'ฝูงโดรน' อนาคตของสงครามที่ขับเคลื่อนด้วย AI

กองบรรณาธิการ TCIJ 13 เม.ย. 2569 | อ่านแล้ว 22 ครั้ง


รายการ 60 Minutes ของ CBS News นำเสนอรายงานพิเศษ ชี้สงครามโดรนยูเครน-รัสเซีย ชี้ 80% ของผู้บาดเจ็บล้มตายเกิดจากโดรน ทุกฝ่ายแข่งพัฒนา "เทคโนโลยีฝูงบิน" ให้คนคนเดียวคุมโดรนหลายลำพร้อมกัน สถาปนิกโครงการโดรนยูเครนชี้ประเทศใดทำได้ก่อนจะได้เปรียบมหาศาล ส่วนแนวคิดที่จะให้ AI ตัดสินใจแทนมนุษย์อย่างสมบูรณ์นั้น "น่าหวาดกลัวมาก" | ที่มาภาพ: Strategic Vision Institute

เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2026 รายการ 60 Minutes ของ CBS News นำเสนอรายงานพิเศษเรื่องสงครามโดรนแห่งอนาคต โดย ฮอลลี วิลเลียมส์ (Holly Williams) ผู้สื่อข่าว และ เอริน ลียอล (Erin Lyall) โปรดิวเซอร์ รายงานถึงการแข่งขันด้านอาวุธระหว่างยูเครนและรัสเซีย เพื่อครองความได้เปรียบบนสนามรบด้วยยานไร้คนขับทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

"มีการประเมินว่า 80% ของผู้บาดเจ็บล้มตายในสงครามนี้เกิดจากโดรน" วิลเลียมส์กล่าว

แนวหน้าของสงครามกลายเป็นพื้นที่ล่าเหยื่อขนาดใหญ่ของโดรนมาตั้งแต่ช่วงแรกของสงคราม วิลเลียมส์บอกว่าเขตอันตรายนี้กว้างกว่า 16 กิโลเมตร และใครก็ตามที่อยู่ในพื้นที่นี้เสี่ยงถูกโดรนตามล่าและสังหารได้ตลอดเวลา

ทีมข่าวได้พูดคุยกับผู้ผลิตโดรนชาวยูเครน นักลงทุนชาวอเมริกัน นายทหารสหรัฐฯ และ โอเล็กซานดร์ คามีชิน (Oleksandr Kamyshin) สถาปนิกผู้วางรากฐานโครงการโดรนของยูเครน

วิทาลี โคเลสนิเชนโก (Vitali Kolesnichenko) ผู้ก่อตั้งบริษัทโดรน Airlogix ที่ผลิตโดรนสอดแนมให้กองทัพยูเครน บอกว่าแรงกดดันในการก้าวนำหน้ารัสเซียนั้นหนักมาก "ทุกสองสามสัปดาห์เราต้องพัฒนาใหม่ มันเป็นเกมแมวไล่จับหนู ไม่ใช่แค่ก้าวหนึ่งก้าว แต่ต้องก้าวกระโดดนำหน้าหลายๆ ก้าวพร้อมกัน"

วิลเลียมส์บอกว่าสิ่งที่แหล่งข่าวทุกคนพูดถึงในฐานะก้าวกระโดดครั้งต่อไปของสงครามโดรนคือ "เทคโนโลยีฝูงบิน" ซึ่ง กัปตัน โรนัน เซฟตัน (Ronan Sefton) แห่งกองทัพบกสหรัฐฯ ผู้ทำงานในคณะทำงานถอดบทเรียนสงครามยูเครน อธิบายว่าคือการให้โดรนจำนวนมากทำงานร่วมกันพร้อมกัน โดยคนเพียงคนเดียวสามารถควบคุมโดรนได้หลายลำในคราวเดียว ลดภาระความคิดของนักบิน "มันน่ากลัว และทุกคนควรกังวลเรื่องนี้" เซฟตันกล่าว

ลีนอร์ คาราฟา (Lenore Karafa) และ วิลเลียม แมคนัลตี (William McNulty) อดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ สองคนที่ลงทุนในเทคโนโลยีโดรนของยูเครน บอกว่าแม้โดรนปัจจุบันจะใช้ AI ช่วยในการเล็งเป้าหมาย แต่แนวคิดที่จะให้ AI ตัดสินใจแทนมนุษย์อย่างสมบูรณ์นั้น "น่าหวาดกลัวมาก" และพวกเขาจะไม่สนับสนุนทิศทางนั้น "ต้องมีมนุษย์อยู่ในกระบวนการตัดสินใจเสมอ" แมคนัลตีกล่าว

แมคนัลตียกตัวอย่างสถานการณ์ที่เขากลัวที่สุด คือขีปนาวุธที่บินเหนือเมืองแทนที่จะทิ้งระเบิดลูกปราย กลับปล่อยโดรน FPV ออกมาล่าทุกสิ่งที่เคลื่อนไหว "นั่นคือทิศทางที่น่าสะพรึงกลัวที่เรากำลังมุ่งหน้าไป"

คามีชินซึ่งเคยเป็นซีอีโอของการรถไฟยูเครนและช่วยอพยพชาวยูเครนนับล้านคนในช่วงแรกของสงครามก่อนที่ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) จะมอบหมายให้ดูแลโครงการโดรน บอกว่าเทคโนโลยีฝูงบินจะให้ข้อได้เปรียบมหาศาลและทั้งรัสเซียกับยูเครนต่างกำลังพัฒนาอยู่ แต่ยังไม่มีฝ่ายใดทำได้สำเร็จ

เขายืนยันด้วยว่ายูเครนปฏิบัติตามแนวทางของสหภาพยุโรป (EU) ที่ระบุว่ามนุษย์ต้องเป็นผู้ตัดสินใจในการใช้กำลังที่เป็นอันตรายถึงชีวิตเสมอ และต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้น

"ประเทศไหนก็ตามที่ใช้ฝูงโดรนได้สำเร็จก่อน จะได้เปรียบมหาศาล?" วิลเลียมส์ถาม คามีชินตอบว่า "ผมเชื่อแบบนั้น ทั้งสองประเทศกำลังใกล้ถึงจุดนั้นแล้ว แต่ยังไม่มีใครทำได้"

"ฟังดูเหมือนสงครามเย็น" วิลเลียมส์กล่าว คามีชินตอบสั้นๆ ว่า "ไม่ใช่ นี่คือสงครามร้อน"


ที่มา:
Drone swarms: The potential AI future of drone warfare (Will Croxton, CBS News, 29 March 2026)

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: