
ช่วงเดือนกันยายน 2026 สมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (International Consortium of Investigative Journalists: ICIJ) เปิดซีรีส์ข่าวสืบสวนชุด "ทุนจีน" (China Capital) ร่วมกับสื่อพันธมิตรใน 24 ประเทศ เปิดโปงว่าธนาคารอุตสาหกรรมและพาณิชย์แห่งประเทศจีน (Industrial and Commercial Bank of China: ICBC) ธนาคารใหญ่ที่สุดในโลก ใช้สาขาลอนดอนเป็นศูนย์กลางทางการเงินให้กับบริษัทที่เชื่อมโยงกับนักธุรกิจรัสเซียและเบลารุสที่ถูกคว่ำบาตร ผู้ปกครองประเทศที่ถูกกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชัน รัฐที่มีหนี้สินสูง และกลุ่มการเมืองของจีน โดยอิงจากเอกสารลับภายในธนาคาร 4.8 ล้านฉบับ ที่แสดงให้เห็นว่าในบางกรณีธนาคารละเมิดนโยบายคว่ำบาตรและป้องกันการฟอกเงินของตัวเอง การสืบสวนพบว่าเจ้าหน้าที่ ICBC ในลอนดอนดำเนินการตามคำสั่งของสำนักงานใหญ่ในปักกิ่ง เพื่อผลักดันเป้าหมายทางการเมืองของรัฐบาลจีน ทั้งการกระชับพันธมิตร การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ และการขยายอำนาจควบคุมโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร พลังงาน และการขนส่งทั่วโลก | ภาพจาก: ICIJ
ซีรีส์ข่าวสืบสวนชุด "ทุนจีน" (China Capital) นำโดยสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (International Consortium of Investigative Journalists: ICIJ) ร่วมกับนักข่าว 75 คน จาก 24 สำนักข่าวใน 24 ประเทศ ครอบคลุมสื่ออย่างสื่อ The Times สื่อ Der Spiegel สื่อ The Africa Report สื่อ The Indian Express สื่อ Belarusian Investigative Center สื่อ CommonWealth News สื่อ Göteborgs-Posten และสำนักข่าวอื่นอีกหลายแห่ง การสืบสวนใช้เอกสารลับ 4.8 ล้านฉบับ จากคลังเอกสารภายในของสาขาลอนดอนและบริษัทลูกในสหราชอาณาจักรของธนาคารอุตสาหกรรมและพาณิชย์แห่งประเทศจีน (Industrial and Commercial Bank of China: ICBC) ครอบคลุมช่วงปี 2005 ถึง 2024 ซึ่งเป็นช่วงที่จีนก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญบนเวทีโลก และสีจิ้นผิง (Xi Jinping) ขึ้นสู่อำนาจ
เอกสารที่ ICIJ ได้รับ ประกอบด้วยรายงานที่ระบุว่าเป็นความลับทางการค้า อีเมลภายในทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน แฟ้มข้อมูลลูกค้าบริษัทมากกว่า 4,000 ราย บันทึกการประชุม บันทึกธุรกรรมต้องสงสัย และคำสั่งจากคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ภายในธนาคาร ซึ่งเป็นหน่วยงานภายในที่ทำหน้าที่สนับสนุนกิจกรรมของพรรคและผลักดันนโยบายรัฐบาล นอกจากนี้ ICIJ ยังวิเคราะห์สัญญาเงินกู้ประมาณ 200 สัญญา ที่สาขาลอนดอนของ ICBC ตกลงปล่อยกู้ ทั้งปล่อยกู้เองและร่วมกับธนาคารอื่น ให้ผู้กู้เกือบ 200 ราย รวมถึงรัฐบาลแซมเบียและบริษัทที่มีสำนักงานหรือดำเนินธุรกิจในประเทศราว 30 ประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร แอฟริกาใต้ ลักเซมเบิร์ก และศูนย์กลางการเงินนอกประเทศบางแห่ง มูลค่าเงินกู้อยู่ในช่วงประมาณ 3 ล้านดอลลาร์ถึง 400 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ให้บริษัทด้านการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน และบริการทางการเงิน
ตามรายงานประจำปี 2025 ของ ICBC ธนาคารมีสาขาและบริษัทในเครือ 410 แห่ง ใน 49 ประเทศและภูมิภาคนอกจีน มีสินทรัพย์รวมกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์ ถือเป็นธนาคารใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากขนาดสินทรัพย์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารคือกระทรวงการคลังจีน (China's Ministry of Finance) และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติแห่งหนึ่ง ทำให้ธนาคารดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์ของรัฐบาลปักกิ่ง
บทบาทของ ICBC ในฐานะแขนงการเงินของรัฐจีน
