Rocket Media Lab: ตระกูลบ้านใหญ่ช่วยให้พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน

กองบรรณาธิการ TCIJ 20 ก.พ. 2569 | อ่านแล้ว 166 ครั้ง


Rocket Media Lab ชี้การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถรวบรวมตระกูลบ้านใหญ่ไว้มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่นๆ และกระจายตัวในทุกภาค ทำให้มีอัตราการชนะการเลือกตั้งสูงมาก รวมทั้งประเทศกว่า 85%

  • เมื่อนำตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ในนามพรรคภูมิใจไทยทั้ง 78 ตระกูล มาพิจารณาประกอบผลการเลือกตั้ง โดยอิงผลการเลือกตั้ง 94% จาก กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 2569 จะพบว่า ในจำนวน 78 ตระกูลนั้นได้รับการเลือกตั้งถึง 67 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 85.90% 
  • การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถรวบรวมตระกูลบ้านใหญ่ไว้มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่นๆ และกระจายตัวในทุกภาค ทำให้มีอัตรการชนะการเลือกตั้งสูงมาก รวมทั้งประเทศกว่า 85% โดยเฉพาะตระกูลบ้านใหญ่ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยในภาคตะวันตกและภาคตะวันออกนั้น ซึ่งได้รับเลือกเป็น สส. 100% เช่น ตระกูลนพอมรบดี ที่จ.ราชบุรี ตระกูลชมกลิ่น ที่จ.ชลบุรี 
  • บ้านใหญ่ 78 ตระกูล เป็นบ้านใหญ่ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 จำนวน 37 ตระกูล โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับการเลือกตั้ง 37 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 100% ในขณะที่บ้านใหญ่ที่ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้มี 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล หรือคิดเป็น 74.36%

จากงาน เลือกตั้ง’69 : ตระกูล ‘บ้านใหญ่’ ย้ายไปอยู่พรรคไหนบ้าง โดย Rocket Media Lab ที่สำรวจตระกูลการเมืองที่ถือว่าเป็น ‘บ้านใหญ่’ ในการเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งมีจำนวน 215 ตระกูล (จาก 225 เขตที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากบางตระกูลลงคนละพรรค) ซึ่งหากพิจารณาจากสังกัดพรรคการเมืองในการเลือกตั้งปี 2569 จะพบว่า พรรคภูมิใจไทย มีตระกูลบ้านใหญ่มากที่สุด 86 ตระกูล 

[ตระกูลบ้านใหญ่ หมายถึงตระกูลนักการเมืองที่มีอิทธิพลสูงในท้องถิ่น มีเครือญาติความสัมพันธ์หรือเป็นที่รู้จักกว้างขวางในชุมชน และอาจมีอำนาจการเมืองในระดับท้องถิ่นด้วย โดยในการจัดทำข้อมูลนี้ ใช้หลักเกณ์การสังกัดพรรคการเมืองจากการเลือกตั้งปี 2566 และการเลือกตั้งปี 2569 ดังนั้น ในกรณีของพรรคกล้าธรรมเกือบทั้งหมด จึงเป็นการย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ]

บ้านใหญ่จากภูมิใจไทย ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนใน #เลือกตั้ง69 

เมื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาตรวจสอบกับการลงสมัครรับเลือกตั้งจะพบว่า มีตระกูลบ้านใหญ่ที่ส่งผู้สมัครในนามพรรคภูมิใจไทยลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต 78 ตระกูลเท่านั้น ที่เหลือลงในนามบัญชีรายชื่อบ้าง เช่น ตระกูลหลีนวรัตน์ ที่จ.ปทุมธานี หรือให้การสนับสนุนแต่ไม่ได้ลงสมัครเอง เช่น ตระกูลพันธ์เจริญวรกุล ที่จ.พระนครศรีอยุธยา 

จากนั้นเมื่อนำตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ในนามพรรคภูมิใจไทยทั้ง 78 ตระกูล มาพิจารณาประกอบผลการเลือกตั้ง โดยอิงผลการเลือกตั้ง 94% จาก กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 2569 จะพบว่า ในจำนวน 78 ตระกูลนั้นได้รับการเลือกตั้งถึง 67 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 85.90% และแบ่งเป็นรายภาคได้ดังนี้

