สปสช. ชูนวัตกรรมดูแล NCDs รับสังคมสูงวัย ย้ำระบบสุขภาพต้องยืดหยุ่น เท่าเทียม ยั่งยืน

กองบรรณาธิการ TCIJ 10 ก.พ. 2569 | อ่านแล้ว 159 ครั้ง

สปสช. ชูนวัตกรรมดูแล NCDs รับสังคมสูงวัย ย้ำระบบสุขภาพต้องยืดหยุ่น เท่าเทียม ยั่งยืน

สปสช. ชู “นวัตกรรมดูแล NCDs รับสังคมสูงวัย” ปรับทิศทางระบบ จับมือหน่วยบริการนวัตกรรม ขยายใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพ ขยายเครือข่ายชุมชน มุ่งบริการเชิงรุกใกล้ชิดผู้สูงอายุยิ่งขึ้น ร่วมแลกเปลี่ยนในเวที PMAC 2026 ย้ำ “ระบบสุขภาพต้องยืดหยุ่น เท่าเทียม ยั่งยืน”

ในการประชุมวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2569 (Prince Mahidol Award Conference: PMAC 2026) ภายใต้หัวข้อ “โลกเปลี่ยน ประชากรเปลี่ยน : นำทางด้วยนโยบายนวัตกรรมเพื่อสังคมที่เท่าเทียม” (Navigating Global Demographic Transition through Innovative Policy: An Equity-Centered Approach) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ร่วมแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนาในหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพไทยรับมือสังคมสูงวัยและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านนวัตกรรมบริการสุขภาพ” โดยเชื่อมโยงชุมชน เทคโนโลยีดิจิทัลและการดูแลตามคุณค่า (Value-based Care) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัยเช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศทั่วโลก โดยในปี 2567 ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและกลายเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียปีสุขภาวะ รวมถึงความต้องการบริการดูแลระยะยาวในระบบสุขภาพ จำเป็นต้องปรับรูปแบบบริการให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง

ที่ผ่านมา สปสช. ได้ปรับทิศทางการดูแลผู้ป่วย NCDs ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ให้เข้าใกล้ชุมชนมากขึ้น ควบคู่กับการคงคุณภาพและความต่อเนื่องของการรักษา โดยพัฒนานวัตกรรมบริการสุขภาพร่วมกับภาคเอกชน ร้านยา ห้องปฏิบัติการ และเครือข่ายชุมชน เพื่อขยายการเข้าถึงบริการคัดกรอง ติดตาม และดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองและพื้นที่เข้าถึงบริการได้ยาก

อย่างไรก็ดี การดูแลเชิงรุกในระดับชุมชนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยอาศัยเครือข่าย “อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน” (อสม.) ในการร่วมค้นหากลุ่มเสี่ยง สนับสนุนการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคระยะเริ่มต้น และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อลดการลุกลามของโรคก่อนเข้าสู่การรักษาในโรงพยาบาล

นอกจากนี้ สปสช. ได้ขยายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น เทเลเมดิซีน การติดตามผู้ป่วยระยะไกล และการจัดส่งยาถึงบ้าน โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ควบคุมอาการได้ดี เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดความแออัดในโรงพยาบาล และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

ทพ.อรรถพร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ประเทศไทยยังขับเคลื่อนระบบสุขภาพตามคุณค่า (Value-based Care) เป็นกลไกสำคัญในการดูแลผู้ป่วย NCDs อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าเทียม และยั่งยืน ภายใต้ระบบฯ โดยคำนึงถึงความมั่นคงทางการเงินของระบบสุขภาพในบริบทสังคมสูงวัยและความต้องการการดูแลระยะยาวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบูรณาการข้อมูลและการติดตามผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ถือเป็นวาระสำคัญ โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างชุมชน บริการปฐมภูมิ โรงพยาบาล และแพลตฟอร์มดิจิทัล ในการสนับสนุนการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ และยกระดับสมรรถนะของระบบสุขภาพ

“ระบบสุขภาพในสังคมสูงวัยของประเทศไทย หรือแม้แต่นานาประเทศ มองว่าต้องมีความยืดหยุ่น ครอบคลุม และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง รูปแบบการดูแลต้องปรับให้เหมาะกับบริบทที่แตกต่าง ทั้งพื้นที่เมือง ชนบท และกลุ่มประชากรเปราะบาง เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีประสิทธิภาพได้อย่างเท่าเทียม” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: