กสทช. แถลงผลการศึกษาแนวโน้มมูลค่าตลาดสื่อสารและทิศทางอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย ปี 2569 ชี้ยังมีปัจจัยบวก รับแรงหนุนบริการดิจิทัล-AI คาดการณ์ว่ามีมูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท
23 มีนาคม 2569 สำนักงาน กสทช. แถลงผลการศึกษาแนวโน้มมูลค่าตลาดสื่อสารและทิศทางอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย ปี 2569 เพื่อนำเสนอทิศทางการสนับสนุน ส่งเสริม และกำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย รวมทั้งเผยแพร่ผลการศึกษาเบื้องต้นและข้อเสนอแนะที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า ในภาพรวมตลาดสื่อสารไทย ซึ่งประกอบด้วย 3 ตลาดย่อย ได้แก่ 1. ตลาดบริการสื่อสาร 2. ตลาดอุปกรณ์สื่อสาร และ 3. ตลาดอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคม มีแนวโน้มเติบโตจาก 711,900 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 805,200 ล้านบาทในปี 2569 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 4.19% ต่อปี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการขยายตัวของบริการดิจิทัล และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตของภาคเอกชน และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (Data Center) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมสื่อสารไทยยังมีแนวโน้มขยายตัว และหากได้รับการสนับสนุนผ่านมาตรการที่เหมาะสม ก็จะช่วยเสริมการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 60.94 ล้านคนในปี 2567 เป็น 62.11 ล้านคนในปี 2569 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 0.64% ต่อปี แม้จำนวนผู้ใช้งานจะไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราสูงมากนัก แต่ปริมาณการใช้งานของผู้บริโภคยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งอินเทอร์เน็ตประจำที่ ซึ่งเติบโตเฉลี่ย 7.29% ต่อปี และอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ภายในประเทศ ซึ่งเติบโตเฉลี่ย 11.06% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการใช้โครงข่ายและบริการดิจิทัลของประเทศยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ใช้บริการคนไทยมีลักษณะการใช้งานอินเทอร์เน็ตในรูปแบบอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่เป็นช่องทางหลัก โดย Wi-Fi สาธารณะจะเป็นบริการเสริมที่คนไทยใช้ สำหรับปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ของคนไทยเฉลี่ยประมาณวันละ 6 ชั่วโมง และค่าเฉลี่ยอินเทอร์เน็ตประจำที่ประมาณวันละ 5 ชั่วโมง คิดเป็นค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่เฉลี่ยต่อคนประมาณเดือนละ 580 บาท และค่าอินเทอร์เน็ตประจำที่เฉลี่ยต่อคนประมาณเดือนละ 720 บาท โดยพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยจะใช้ผ่านสมาร์ทโฟน และใช้งานด้าน Social Media เป็นหลัก
นายไตรรัตน์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ กลุ่มบริการศูนย์ข้อมูล (Data Center) เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ เนื่องจากมีบทบาทเชื่อมโยงทั้ง ตลาดบริการดิจิทัล ตลาดบริการอินเทอร์เน็ต และการขยายตัวของเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ โดยคาดว่าในปี 2568-2574 อุตสาหกรรม Data Center มีแนวโน้มเติบโตสูง ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 27.71% คาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มจากประมาณ 4.7 แสนล้านบาท เป็น 2.02 ล้านล้านบาท
สำหรับ 3 ปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้อุตสาหกรรม Data Center มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง คือ 1. การลงทุนใน Hyperscale Data Center ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการเทคโนโลยีระดับโลก ได้แก่ Amazon Web Services (AWS), Google และ TikTok ที่มีแผนการลงทุน Data Center ในไทยประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมูลค่าราว 6.45 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 2. การเติบโตของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ซึ่งปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ในไทยเริ่มมีการใช้งาน AI ประมาณ 20% และมากกว่า 70% มีแผนนำ AI มาใช้ในอนาคต ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้ Data Center เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และ 3. การสนับสนุนจากภาครัฐ ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) ผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ สิทธิประโยชน์จาก BOI และนโยบาย Thailand 4.0 โดยปี 2568 BOI ได้อนุมัติโครงการลงทุนด้าน Data Center จำนวน 11 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 2.09 แสนล้านบาท
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรม Data Center มีศักยภาพสูง ควรได้รับการติดตาม อย่างใกล้ชิด และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในระยะต่อไป สำหรับบทบาทของสำนักงาน กสทช. เป็นการกำกับดูแลในด้านการเข้าสู่ตลาดของผู้ให้บริการ โดยปัจจุบันจะอยู่ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1 และในปีนี้สำนักงาน กสทช. จะมีการศึกษาแนวทางการอนุญาต กำกับ และส่งเสริมบริการดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการเข้าสู่ตลาด และส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมต่อไป
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