ICIJ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ ICBC ในลอนดอนดำเนินการตามคำสั่งของสำนักงานใหญ่ในปักกิ่ง เพื่อผลักดันเป้าหมายทางการเมืองที่ชัดเจนให้กับผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารซึ่งคือรัฐบาลจีน เป้าหมายดังกล่าวรวมถึงการกระชับพันธมิตรระหว่างประเทศ การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ และการขยายอำนาจควบคุมโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร พลังงาน และการขนส่งทั่วโลก เอกสารแสดงให้เห็นว่า ICBC มีลักษณะผสมของธนาคารพาณิชย์และธนาคารเพื่อการพัฒนา ช่วยให้บริษัทรัฐจีนได้รับสัญญามูลค่าสูงในต่างประเทศ และสนับสนุนเงินทุนให้จีนเข้าซื้อโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง พลังงาน และโทรคมนาคมในประเทศอื่น ลูกค้าของธนาคารรวมถึงบริษัทและบุคคลที่เคยถูกศาลหรือหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศอื่นกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชัน การละเมิดกฎสิ่งแวดล้อม การขโมยความลับทางการค้า และแนวทางการตลาดที่ก่อความเสียหาย ธนาคารยังปล่อยกู้เงินหลายล้านดอลลาร์ให้หน่วยงานรัฐในต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างพันธมิตรและอำนาจทางเศรษฐกิจของจีน
กรณีลูกค้าที่เชื่อมโยงกับผู้ถูกคว่ำบาตรและผู้นำเผด็จการ
เอกสารระบุว่า ขณะที่สงครามของรัสเซียในยูเครนยังดำเนินอยู่ ICBC เข้าช่วยเหลือทางการเงินให้บริษัทเหมืองแร่รัสเซียขนาดใหญ่ Norilsk Nickel หรือที่รู้จักในชื่อ Nornickel ซึ่งมีผู้ถือหุ้นบางส่วนเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่ถูกคว่ำบาตร 4 คน ที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลเครมลิน เอกสารแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารหารือแนวทางปล่อยกู้ให้บริษัทเป็นสกุลเงินหยวนแทนดอลลาร์สหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงธุรกรรมที่ใช้เงินดอลลาร์ และแสดงความเห็นชอบต่อแนวคิดของ Nornickel ที่จะสร้างโรงถลุงแร่ในจีน เพื่อให้สามารถติดฉลากสินค้าว่าผลิตในจีน
นอกจาก Nornickel เอกสารลับยังพบว่า ICBC ให้บริการลูกค้ารายอื่นที่เชื่อมโยงกับผู้นำเผด็จการและกลุ่มทุนที่มีสายสัมพันธ์ทางการเมือง เช่น ธนาคารที่มีเจ้าของเป็นบุตรสาวของอิลฮัม อาลีเยฟ (Ilham Aliyev) ผู้ปกครองอาเซอร์ไบจานที่ครองอำนาจมานาน บริษัทน้ำมันแห่งรัฐของอังโกลา ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของคนใกล้ชิดผู้นำเผด็จการโฆเซ เอดูอาร์โด ดอส ซานโตส (José Eduardo dos Santos) และบริษัทจีนที่ร่วมทุนกับบริษัทเบลารุสซึ่งถูกสหภาพยุโรป (European Union: EU) คว่ำบาตร จากความเชื่อมโยงกับรัฐบาลของอเล็กซานเดร์ ลูคาเชนโก (Alexander Lukashenko) ผู้นำเบลารุส
การสืบสวนยังพบว่าสาขาลอนดอนของ ICBC ยังคงให้บริการและผ่อนปรนเงื่อนไขให้ลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงต่อเนื่อง แม้หน่วยงานกำกับดูแลในกว่า 12 ประเทศเคยแสดงความกังวลต่อแนวทางการปฏิบัติตามกฎการฟอกเงินและการคว่ำบาตรของธนาคาร
กรณีการโอนเงินฉุกเฉินให้ Huawei
ในต้นปี 2019 ไม่นานหลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (U.S. Department of Justice) ฟ้องร้อง Huawei ในข้อหาละเมิดมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านและความผิดอื่น เจ้าหน้าที่ ICBC ดำเนินการอย่างรวดเร็ว โอนเงิน 1.3 พันล้านดอลลาร์ ในลักษณะ "เงินสดฉุกเฉิน" ให้กับ Huawei แม้ธุรกรรมดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย แต่ก่อให้เกิดความไม่พอใจและความขัดแย้งภายในธนาคาร โดยเฉพาะจากหน่วยงานป้องกันอาชญากรรมทางการเงินของธนาคารเอง ซึ่งไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าก่อนการโอนเงิน
ปัญหาการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
