ประมูลนมหมดอายุ 1.4 ล้านหีบไร้ผู้ยื่นซอง อ.ส.ค.จ่อทบทวนเงื่อนไข

กองบรรณาธิการ TCIJ 11 ส.ค. 2569 | อ่านแล้ว 59 ครั้ง

ประมูลนมหมดอายุ 1.4 ล้านหีบไร้ผู้ยื่นซอง อ.ส.ค.จ่อทบทวนเงื่อนไข

ประมูลนมหมดอายุล็อตใหญ่ 1.4 ล้านหีบของ อ.ส.ค. ภาคกลาง ไร้ผู้ยื่นซอง แม้กำหนดราคาเสนอซื้อขั้นต่ำหีบละ 5 บาท หลังล็อตขอนแก่นกว่า 8.5 แสนหีบไม่มีผู้ประมูลเช่นกัน อ.ส.ค.เตรียมเสนอคณะกรรมการพิจารณาแนวทางและเงื่อนไขใหม่ ขณะที่ยังต้องแบกค่าเช่าคลังเก็บสินค้ารวมเดือนละกว่า 1.5 ล้านบาท

11 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดประมูลจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีเสื่อมสภาพเนื่องจากหมดอายุ ของสำนักงาน อ.ส.ค. ภาคกลาง จ.สระบุรี วันนี้ โดยเปิดลงทะเบียนเข้าประมูลตั้งแต่เวลา 10.00-10.30 น. และกำหนดประมูลเวลา 10.40 น. แต่เมื่อสิ้นสุดเวลาลงทะเบียนไม่มีผู้เข้ายื่นซองประมูล แม้ก่อนหน้านี้จะมีผู้ติดต่อสอบถามรายละเอียดทางโทรศัพท์

ผลิตภัณฑ์ที่นำออกประมูลเป็นนมยูเอชทีหลายขนาด ทั้งรสจืดและรสหวาน ซึ่งทยอยหมดอายุตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 รวมประมาณ 1.4 ล้านหีบ/โหล โดย อ.ส.ค.กำหนดราคาเสนอซื้อขั้นต่ำหีบ/โหลละ 5 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 7.2 ล้านบาท

เงื่อนไขการประมูลกำหนดให้ผู้ประสงค์เสนอราคาต้องวางเงินมัดจำ 360,450 บาท ผู้ชนะการประมูลต้องชำระเงินทั้งหมดทันที และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนย้าย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมขนย้ายสินค้าให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้ดำเนินการหรือวันลงนามในสัญญาซื้อขาย

นอกจากนี้ อ.ส.ค.ยังสงวนสิทธิที่จะจำหน่ายหรือไม่จำหน่ายสินค้า โดยคณะกรรมการจำหน่ายจะพิจารณาตามความสมควรและเหมาะสม เพื่อประโยชน์ของ อ.ส.ค.เป็นสำคัญ

นายประเสริฐ คงใหญ่ หัวหน้าสำนักงาน อ.ส.ค. ภาคกลาง กล่าวว่า เมื่อไม่มีผู้ยื่นซองประมูล จะต้องสรุปผลเสนอคณะกรรมการจำหน่ายเพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อ รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขการประมูลให้เหมาะสม

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา อ.ส.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น เปิดประมูลนมยูเอชทีหมดอายุค้างสต็อกกว่า 850,000 หีบ โดยกำหนดเงื่อนไขในลักษณะเดียวกัน แต่ไม่มีผู้ประกอบการเข้ายื่นซองประมูล ทำให้นมดังกล่าวยังไม่สามารถระบายออกจากคลังสินค้าได้

ปัจจุบันนมยูเอชทีหมดอายุที่จัดเก็บอยู่ในคลังสินค้าที่ จ.ขอนแก่นและ จ.สระบุรี ยังสร้างภาระค่าเช่าพื้นที่จัดเก็บให้ อ.ส.ค.รวมเดือนละกว่า 1.5 ล้านบาท หากการประมูลไม่ประสบผลสำเร็จ อ.ส.ค.อาจต้องเปิดประมูลใหม่ หรือพิจารณาแนวทางอื่นตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

หากท้ายที่สุดไม่สามารถจำหน่ายได้ สินค้าอาจต้องเข้าสู่กระบวนการทำลาย โดยต้องใช้ผู้ได้รับอนุญาตกำจัดสิ่งปฏิกูลตามกฎหมาย มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 450 บาทต่อพาเลท ซึ่งเมื่อคำนวณจากสินค้าที่ต้องดำเนินการทั้งหมดอาจทำให้ อ.ส.ค.มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกหลายล้านบาท ขณะที่การแก้ปัญหาสภาพคล่องของ อ.ส.ค.​ ยังอยู่ระหว่างจัดทำแผนฟื้นฟู โดยคาดว่า​จะมีความชัดเจนในระยะต่อไป

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: