เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ค้านเปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ ระบุการทำงานของ "เอ้กบอร์ด" ปัจจุบันช่วยจัดสมดุล “โควตานำเข้าแม่พันธุ์” ใช้การตลาดนำการผลิต รักษาเสถียรภาพราคา ไม่ขัดเสรีภาพการประกอบอาชีพตามรัฐธรรมนูญ
30 มีนาคม 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า ในการสัมมนาออนไลน์ เพื่อรับฟังความเห็นผลการศึกษานโยบาย มาตรการการกํากับดูแล และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมไก่ไข่ โดยนายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ และคณะสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ซึ่งได้สำรวจความเห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างอุตสาหกรรม ผลกระทบของนโยบายกํากับดูแลของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ หรือ "เอ้กบอร์ด" (Egg Board) ต่อฟาร์มอิสระ เพื่อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)
ทั้งนี้ ในที่ประชุม กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่และตัวแทนสหกรณ์ อาทิ สหกรณ์เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จ.อ่างทอง สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี สมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง แสดงความเห็นค้านข้อเสนอการเตรียมเปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) โดยยืนยันว่าการทำงาน เอ้กบอร์ด ปัจจุบันที่กำหนดแผนการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ปีละ 440,000 ตัว ให้กับผู้ประกอบการ 16 รายนั้น มีความเหมาะสม สามารถช่วยดูแลเสถียรภาพราคาให้เกษตรกรรายย่อยอยู่รอดได้ สำหรับการเข้ามาของผู้ประกอบการนำเข้ารายใหม่สามารถทำได้โดยการยื่นแผนการเลี้ยงต่อคณะกรรมการ ไม่มีการปิดกั้น เพื่อพิจารณาให้เหมาะสม
นายชัยภูมิ บัญชาศักดิ์ อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ และอดีตกรรมการเอกบอร์ด กล่าวว่า ที่ผ่านมาจากการทำงานในคณะกรรมการฯ บริหารจัดการตามหลักดีมานด์และซัพพลาย ส่วนเรื่องสาเหตุไข่ไก่สูงจากอาหารสัตว์แพงนั้น เกิดจากนโยบายอาหารสัตว์ ขณะที่ น.สพ.กิตติ ทรัพย์ชูกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและการตลาดไข่ไก่ กล่าวว่า ไข่ไก่เป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดเดียวที่เกษตรกรมีกำไรโดยไม่ต้องออกกฎหมายหรือไม่ต้องใช้เงินเลย ยึดตามโมเดลเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งที่มาของระบบนี้เกิดจากไทยประสบปัญหาราคาไข่มาแล้ว 4-5 รอบ จึงได้มีการเสนอให้นำข้อมูลย้อนหลัง จำนวนประชากร การบริโภค เพิ่มจาก 180 ล้านฟอง เป็น 240 ล้านฟองต่อคนต่อปี เพื่อมาวางแผนการผลิต โดยกำหนดให้โควตานำเข้าพ่อแม่พันธุ์ให้กับผู้ประกอบการ 19 ราย แต่ภายหลังเลิกกิจการเหลือ 16 ราย
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