นอกเหนือจากการดำเนินงานภายในธนาคาร ICBC เคยมีปัญหากับรัฐบาลและศาลในหลายประเทศ จากการไม่ปฏิบัติตามกฎการธนาคาร รวมถึงการตรวจสอบเงินทุนที่อาจผิดกฎหมาย ผลวิเคราะห์ของ ICIJ พบว่าตั้งแต่ปี 2014 ศาลและหน่วยงานกำกับดูแลใน 8 ประเทศ เคยมีคำสั่งและบทลงโทษต่อธนาคารและสาขาหรือบริษัทในเครือในต่างประเทศ รวมมูลค่าอย่างน้อย 96 ล้านดอลลาร์ เอกสารลับยังแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารของ ICBC รับทราบปัญหาการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่หน่วยงานในสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น
แนวทางการปล่อยกู้ในแอฟริกา กรณีแซมเบีย
การสืบสวนที่ ICIJ ร่วมมือกับสื่อพันธมิตรใน 24 ประเทศ ยังเปิดเผยแนวทางการปล่อยกู้ของธนาคารที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า "แข็งกร้าว" ซึ่งสร้างภาระหนี้ให้บางประเทศในแอฟริกาที่มีฐานะทางเศรษฐกิจเปราะบาง
ในปี 2011 ธนาคารทำสัญญาเงินกู้กับบริษัทไฟฟ้าแห่งรัฐแซมเบีย (Zambia Electricity Supply Corporation: ZESCO) มูลค่า 285 ล้านดอลลาร์ 7 ปีต่อมา ขณะที่แซมเบีย ประเทศที่มีประชากร 18 ล้านคนและประสบภัยแล้ง กำลังเข้าใกล้ภาวะผิดนัดชำระหนี้ ICBC เรียกเก็บเงินงวดแรกจำนวน 20 ล้านดอลลาร์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจาก ZESCO เพิ่งจ่ายเงินให้ธนาคาร 15 ล้านดอลลาร์ เป็นค่า "ธรรมเนียมบริหารจัดการ" สำหรับเงินกู้อีกก้อนหนึ่ง ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อฐานะการเงินของบริษัท แต่ ZESCO มีทางเลือกจำกัด เนื่องจากเปิดบัญชีไว้ที่ ICBC ลอนดอนสำหรับเงินกู้ 285 ล้านดอลลาร์ก้อนดังกล่าวแล้ว สำนักงานใหญ่ของ ICBC ต้องการเก็บเงินงวดแรกโดยเร็ว จึงผลักดันให้เจ้าหน้าที่ในสหราชอาณาจักรโอนเงินออกจากบัญชีของ ZESCO ไปยังปักกิ่ง ก่อนที่สาขาลอนดอนจะตรวจสอบลูกค้าครบตามขั้นตอนที่นโยบายการปฏิบัติตามกฎระเบียบของธนาคารกำหนดไว้
ระหว่างนั้น มีเพียงคนในธนาคารและรัฐบาลแซมเบียเท่านั้นที่รับรู้ขนาดหนี้สินที่แซมเบียมีต่อ ICBC และธนาคารจีนอื่น การขาดความโปร่งใสด้านหนี้สินทำให้ความพยายามเจรจาลดหนี้ชะงัก และนำไปสู่วิกฤตการเงินในปี 2020 ซึ่งทำให้ค่าเงินของแซมเบียร่วงลง และประชาชนที่มีฐานะยากจนอยู่แล้วต้องเผชิญกับราคาสินค้าจำเป็นที่สูงเกินกำลังซื้อ
คำชี้แจงจากรัฐบาลจีนและ ICBC
โฆษกรัฐบาลจีนปฏิเสธสิ่งที่เรียกว่า "เรื่องเล่าเท็จ" เกี่ยวกับ "การปล่อยกู้ที่ไม่โปร่งใส" ตัวแทนสถานทูตจีนประจำแซมเบียให้ข้อมูลกับ ICIJ ว่าจีน "ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด" ต่อกฎการตลาดและมาตรฐานสากล ไม่เคยบังคับให้กู้ยืม กดดันการชำระหนี้ แนบเงื่อนไขทางการเมืองกับสัญญาเงินกู้ หรือแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง
ส่วน ICBC ไม่ตอบกลับคำขอความเห็นซ้ำหลายครั้งจาก ICIJ นักข่าวจากสื่อ The Times นำคำถามของทีมสื่อพันธมิตรไปยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงานของธนาคารในลอนดอน แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบเช่นกัน
ที่มาของเอกสารและความร่วมมือของสื่อ
ICIJ ระบุว่าเอกสารลับ 4.8 ล้านฉบับได้มาจากกลุ่มแฮกเกอร์ ก่อนถูกส่งต่อให้ ICIJ โดยไม่ระบุตัวตนผู้ส่ง ICIJ นำเอกสารดังกล่าวไปแบ่งปันให้สื่อพันธมิตร หลังวิเคราะห์เบื้องต้นแล้วเห็นว่าข้อมูลมีความสำคัญต่อสาธารณะในระดับโลก การสืบสวนครั้งนี้มีนักข่าวเข้าร่วม 75 คน จาก 24 สำนักข่าวใน 24 ประเทศ ครอบคลุมสื่อในยุโรป แอฟริกา เอเชีย และอเมริกา
ติดตามข่าวสืบสวนชุด China Capital ของ ICIJ ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.icij.org/investigations/china-capital/
ที่มา:
About the China Capital investigation (Dean Starkman, ICIJ, 14 September 2026)
Frequently asked questions about the China Capital investigation (Scilla Alecci, ICIJ, 14 September 2026)
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

