ค้านยุบตำแหน่ง 'บรรณารักษ์' ชี้เป็นวิชาชีพเฉพาะ เตือนกระทบภาพลักษณ์ประเทศ

กองบรรณาธิการ TCIJ 13 ส.ค. 2569 | อ่านแล้ว 124 ครั้ง

ค้านยุบตำแหน่ง 'บรรณารักษ์' ชี้เป็นวิชาชีพเฉพาะ เตือนกระทบภาพลักษณ์ประเทศ

ศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ออกมาคัดค้านหลัง ครม. เห็นชอบแนวทางปฏิรูปกำลังคนภาครัฐที่ตรึงอัตราข้าราชการและทยอยเลิก 11 ประเภทงานเมื่อเกษียณ รวมถึงตำแหน่งบรรณารักษ์ โดยระบุว่าเป็นวิชาชีพเฉพาะที่ไม่ควรยุบเหมารวม เปรียบเทียบไม่ต่างจากยุบตำแหน่งแพทย์หรือพยาบาล พร้อมเตือนอาจกระทบการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพประชุม IFLA WLIC 2029 ที่กรุงเทพฯ ด้านมกุฏ อรฤดี เจ้าของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ เตือนห้องสมุดราชการทั่วประเทศเสี่ยงถูกยุบทั้งระบบ

13 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะนายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยผ่านโซเชียลมีเดีย หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งกำหนดให้ตรึงอัตราข้าราชการ ชะลอการบรรจุ และทยอยเลิก 11 ประเภทงานเมื่อเกษียณอายุ โดยหนึ่งในนั้นคือตำแหน่งบรรณารักษ์

ศ.ดร.น้ำทิพย์ ระบุว่าเห็นด้วยกับหลักการปฏิรูประบบราชการ แต่ไม่เห็นด้วยกับการยุบตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากบรรณารักษ์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการคลังความรู้และสารสนเทศของชาติ โดยบทบาทในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง สังคมยุคไฮบริดต้องจัดการทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และข้อมูลดิจิทัล ผู้ปฏิบัติงานจึงไม่ใช่กลุ่มไอทีทั่วไป แต่คือบรรณารักษ์ที่ผ่านการฝึกฝนด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์โดยตรง เปรียบเทียบว่าการยุบตำแหน่งนี้ไม่ต่างจากการยุบตำแหน่งแพทย์หรือพยาบาลในโรงพยาบาล

ศ.ดร.น้ำทิพย์ ยังวิจารณ์ว่า รัฐบาลออกมาตรการดังกล่าวโดยไม่ทำประชาพิจารณ์หรือสอบถามความเห็นจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ทั้งที่อัตรากำลังบรรณารักษ์ในระบบราชการมีจำนวนน้อยและไม่ได้สร้างภาระงบประมาณมากนัก โดยปัจจุบันไทยมีห้องสมุดทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่ง ทั้งห้องสมุดประชาชนราว 800-900 แห่ง และห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษากว่า 150 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งต้องมีบรรณารักษ์อย่างน้อย 1 คน พร้อมเปิดเผยว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า หอสมุดแห่งชาติและสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยเตรียมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ IFLA WLIC 2029 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งมาตรการยุบตำแหน่งอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ทางสมาคมฯ จะทำหนังสือชี้แจงเหตุผลไปยังสำนักงาน ก.พ. และสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อเรียกร้องให้ทบทวนมาตรการดังกล่าวโดยเร็ว

ด้านมกุฏ อรฤดี เจ้าของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ผู้คร่ำหวอดในวงการหนังสือไทย ให้ความเห็นผ่านทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ว่ามาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งตำแหน่งเจ้าพนักงานห้องสมุดและบรรณารักษ์ ยกเว้นเฉพาะกรมศิลปากรซึ่งดูแลหอสมุดแห่งชาติและหอจดหมายเหตุ หมายความว่าห้องสมุดราชการอื่นทั่วประเทศจะไม่เหลือทั้งหัวหน้าและผู้ปฏิบัติงาน จนต้องกลายเป็นสถานที่ร้างและถูกยุบในที่สุด พร้อมตั้งข้อสงสัยว่ามาตรการนี้จะครอบคลุมถึงสถาบันการศึกษา เช่น โรงเรียนและมหาวิทยาลัยด้วยหรือไม่ และเตือนว่าหากไม่มีอาชีพรองรับ วิชาบรรณารักษศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาชีพสำคัญในอารยประเทศทั่วโลกอาจถูกยุบตามไปด้วยในที่สุด

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: