สวทช. จับมือกรมหม่อนไหม-ธ.ก.ส. เปิดตัว "SilkPro" เอนไซม์ลอกกาวไหม ยกระดับผ้าไหมทุ่งกุลาสู่มาตรฐานรักษ์โลก

กองบรรณาธิการ TCIJ 20 ส.ค. 2569 | อ่านแล้ว 69 ครั้ง

สวทช. จับมือกรมหม่อนไหม-ธ.ก.ส. เปิดตัว

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับกรมหม่อนไหมและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดงาน "SilkPro Innovation Day" ที่จังหวัดมหาสารคาม เปิดตัวนวัตกรรมเอนไซม์ลอกกาวไหมที่ช่วยลดการใช้สารเคมีและพลังงาน พร้อมยกระดับผ้าไหมทุ่งกุลาร้องไห้สู่มาตรฐานสากล

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร ร่วมกับกรมหม่อนไหม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหน่วยงานพันธมิตร จัดงาน "SilkPro Innovation Day: From Heritage to High Value" เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ ตำบลหนองบัวแก้ว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้และชุมชนต้นแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยี

นวัตกรรม "SilkPro" เป็นเอนไซม์โปรติเอสที่จำเพาะต่อโปรตีนกาวไหม ช่วยลดการใช้สารเคมี ลดพลังงานและเวลาในการผลิต สามารถใช้ร่วมกับน้ำประปาในพื้นที่และอุปกรณ์เดิมของชุมชนได้ทันที โดยยังคงคุณภาพเส้นใยให้นุ่ม มันวาว แข็งแรง และย้อมสีธรรมชาติได้ดีขึ้น มุ่งยกระดับสิ่งทอทุ่งกุลาร้องไห้สู่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมรักษ์โลกมาตรฐานสากล ตามแนวทาง "ทุ่งกุลาม่วนชื่น" ของ สวทช.

รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ประธานในพิธี กล่าวว่า พื้นที่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัยในเขตทุ่งกุลาร้องไห้เป็นแหล่งผลิตผ้าไหมอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ การพัฒนาในปัจจุบันจำเป็นต้องนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาผสานกับทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมระบุว่ากิจกรรมครั้งนี้เป็นตัวอย่างความสำเร็จของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมกันผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงในพื้นที่

รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ไบโอเทคร่วมกับกรมหม่อนไหม ธ.ก.ส. และเครือข่าย พัฒนาเทคโนโลยีลอกกาวไหมทุ่งกุลาภายใต้กรอบ "ทุ่งกุลาม่วนชื่น" โดยทีมวิจัยเทคโนโลยีตัวเร่งปฏิกิริยาชีวภาพได้พัฒนาเทคโนโลยี SilkPro อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดเลือกเอนไซม์ พัฒนาสูตรผสมและสภาวะการใช้งาน การผลิตระดับขยายขนาด จนถึงการทดสอบร่วมกับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ โดยในปี 2569 ไบโอเทคได้ร่วมกับสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร ถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลให้กับวิสาหกิจชุมชน 11 แห่งใน 5 จังหวัด รวม 299 คน พร้อมสร้างเครือข่ายนวัตกรและศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ 3 แห่ง

ผู้อำนวยการสำนักพัฒนา SME และ Startup ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเป็นกลไกยกระดับภาคการเกษตรและเศรษฐกิจฐานราก โดยนวัตกรรม SilkPro เป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผ้าไหมไทย ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยืนยันความพร้อมสนับสนุนการขยายผลเทคโนโลยีผ่านแหล่งเงินทุน การเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ และการพัฒนาตลาด

งาน "SilkPro Innovation Day" จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของการนำนวัตกรรมเอนไซม์ลอกกาวไหมไปใช้จริงในภาคสนาม แก่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และเครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ 5 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ศรีสะเกษ สุรินทร์ และยโสธร รวมกว่า 150-200 คน เพื่อสร้างความเข้าใจถึงศักยภาพของเทคโนโลยีชีวภาพในการยกระดับกระบวนการผลิต ลดการใช้สารเคมีและพลังงาน พร้อมเปิดเวทีเชื่อมโยงความร่วมมือตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มุ่งผลักดันผ้าไหมไทยรักษ์โลกให้ขยายผลสู่เชิงพาณิชย์และตลาดโลก

ผู้ที่สนใจเทคโนโลยี "SilkPro" สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สวทช. โทรศัพท์ 0-2564-7000 หรือไบโอเทค โทรศัพท์ 0-2564-6700

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: