โตโกพร้อมสหภาพแอฟริกา เสนอที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ให้เลิกใช้แผนที่แบบ Mercator ที่บิดเบือนขนาดทวีป หันใช้รูปแบบใหม่ Equal Earth ที่แม่นยำทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น
เว็บไซต์ Sahara Reporters รายงานเมื่อช่วงเมษายน 2026 ว่า รัฐบาลโตโกประกาศแผนผลักดันให้ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) พิจารณารับรองการใช้แผนที่โลกแบบใหม่ที่มีความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพแอฟริกา
โรแบร์ ดุสเซย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโตโก เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างมติ เพื่อเสนอให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติยุติการใช้แผนที่แบบเมอร์เคเตอร์ (Mercator) ซึ่งใช้มาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ และเปลี่ยนไปใช้รูปแบบที่สะท้อนขนาดของทวีปต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
แผนที่เมอร์เคเตอร์ ซึ่งพัฒนาในศตวรรษที่ 16 โดยนักทำแผนที่ชาวเฟลมิช เฌราร์ดุส เมอร์เคเตอร์ ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินเรือ แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าบิดเบือนขนาดของพื้นที่ โดยเฉพาะการทำให้กรีนแลนด์ดูมีขนาดใกล้เคียงกับทวีปแอฟริกา ทั้งที่ในความเป็นจริง แอฟริกามีขนาดใหญ่กว่าประมาณ 14 เท่า
ดุสเซย์ระบุว่า “ขนาดของทวีปแอฟริกาที่เราเห็นบนแผนที่โลกนั้นไม่ถูกต้องทางภูมิศาสตร์” พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการยึด “ความจริงทางวิทยาศาสตร์” เป็นหลัก
การรณรงค์ดังกล่าวอยู่ภายใต้ชื่อ “Correct The Map” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาคประชาสังคม เช่น Africa No Filter และ Speak Up Africa โดยเสนอให้ใช้แผนที่แบบ “Equal Earth” ซึ่งพัฒนาขึ้นในปี 2018 และสามารถแสดงสัดส่วนขนาดของทวีปได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่า
ผู้สนับสนุนระบุว่า ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางภูมิศาสตร์ แต่ยังเกี่ยวข้องกับอำนาจและภาพลักษณ์ของแอฟริกาในเวทีโลก โดยการนำเสนอที่ถูกต้องจะช่วยสะท้อนศักยภาพ ทรัพยากร และบทบาทของทวีปได้อย่างเหมาะสม
ก่อนหน้านี้ สหภาพแอฟริกาได้มีมติให้ประเทศสมาชิกทั้ง 55 ประเทศทยอยเปลี่ยนจากการใช้แผนที่เมอร์เคเตอร์ไปสู่แบบ Equal Earth แล้ว ซึ่งสะท้อนจุดยืนร่วมกันของภูมิภาคในการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแอฟริกาในด้านการศึกษา สื่อ และนโยบายสาธารณะ
ทั้งนี้ ร่างมติดังกล่าวคาดว่าจะถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในเดือนกันยายน 2026 โดยดุสเซย์ระบุว่า ท่าทีของประเทศต่าง ๆ ในการลงคะแนนจะสะท้อนมุมมองต่อบทบาทของแอฟริกาในเวทีโลก
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากความพยายามทางการทูตของกลุ่มประเทศแอฟริกาในสหประชาชาติ โดยก่อนหน้านี้ UN เพิ่งผ่านมติสำคัญที่ยอมรับว่าการค้าทาสเป็น “อาชญากรรมร้ายแรงที่สุดต่อมนุษยชาติ” และเรียกร้องให้มีการชดใช้เยียวยา แม้จะมีความเห็นต่างจากบางประเทศตะวันตกก็ตาม
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

