ปมปริศนา 15,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ ยึดบิตคอยน์จาก Prince Group แต่เหยื่อยังไม่เห็นเงิน

กองบรรณาธิการ TCIJ 20 เม.ย. 2569 | อ่านแล้ว 12 ครั้ง


ข่าวสืบสวนจาก ICIJ ชี้สหรัฐฯ ยึดบิตคอยน์ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์จาก Prince Group กัมพูชา ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ผ่าน 5 เดือน เหยื่อถูกปฏิเสธคำร้องรวดเร็ว ทนายกังวลเงินจะถูกนำไปตั้งคลังบิตคอยน์ของทรัมป์ ICIJ พบหลักฐานในคำฟ้องบางส่วนไม่เกี่ยวข้องกับคดี | ภาพจาก: Prince Holding Group

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (Department of Justice) ประกาศยึดทรัพย์สินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกาเมื่อเดือนตุลาคม 2025 โดยอายัดบิตคอยน์มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับ Prince Group บริษัทกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่าบริหารเครือข่ายค้ามนุษย์และหลอกลวงระดับอุตสาหกรรม

ข่าวนี้จุดประกายความหวังให้เหยื่อของการโกงผ่านคริปโตเคอร์เรนซีซึ่งมักไม่มีทางได้เงินคืน แต่ผ่านมา 5 เดือน ความหวังนั้นกำลังมอดลง เพราะ DOJ แทบไม่ให้ข้อมูลเลยว่าจะทำอะไรกับบิตคอยน์ 127,271 เหรียญที่ตอนนี้มีมูลค่าราว 9,000 ล้านดอลลาร์ และยังปฏิเสธคำร้องของเหยื่อหลายร้อยรายอย่างรวดเร็ว

แพม บอนดี (Pam Bondi) อัยการสูงสุดสหรัฐฯ เคยประกาศไว้ว่า "เราส่งสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะใช้ทุกเครื่องมือที่มีเพื่อปกป้องเหยื่อ ยึดทรัพย์สินที่ถูกขโมย และนำผู้กระทำผิดมารับโทษ"

แต่ในทางปฏิบัติ ดาเนียล ธอร์นเบิร์ก (Daniel Thornburgh) และทนายความอื่นๆ ที่ตัวแทนเหยื่อหลายร้อยคนบอกว่า รัฐบาลไม่ได้เปิดทางให้เหยื่อได้รับเงินคืนอย่างจริงจัง ความกังวลใหญ่ที่สุดคือรัฐบาลอาจนำเงินก้อนนี้ไปเป็นทุนตั้งต้นของคลังบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์แห่งชาติ (Strategic Bitcoin Reserve) ของทรัมป์ ซึ่งเป็นนโยบายที่อุตสาหกรรมคริปโตสนับสนุนอยู่

"นี่จะทำให้เหยื่อถูกรัฐบาลของตัวเองทำร้ายซ้ำอีกครั้ง" ธอร์นเบิร์กกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ตั้งกองทุนพิเศษเพื่อเหยื่อขึ้นมาดูแลทรัพย์สินที่ยึดได้แทน


เฉิน จื้อ (Chen Zhi) ผู้ก่อตั้ง Prince Group ถูกจับกุมและส่งตัวไปจีนในเดือนมกราคม 2026 | ภาพจาก: China's Ministry of Public Security

เดือนพฤศจิกายน 2025 สมาคมนักข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (International Consortium of Investigative Journalists หรือ ICIJ) และสำนักข่าวพันธมิตร 36 แห่งเผยแพร่การสืบสวนชุด "The Coin Laundry"  ที่พบว่าเหยื่อการโกงผ่านคริปโตเผชิญอุปสรรคมหาศาลในการเรียกเงินคืน เพราะอาชญากรฟอกเงินผ่านกระเป๋าคริปโตลับๆ ได้อย่างรวดเร็ว และในหลายกรณีแจ้งตำรวจไปแล้วก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ

คดีนี้มีต้นตอจากข้อกล่าวหาว่า เฉิน จื้อ (Chen Zhi) ผู้ก่อตั้ง Prince Group บริหารองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้แรงงานบังคับในค่ายหลอกลวง หลังถูก สหรัฐฯ และอังกฤษคว่ำบาตร เฉินถูกจับในกัมพูชาและส่งตัวไปจีนในเดือนมกราคม 2026

คำร้องของเหยื่อถูกปฏิเสธรวดเร็ว

เมื่อรัฐบาลยึดทรัพย์สิน สามารถเลือกได้ว่าจะนำไปใช้ประโยชน์สาธารณะ คืนให้เหยื่อ หรือทำทั้งสองอย่าง แต่กระบวนการนี้ซับซ้อนและอาจใช้เวลาหลายปี

หลังการยึดทรัพย์ เหยื่อและทนายความยื่นคำร้องมายัง DOJ จำนวนมาก แต่ถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลหลากหลาย ทั้งบอกว่าเหยื่อไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงคดีกับเงินที่ยึดได้ และไม่มีสิทธิ์ทางกฎหมายที่จะเรียกร้อง

มาร์ก ฟิตาเปลลี (Marc Fitapelli) ทนายความในนิวยอร์กที่ตัวแทนเหยื่อคริปโต บอกว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ผิดปกติมาก ควรมีบุคคลอิสระที่ศาลแต่งตั้งมาดูแลทรัพย์สินเหล่านี้"

ธอร์นเบิร์กถึงขั้นบินไปกัมพูชาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในเดือนมีนาคม 2026 เพื่อสัมภาษณ์อดีตพนักงานในค่ายหลอกลวง หวังหาหลักฐานเชื่อมโยงคดีของลูกความกับเงินที่ DOJ ยึดไว้ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ "แม้ผมจะสำเร็จ เหยื่อก็ไม่ควรต้องบินไปอีกฟากโลกเพื่อเอาเงินของตัวเองคืน" เขากล่าว

เอริน เวสต์ (Erin West) ผู้ก่อตั้ง Operation Shamrock กลุ่มสนับสนุนเหยื่อของการโกงทางไซเบอร์ บอกว่ากำลังผลักดันให้มีกฎหมายจัดสรรเงินที่ยึดได้ให้เหยื่อโดยตรง "เรามีโอกาสดีมากที่จะคืนทรัพย์สินให้คนที่สมควรได้รับมากที่สุด"

ปมปริศนาที่มาของบิตคอยน์


สำนักงานใหญ่ของ Prince Holding Group ในกรุงพนมเปญ กัมพูชา โดยโลโก้ของบริษัทถูกถอดออกจากอาคารแล้ว | ภาพจาก: Patrick Chengzhi Wang/SOPA Images/LightRocket via Getty Images

นอกจากเรื่องการคืนเงินเหยื่อ ยังมีคำถามที่ใหญ่กว่านั้น คือสหรัฐฯ ได้บิตคอยน์เหล่านี้มาได้อย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตพบว่าบนบล็อกเชน บิตคอยน์จำนวนมหาศาลนี้ถูกแฮกเกอร์ขโมยไปในปี 2020 แล้วนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าเงินดิจิทัลจนถึงกลางปี 2024 ก่อนที่จะถูกโอนไปยังกระเป๋าชุดใหม่ซึ่งยังอยู่ที่นั่นจนถึงปัจจุบัน ตามรายงานของ ยูรี เซรอฟ (Yury Serov) นักวิเคราะห์คริปโตที่ให้ข้อมูลกับ ICIJ

DOJ ไม่ให้ข้อมูลว่าได้บิตคอยน์มาอย่างไร ทำให้เกิดการคาดเดากันในวงกว้าง โดยหน่วยงานไซเบอร์ของจีนเพิ่งออกมาบอกว่าสหรัฐฯ แฮกขโมยบิตคอยน์เหล่านี้มาตั้งแต่ปี 2020

ทนายความของเฉินยังชี้ให้เห็นความย้อนแย้งว่า คำฟ้องส่วนใหญ่อ้างอิงการหลอกลวงที่เกิดขึ้นในปี 2021-2022 แต่บิตคอยน์ที่ถูกยึดกลับนอนนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวตั้งแต่ปลายปี 2020 แล้ว จึงไม่มีทางเชื่อมโยงกันได้

ปัญหาหลักฐานในคำฟ้อง


ซ้าย ภาพในคำฟ้องของสหรัฐฯ ต่อเฉิน จื้อ แสดงชายที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้พลาสติกในโรงพยาบาล ขวา ภาพเดียวกันนี้ถูกเผยแพร่ในบทความไม่เกี่ยวข้องบนเว็บไซต์ภาษามองโกเลียในปี 2020 | ภาพจาก: ICIJ

ICIJ ตรวจสอบพบว่าภาพถ่ายบางส่วนที่อัยการใช้เป็นหลักฐานในคำฟ้องไม่เกี่ยวข้องกับ Prince Group เลย ภาพหนึ่งที่อ้างว่าแสดงให้เห็นความรุนแรงของบริษัท แท้จริงแล้วมาจากบทความในเว็บไซต์ภาษามองโกเลียเมื่อปี 2020 ที่เล่าเรื่องชายคนหนึ่งที่ถูกเก้าอี้หนีบและต้องให้แพทย์ช่วยนำออก ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Prince Group หรืออาชญากรรมใดๆ ทั้งสิ้น

อีกภาพหนึ่งแสดงชายที่มีบาดแผลที่ศีรษะซึ่งอัยการอ้างว่าเป็นเหยื่อของ Prince Group แต่ชายคนนั้นให้สัมภาษณ์กับ ICIJ ว่าบาดแผลดังกล่าวมาจากการทะเลาะวิวาทขณะเมาสุราในปี 2015 และเขาไม่เคยตกเป็นเหยื่อขององค์กรอาชญากรรมใด ฮานี ฟาริด (Hany Farid) ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ภาพถ่ายจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์กลีย์ ยืนยันว่าชายในภาพกับที่ ICIJ สัมภาษณ์เป็นคนเดียวกัน

โฆษกของ Prince Group แถลงกับ ICIJ ว่า "คำฟ้องนี้เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อปกปิดการฉกชิงเงินก้อนใหญ่ ซึ่งทั้งทำร้ายเหยื่อที่แท้จริงของการโกงคริปโตและกล่าวหาชายผู้บริสุทธิ์อย่างไม่เป็นธรรม"

DOJ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อทุกประเด็นที่กล่าวมา


ที่มา:
Questions swirl around US plans for record $15B Prince Group crypto seizure (Spencer Woodman, ICIJ, 18 March 2026)

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: