วิกฤต PM2.5 ภาคเหนือทวีความรุนแรงจนเข้าขั้น "ภัยพิบัติทางสาธารณสุข" แต่การประกาศเขตภัยพิบัติยังเงียบ ส่งผลให้จังหวัดไม่มีอำนาจบริหารงบเชิงรุก ขณะที่โรงพยาบาลแบกรับผู้ป่วยล้น เด็กและผู้สูงอายุในกลุ่มเปราะบางได้รับผลกระทบหนัก สส.เชียงใหม่ ร้องผู้ว่าฯ ประกาศภัยพิบัติ ปลดล็อกงบช่วยประชาชน
30 มีนาคม 2569 การณิก จันทดา สส.เชียงใหม่ เขต 2 ออกมาเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโดยด่วน หลังค่าฝุ่น PM2.5 ในเชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนพุ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับอันตรายอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในวงกว้าง
การณิกระบุว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมชั่วคราว แต่ได้ลุกลามกลายเป็นภัยพิบัติทางสาธารณสุขที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องรับภาระผู้ป่วยเกินขีดความสามารถ ขณะที่การสะสมของมลพิษในร่างกายจากการสูดดมระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหลอดเลือด และโรคหัวใจ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
สส.เชียงใหม่ รายนี้ชี้ให้เห็นว่า อุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหาคือการที่ยังไม่มีการประกาศเขตภัยพิบัติ ทำให้จังหวัดไม่สามารถบังคับใช้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ขาดงบสนับสนุนค่าตอบแทนอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่า รวมถึงไม่สามารถจัดตั้งห้องปลอดฝุ่น (Clean Room) หรือกระจายหน้ากาก N95 ให้กลุ่มเปราะบางได้อย่างทั่วถึง
"ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับปอดของเด็กและกลุ่มเปราะบางในวันนี้ คือความเสียหายที่ไม่อาจฟื้นฟูได้ การรักษาภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวไม่ควรมีความสำคัญเหนือไปกว่าการรักษาชีวิตและลมหายใจของประชาชน" การณิกกล่าว
การณิก ได้เรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารระดับสูงใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด แทนที่จะดำเนินการเพียงเชิงพิธีการ เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการในห้วงวิกฤตนี้คือ "ผู้นำวิกฤต" ที่กล้าตัดสินใจปลดล็อกงบประมาณและทรัพยากรลงสู่หน้างานอย่างแท้จริง
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

