กรมอุทยานฯ สรุปผลสอบข้อเท็จจริง กรณี 'สีดอหูพับ' ล้มระหว่างเคลื่อนย้าย ไม่ได้ใช้ยาซึมเกินขนาด ทีมสัตวแพทย์ไม่ได้ประมาทเลินเล่อ โดยสาเหตุการตาย เกิดจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว
9 มีนาคม 2569 นายธานี วงศ์นาค ผู้อำนวยการส่วนคุ้มครองสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีช้างป่า “สีดอหูพับ” ล้มระหว่างเคลื่อนย้าย กล่าวถึงคามคืบหน้าข้อเท็จจริงด้านเทคนิควิชาการ การใช้ยา และสาเหตุการตายของช้างป่า “สีดอหูพับ”
จากการตรวจสอบรายละเอียดขั้นตอนการวางยาซึม และการเคลื่อนย้าย สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า การประเมินรูปลักษณ์และน้ำหนักนั้น ทีมสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ได้ประเมินน้ำหนักช้างจากระยะไกล ไว้ที่ 2.3 - 2.5 ตัน ซึ่งผลชันสูตรจริง คือ 2.8 ตัน และประเมินอายุไว้ที่ 15 - 20 ปี สอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพที่ปรากฏ นอกจากกระที่ใบหูและรอยตีนแล้ว ยังพบช้างป่ามีอาการตกมันเมื่อเดือนกันยายน 2568 ซึ่งอาการตกมันจะพบในช้างเพศผู้ อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สอดคล้องกับผลงานวิจัยวิชาการที่ใช้อ้างอิง
โดยการใช้ยาซึมในช่วงเวลาปฏิบัติงานรวม 4 ชั่วโมง 36 นาที มีการให้ยาซึม (Xylazine) รวม 5 ครั้ง ปริมาณรวม 27 มิลลิลิตร หรือ 2,700 มิลลิกรัม เพื่อรักษาระดับการซึมตามการตอบสนองของสัตว์ โดยทีมสัตวแพทย์ยืนยันว่า เป็นไปตามหลักวิชาการ และไม่เกินกว่าขนาดยาปกติสำหรับการจัดการช้างป่าที่มีข้อจำกัดการปฏิบัติงานในช้างป่าธรรมชาติ ที่ไม่สามารถควบคุมการงดน้ำและอาหารได้เหมือนสัตว์เลี้ยง ประกอบกับ พื้นที่เกิดเหตุเป็นไร่อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
“สำหรับสาเหตุการตาย จากผลการชันสูตรอย่างละเอียดสรุปเกิดจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว”
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ย้ำว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ได้รวบรวมพยานหลักฐาน คำให้การ และผลชันสูตรจากห้องปฏิบัติการ ให้คณะผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแก้ปัญหาช้างป่าฯ พิจารณาให้ความคิดเห็นตามหลักวิชาการ
จากการพิจารณาข้อเท็จจริงโดยสรุป คณะกรรมการฯ เห็นว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามขั้นตอน มีแผนกำหนดอย่างชัดเจน ทั้งการเตรียมการก่อนปฏิบัติการ การประเมินข้อมูลช้างป่าก่อนยิงยา การซักซ้อมแผนปฏิบัติการและแผนฉุกเฉิน พบว่า ขณะภาวะวิกฤติ “สีดอหูพับ” เกิดการสำลักอาหารนั้น เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามหลักการและวิธีการอันพึงกระทำตามหลักวิชาชีพสัตวแพทย์ในการช่วยเหลือ แก้ไข และรักษาอาการสำลักอาหารของช้างป่าแล้ว โดยไม่ได้ปรากฏมีการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะนำข้อมูลดังกล่าวให้กรมอุทยานฯ นำไปศึกษาเชิงลึกอย่างละเอียด เพื่อพัฒนาระบบการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าขนาดใหญ่ให้มีความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้ง จะรายงานข้อเท็จจริงนี้ต่อศาลปกครองต่อไป
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