  • ภาคเหนือ จาก 4 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 2 ตระกูล คิดเป็น 50%
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก 25 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 22 ตระกูล คิดเป็น 88%
  • ภาคกลาง จาก 26 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 24 ตระกูล คิดเป็น 92.31%
  • ภาคตะวันตก จาก 6 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 6 ตระกูล คิดเป็น 100%
  • ภาคตะวันออก จาก 3 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 3 ตระกูล คิดเป็น 100%
  • ภาคใต้ จาก 14 ตะกูล ได้รับการเลือกตั้ง 10 ตระกูล คิดเป็น 71.43%

*บางตระกูลลงสมัครมากกว่า 1 เขต/คน

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถรวบรวมตระกูลบ้านใหญ่ไว้มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่นๆ และกระจายตัวในทุกภาค ทำให้มีอัตราการชนะเลือกตั้งสูงมาก รวมทั้งประเทศกว่า 85% โดยเฉพาะตระกูลบ้านใหญ่ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยในภาคตะวันตกและภาคตะวันออกนั้น ซึ่งได้รับเลือกเป็น สส. 100% เช่น ตระกูลนพอมรบดี ที่จ.ราชบุรี ตระกูลชมกลิ่น ที่จ.ชลบุรี 

ในขณะที่ภาคเหนือ ซึ่งอาจไม่ใช่พื้นที่ฐานเสียงของพรรค โดยพิจารณาได้จากผลการเลือกตั้งในปี 2566 และจำนวนบ้านใหญ่ที่พรรคภูมิใจไทยมีในภาคเหนือเพียง 4 ตระกูล เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนที่นั่ง สส. แบบแบ่งเขต จากข้อมูลจะเห็นว่าบ้านใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกเป็น สส. เพียง 50% คือ ตระกูลวันไชยธนวงศ์ จ.เชียงราย และตระกูลศุภศิริ จ.แพร่ 

ขณะที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พรรคภูมิใจไทยมีจำนวนบ้านใหญ่มากที่สุด พบว่าสัดส่วนของการที่บ้านใหญ่ชนะการเลือกตั้งมีสูงกว่า 80% เลยทีเดียว เช่น ตระกูลอรรณนพพร ที่จ.ขอนแก่น ตระกูลรัตนเศรษฐ ที่จ.นครราชสีมา ตระกูลสะสมทรัพย์ ที่จ.นครปฐม ตระกูลวงษ์ประยูร ที่จ.สระบุรี แต่ถึงอย่างนั้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางก็ถือเป็นพื้นที่ฐานคะแนนเสียงเดิมของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว 

ในขณะที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทยก็ยังใช้ยุทธศาสตร์บ้านใหญ่เช่นกัน และประสบความสำเร็จสูงได้รับการเลือกตั้งถึง 71.43% เช่น ตระกูลกิตติธรกุล ที่จ.กระบี่ ตระกูลกี่สิ้น จ.ภูเก็ต 

ภูมิใจไทยได้เก้าอี้ สส. จากบ้านใหญ่เดิม และบ้านใหญ่ที่มาจากการย้ายพรรค เป็นจำนวนเท่าไหร่

จากข้อมูลบ้านใหญ่ตระกูลการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ในนามพรรคภูมิใจไทยทั้ง 78 ตระกูล เมื่อนำมาพิจารณาในประเด็นเรื่องการย้ายพรรคว่า ในการเลือกตั้งปี 2566 บ้านใหญ่เหล่านี้สังกัดพรรคการเมืองใดมาก่อนจะพบว่า

บ้านใหญ่ 78 ตระกูล เป็นบ้านใหญ่ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 จำนวน 37 ตระกูล โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับการเลือกตั้ง 37 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 100% เช่น ตระกูลสงฆ์ประชา จ.ชัยนาท ตระกูล แทนทรัพย์ จ.ชัยภูมิ ตระกูลทวีเกื้อกูลกิจ จ.ตาก ตระกูลเผ่าประทาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ในขณะที่บ้านใหญ่ที่ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง ปี 2569 มี 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล หรือคิดเป็น 74.36% เช่น ตระกูลพิทักษ์พรพัลลภ จ.อุบลราชธานี ตระกูลไกรวัตนุสสรณ์ จ.สมุทรสาคร ตระกูลบุญญามณี จ.สงขลา ตระกูลศุภศิริ จ.แพร่ 

นอกจากนั้น ยังมีอีก 2 ตระกูลที่ได้ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองระดับชาติมาก่อน แต่เป็นบ้านใหญ่การเมืองท้องถิ่นที่ขยับขึ้นมาเล่นการเมืองระดับชาติที่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ เช่น ตระกูลนิโรจน์ จ.นครสวรรค์ 

จากนั้นหากพิจารณาบ้านใหญ่ที่ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นรายภาคจะพบว่าภาคตะวันตกและภาคตะวันออก เป็น 2 ภาคที่แม้บ้านใหญ่จะมาจากการย้ายพรรคก็ได้รับเลือกทั้งหมด 100% ส่วนภาคกลาง 13 ตระกูลได้รับเลือก 11 ตระกูล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 ตระกูลได้รับเลือก 7 ตระกูล ภาคใต้ 8 ตระกูล ได้รับเลือก 5 ตระกูล และภาคเหนือ 3 ตระกูล ได้รับเลือกเพียง 1 ตระกูล 

และหากจะพิจารณาว่าตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามาลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ย้ายมาจากพรรคไหนบ้าง และได้รับเลือกตั้งเป็นจำนวนเท่าไรจะพบว่า

  • ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ 8 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 7 ตระกูล เช่น ตระกูลรัตนเศรษฐ จ.นครราชสีมา ตระกูลพร้อมพัฒน์ จ.เพชรบูรณ์ ตระกูลวงษ์ประยูร จ.สระบุรี
  • ย้ายมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ 9 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 7 ตระกูล เช่น ตระกูลชมกลิ่น จ.ชลบุรี ตระกูลไกรฤกษ์ จ. พิษณุโลก ตระกูลอังกินันทน์ จ.เพชรบุรี
  • ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทย 10 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 5 ตระกูล เช่น ตระกูลวิเชียรศิลป์ จ.กาญจนบุรี ตระกูลไกรวัตนุสสรณ์ จ.สมุทรสาคร ตระกูลพิทักษ์พรพัลลภ จ.อุบลราชธานี
  • ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์ 3 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 2 ตระกูล เช่น ตระกูลบุญญามณี และตระกูลพลายด้วง จ.สงขลา
  • ย้ายมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา 6 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 6 ตระกูล เช่น ตระกูลปิตุเตชะ จ.ระยอง ตระกูลสะสมทรัพย์ จ.นครปฐม ตระกูลจุรีมาศ จ.ร้อยเอ็ด
  • ย้ายมาจากพรรคไทยสร้างไทย 2 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 2 ตระกูล เช่น ตระกูลสลับศรี จ.ยโสธร 
  • ย้ายมาจากพรรคประชาชาติ 1 ตระกูล แต่ไม่ได้รับเลือก คือ ตระกูลซูสารอ จ.ปัตตานี 

จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า นอกจากบ้านใหญ่ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยแต่เดิม ที่มีอัตราชนะการเลือกตั้ง 100% ที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยมีเก้ากี้ สส. เป็นทุนถึง 37 ตระกูล ตระกูลบ้านใหญ่ที่มาจากการย้ายพรรค ก็สามารถเพิ่มเก้าอี้ สส. ให้กับพรรคภูมิใจได้ไม่น้อย จาก 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล หรืออัตราการชนะคิดเป็น 74.36% เลยทีเดียว 

เมื่อนำข้อมูลชุดนี้ไปพิจารณาร่วมกับข้อมูลจากบทความ เลือกตั้ง ’69 : ภูมิใจไทยโตกว่า 155% กวาด สส. เขต 174 ที่นั่ง ชนะขาดทั้งกลุ่มพรรคเดิม ย้ายพรรค และหน้าใหม่ โดย Rocket Media Lab ที่ชี้ให้เห็นว่า ภูมิใจไทย มีอดีต สส. ปี 2566 พรรคเดิมได้รับเลือกตั้ง 56 คน จาก 58 คน คิดเป็น 96.55% นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังได้ว่าที่ สส. ที่มาจากย้ายพรรคมากที่สุดถึง 66 คน โดยในจำนวนนี้มาจากอดีต สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 42 คน และพรรคภูมิใจไทยยังได้ว่าที่ สส. หน้าใหม่ที่มาจากนักการเมืองระดับท้องถิ่นอีก จำนวน 17 คน ซึ่งทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยประสบความสำเร็จเป็นพรรคอันดับหนึ่งได้ที่นั่ง สส. แบบแบ่งเขตสูงถึง 174 คนในการเลือกตั้งครั้งนี้ 

ดูข้อมูลที่ https://rocketmedialab.co/database-election-69-3/ 

 
ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ

  

Like this article:
Social share: