัปเดตข้อมูล หรือว่าการมองไม่เห็นทางเลือกต่างๆ” สฤณีกล่าว

ช่วงที่สองเป็นวงสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ ‘เปิดหนังสือชวนคุย: จะชวนคนมาคิดอีกนิดเรื่องพลังงานได้อย่างไร’ ที่ได้ วีรพร นิติประภา นักเขียนเจ้าของรางวัลซีไรต์ปี 2558 และ 2561, ผศ.รุจน์ โกมลบุตร อาจารย์ประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ผศ.พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี วีณารัตน์ เลาหภคกุล จาก The Standard เป็นผู้ดำเนินรายการ

วีรพรพูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “มายาคติมีหลายชุดมากกว่าจะมาถึงชุดที่เราคุยกันอยู่ทุกวันนี้ เราไม่ได้รับการฝึกฝนมาให้ถามคำถามตั้งแต่ต้น เราไม่รู้ว่าเราต้องรู้อะไร เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้อะไร เราไม่รู้ว่าเขาให้เรารู้อะไร หรือเขาทำให้เรารู้อะไร”

ส่วน ผศ.พิจิตรา ได้ชวนให้คนคิดเรื่องพลังงานผ่านมุมมองของนักวิจัยที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับเสนอข่าวด้านพลังงานในสื่อต่างๆ เป็นเวลา 1 ปี จากข้อมูลพบว่า ประเด็นในเนื้อหาข่าวที่มีการพูดคุยมากเป็นอันดับหนึ่ง ได้แก่ เรื่องนโยบายและการกำกับดูแล ตามด้วยแง่มุมด้านธุรกิจ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมตามลำดับ ในขณะที่มิติทางสังคมยังมีการพูดถึงค่อนข้างน้อย ส่วนประเด็นที่ผู้รับสารสนใจมากที่สุด ได้แก่ เรื่องราคา รองลงมาเป็นข่าวธุรกิจที่เกี่ยวกับเรื่องพลังงาน

“พอเราตั้งคำถามว่า ประชาชนคนไทยรับรู้อะไรจากข่าวพลังงาน เราเจอวาทกรรมหลายอย่างเหมือนกัน แต่ที่พบบ่อยคือ พอข่าวพลังงานมีความคาบเกี่ยวกับข่าวพีอาร์ เป็นลักษณะที่ถ้าราคาน้ำมันแพง รัฐบาลตรึงราคาให้เป็นของขวัญ หรือเราจะลดค่าไฟ เราเลยเห็นวาทกรรมในเรื่องของการใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสให้การสร้างระบบอุปถัมภ์มาอย่างต่อเนื่อง ข่าวที่ออกมาจะเป็นแบบนี้ค่อนข้างเยอะ” ผศ.วิจิตราอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่สื่อของไทย

ด้าน ผศ.รุจน์ กล่าวถึงความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ว่า “หนังสือเล่มนี้แปลกตรงที่มันเรียบง่ายมากๆ จนกระทั่งถึงซับซ้อนมากๆ อยู่ในเล่มเดียวกัน อีกเรื่องที่ผมชอบ คือ มีความเป็นรูปธรรมสูงมาก มีตัวอย่างที่เป็น best practice อยู่ในชุมชนต่างๆ ทั่วโลก อย่างเช่น ตัวอย่างในหนังสือบอกว่าในแคลิฟอร์เนียสามารถใช้พลังงานหมุนเวียนจากลม แสงอาทิตย์ และน้ำได้ 100% และเหลือขายได้ด้วย เป็นการยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้

“ในหนังสือมีการวิพากษ์วิจารณ์โซลาร์เซลล์ด้วย มีการพูดถึงปัญหาเรื่องการจัดการเช่นกัน หนังสือเล่มนี้ลึกๆ แล้วพยายามเชียร์ให้เราหันมาสนใจพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็วิพากษ์วิจารณ์ตรงประเด็นว่าต้องมีการจัดการรองรับในระดับหนึ่ง

“หนังสือเล่มนี้จะเป็นอีกหนึ่งเสียงที่เข้าไปอยู่ในระบบนิเวศ ทำให้เกิดบทสนทนาเพิ่มขึ้น ถ้าบทสนทนาดังขึ้นเรื่อยๆ ก็จะมีโอกาสในการช่วงชิงอำนาจกลับคืนมา” ผศ.รุจน์กล่าวถึงบทบาทที่เป็นไปได้ของหนังสือ ‘มายาคติพลังงาน 2’

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: