ธ.ก.ส. เผยผลติดตามฐานะเงินกองทุน 'สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์' พบมีปัญหาบริหารเงินเพียง 50 แห่ง แนะสมาชิกติดตามฐานะกองทุน ผ่านแอปฯ "สมาร์ท ชาปา"
28 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า นางพรหมกร พรหมขัดแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่ากรณีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธกส.เป็นห่วงฐานะกองทุน สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส. บางแห่ง เมื่อสมาชิกเสียชีวิต บางแห่งเบิกจ่ายค่าชดเชยสินไหมล่าช้านั้น ยอมรับว่า สถานะทางกฎหมาย สมาคมฯ เป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ. ฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 มีระเบียบและกรรมการบริหารของตนเองแยกเป็นเอกเทศในแต่ละพื้นที่ โดยจะตั้งฌาปนกิจสงเคราะห์ ตามพื้นที่สาขา ธ.ก.ส. มีบทบาท ทำหน้าที่เป็นเพียง "ที่ปรึกษา" โดยมอหมายให้ ผู้จัดการสาขาหรือผู้อำนวยการจังหวัด เข้าไปช่วยสอดส่องดูแลและช่วยปิดบัญชีประจำปี แต่ไม่มีอำนาจสั่งการหรือบังคับสมาคมฯ โดยตรง ในการบริหารเงินกองทุน สมาคมฯ จะหักเงิน 3-5% มาเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงาน จึงมีเงินกองทุนบริหารตามขนาดสมาชิก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานและบริหารจัดการนิติบุคคล
ขณะนี้ ธ.ก.ส. ได้ช่วยเข้าไปการตรวจสอบ โดยจัดแบ่งฐานะตามความเสี่ยงฌาปนกิจสงเคราะห์ ออกเป็น เขียว-เหลือง-แดง ได้วิเคราะห์สถานะสมาคมฯ ในความดูแล 517 แห่ง (จากทั้งหมดประมาณ 3,800 แห่งทั่วประเทศ) โดยแบ่งเป็นกลุ่มสีดังนี้ กลุ่มสีแดง เป็นกลุ่มมีความเสี่ยงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ประมาณ 50 แห่ง นับว่ามีสัญญาณอันตราย เช่น อัตราการเพิ่มของสมาชิกต่ำ รายรับน้อยกว่ารายจ่าย หรือมีแนวโน้มทุจริตภายใน กลุ่มสีเหลือง ประมาณ 70 แห่ง) สถานะกองทุงปานกลาง สามารถปรับปรุงให้เป็นสีเขียวได้หากปฏิบัติตามคำแนะนำ ขณะนี้ผู้บริหาร ธ.ก.ส. ในพื้นที่ต้องเข้าไปให้คำแนะนำ เพื่อปรับแนวทางการดูแสมาชิก ส่วนกลุ่มสีเขียว เป็นสมาคมที่มีความเข้มแข็งและโปร่งใส
ยอมรับว่า ในประเด็นการทุจริต ของกลุ่มผู้บริหารที่เป็นชาวบ้านบางพื้นที่ มักเกิดจากเจ้าหน้าที่สมาคมเก็บเงินแล้วไม่นำเข้าบัญชี ธ.ก.ส. พยายามแก้ปัญหาด้วยการผลักดันให้ใช้ระบบไอที เพื่อจูงใจให้ใช้นวัตกรรม “Smart Chapa” หรือ สมาร์ท ชาปา โดย ธ.ก.ส.ได้ลงทุนหลายสิบล้านบาทพัฒนาระบบ เพื่อมอบ "Smart Chapa" ใช้สร้างความโปร่งใส เปิดให้สมาชิกตรวจสอบได้ สามารถดูพอร์ตตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน รู้ว่าใครเสียชีวิต สมาคมมีเงินเท่าไหร่ และตนเองจะได้รับเงินเท่าไหร่ หากเสียชีวิตสามารถแจ้งผ่านระบบเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว จึงมีความโปร่งใส เงินทุกบาททุกสตางค์เข้า-ออกจะถูกบันทึกในระบบและออกใบเสร็จอัตโนมัติเพื่อป้องกันการทุจริต จึงอยากให้ทุก สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ นำระบบ “Smart Chapa” หรือ สมาร์ท ชาปา มาใช้ดูแลระบบบัญชี
สำหรับการจ่ายเงินสงเคราะห์ หากสมาชิกเสียชีวิต แบ่งจ่ายออกเป็น 3 งวด 1.งวดแรก (ภายใน 3 วันหลังแจ้ง) สัดส่วนเงินประมาณ 20-30% เช่นบางแห่งจ่ายเงิน 5 หมื่นบาท เพื่อใช้จัดงานศพเบื้องต้น 2. งวดที่สอง (ใช้เวลาประมาณ 30 วัน) เพื่อจ่ายส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ที่เก็บเงินจากสมาชิกได้แล้ว 3. งวดที่สาม จ่ายส่วนที่ค้างจากสมาชิกที่ยังจ่ายเงินล่าช้า (หากเก็บได้ครบจะทยอยจ่ายให้จนครบถ้วน) ยอมรับว่า ปัจจุบันลูกหลานอาจไม่เข้าใจระบบ มองว่าเป็นเงินออมและอยากได้คืน หรือไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจ่ายเงินต่อไปเรื่อย โดยความจริงมันคือการ "ช่วยทำบุญ" และ "ซื้อความคุ้มครอง" ให้กับสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์
คุณพรหมกร กล่าวเน้นย้ำว่า เงินสมทบทุกปี ที่จ่ายไปไม่ใช่เงินเสียเปล่า แต่มันคือความคุ้มครอง เมื่อสมาชิกเสียชีวิต หากเกิดเหตุขึ้น สมาชิกจะได้รับเงินก้อนแน่นอนตามจำนวนสมาชิกที่จ่ายสมทบ หากคุณสนใจศึกษาประเด็นใดเพิ่มเติมเป็นพิเศษ เช่น รายละเอียดของระบบ “Smart Chapa” แอปสมาร์ท ชาปา สำหรับสิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุ สมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ สมาชิกส่วนใหญ่อายุ 50-70 ปี ซึ่งไม่สามารถทำประกันชีวิตทั่วไปได้แล้ว สมาคมฌาปนกิจจึงเป็นที่พึ่งเดียวที่เหลืออยู่ หากมีกรณีการยุบสมาคมฯ สมาคมใดอ่อนแอ (เช่น ฌาปนกิจสงเคราะห์ กรณีศรีสะเกษ) จึงได้มีการเจรจาให้ย้ายไปรวมกับสมาคมที่เข้มแข็งกว่า เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิก ธ.ก.ส. ในฐานะพี่เลี้ยง จึงต้องเข้าไปช่วยดูแล แม้ไม่สามารถเข้าไปเเกี่ยวข้องได้เต็มที่
สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส. ก่อตั้งมานานกว่า 50 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและสร้างสวัสดิการให้แก่เกษตรกรในยุคที่ประกันชีวิตยังไม่แพร่หลาย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในการแบ่งเบาภาระค่าจัดการศพและช่วยปลดเปลื้องหนี้สินไม่ให้ตกเป็นภาระแก่ลูกหลาน ปัจจุบันมีการแบ่งกลุ่มสมาคมตามสถานะทางการเงินเป็นสีเขียว เหลือง และแดง เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงจากการทุจริตหรือจำนวนสมาชิกที่ลดลง แม้ ธกส. จะทำหน้าที่เพียงที่ปรึกษาและไม่มีอำนาจสั่งการโดยตรง แต่ได้นำระบบ Smart Chapa เข้ามาช่วยตรวจสอบความโปร่งใสเพื่อให้สมาชิกสามารถติดตามเงินสมทบและสิทธิต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง
จุดเริ่มต้นและแนวคิดของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2518 ผ่านมาประมาณ 50 กว่าปีที่แล้ว โดยการรวมกลุ่มเพื่อบริหารความเสี่ยง แนวคิดเริ่มจากการที่ผู้กู้ ธกส. รวมกลุ่มกันค้ำประกัน (กลุ่มละประมาณ 40 คน) เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต คนที่เหลือต้องรับภาระหนี้แทน จึงเกิดแนวคิดการ "ลงขัน" เพื่อช่วยเหลือกันในกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นระดับอำเภอ เพื่อถัวเฉลี่ยค่าใช้จ่ายให้เหลือเพียงคนละเล็กน้อย (เช่น คนละ 10 บาท) เกิดมาเพื่อการจัดงานศพ เพราะในสังคมชนบท การจัดงานศพเป็นเรื่องสำคัญมาก มักจัดงานใหญ่ 7 วัน 7 คืน ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
หลายคนจึงมองว่า "คนตายขายคนเป็น" พ่อแม่ไม่อยากเป็นศพอนาถาและต้องการให้ลูกหลานมีหน้ามีตา การปลดภาระหนี้ : เงินที่ได้จะถูกนำไปใช้ 3 ส่วนหลัก คือ 1. ค่าทำศพ 2. ชำระหนี้ที่ค้างกับ ธ.ก.ส. เพื่อไม่ให้เป็นภาระลูกหลาน และ 3. ส่วนที่เหลือมอบให้ทายาท ยืนยันว่า ธ.ก.ส. ไม่ได้บังคับให้สมัครสมาคมฯ เพื่อที่จะกู้เงิน แต่อาจมีการแนะนำ หรือกลุ่มผู้กู้ด้วยกันเองอาจเรียกร้องให้เพื่อนในกลุ่มสมัครเพื่อเป็นหลักประกันว่าคนอื่นจะไม่ต้องรับภาระหนี้หากสมาชิกคนนั้นเสียชีวิต นับว่าเงินสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ยังมีความสำคัญกับเกษตรกรไทย
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

