ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง นักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้แทนผู้ป่วย ร่วมเสวนาในงาน Techsauce Global Summit 2026 ชี้นวัตกรรมการตรวจจีโนมิกส์และปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนโฉมการรักษามะเร็งเต้านมจากมาตรฐานเดียวสู่การรักษาเฉพาะบุคคล เรียกร้องความเท่าเทียมในการเข้าถึงทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง นักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้แทนผู้ป่วย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีเสวนา "The End of One-Size-Fits-All: Personalizing Breast Cancer Care in Thailand: From Genomics to AI-Enabled Care" ในงาน Techsauce Global Summit 2026 เพื่อสะท้อนบทบาทของนวัตกรรมทางการแพทย์ อาทิ การตรวจรหัสพันธุกรรมเชิงลึก การตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์ และยามุ่งเป้า ที่กำลังเปลี่ยนโฉมการดูแลรักษามะเร็งเต้านมจากแนวทางมาตรฐานเดียวสำหรับทุกคน สู่การรักษาที่ตอบโจทย์ความแตกต่างของผู้ป่วยแต่ละราย ท่ามกลางสถานการณ์ทั่วโลกที่พบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่สูงถึง 2.3-2.4 ล้านคนต่อปี โดยเสวนานี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด
นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า มะเร็งเต้านมยังคงเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย โดยข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ประมาณการณ์ปี 2566 ระบุว่าไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ถึง 22,363 รายต่อปี หรือมากกว่าวันละ 61 คน นอกจากนี้ยังสามารถพบในผู้ชายได้ในสัดส่วนประมาณร้อยละ 1 ของผู้ป่วยทั้งหมด โดยระบุว่าความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเปิดโอกาสให้ก้าวข้ามแนวทางการรักษาแบบมาตรฐานทั่วไปได้มากขึ้น ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเร่งบูรณาการนวัตกรรมขั้นสูง ทั้งการตรวจจีโนมิกส์และยามุ่งเป้าเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพพื้นฐาน
นพ.สมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ร่างพระราชบัญญัติมะเร็งแห่งชาติถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งของประเทศไทย โดยตั้งอยู่บนเสาหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การผลักดันนวัตกรรมให้มีราคาที่จับต้องได้ผ่านการลดต้นทุนและเพิ่มการผลิตในประเทศ การกำหนดบทบาทการลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้ชัดเจน การสร้างกรอบความเท่าเทียมและคุ้มครองสิทธิข้อมูลพันธุกรรมของประชาชน และการบูรณาการระบบนิเวศสาธารณสุขให้เป็นหนึ่งเดียว โดยระบุว่าหากร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ การลงทุนด้านสุขภาพในครั้งนี้จะสร้างผลตอบแทนทางสังคมได้สูงถึง 5.5 เท่าภายในปีที่ 15 และถึงจุดคุ้มทุนได้ภายในเวลาเพียง 6 ปี
ด้าน ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชพันธุศาสตร์จากศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ความก้าวหน้าด้านการวินิจฉัยกำลังพลิกสมการการวางแผนรักษา จากอดีตที่ตัดสินใจจากขนาดและระยะของโรค แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้เข้าใจมะเร็งเต้านมลึกซึ้งถึงระดับดีเอ็นเอ โดยมะเร็งเต้านมแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน แยกออกได้หลายชนิดย่อยที่มีความแตกต่างกันทางชีววิทยา การแพทย์แม่นยำจึงต้องเริ่มต้นจากการวินิจฉัยที่แม่นยำ ผ่านเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ต่างๆ ทั้งการตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ การตรวจรหัสพันธุกรรมเชิงลึก การตรวจหาสารพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งในเลือด และการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยตรวจวิเคราะห์
ขณะที่ รศ.นพ.ไนยรัฐ ประสงค์สุข อายุรแพทย์โรคมะเร็ง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า การรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของเวชศาสตร์ระดับโมเลกุล นำไปสู่การวางแผนการรักษาที่เฉพาะเจาะจงของคนไข้แต่ละรายที่มีลักษณะแตกต่างกัน โดยข้อมูลทางชีววิทยาของเซลล์มะเร็งและตัวบ่งชี้ทางชีวภาพมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้แพทย์เข้าใจลักษณะของโรคเพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากขึ้น
ในมุมมองของผู้ป่วย คุณพีรดา "หลิง" พีรศิลป์ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและกรรมการชมรมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทย สะท้อนว่าการรักษาแบบเฉพาะบุคคลที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย แต่คือเส้นสายแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงความหวังของผู้ป่วย โดยเล่าจากประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโรคมะเร็งเต้านมมากว่า 20 ปีว่า ความก้าวหน้าเหล่านี้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อผู้ป่วยทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม พร้อมระบุว่าสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการคือข้อมูลที่เข้าใจง่าย การประคับประคองทางจิตใจ และโอกาสที่จะได้มีส่วนร่วมตัดสินใจในแนวทางการรักษาของตัวเอง
ทั้งนี้ ผู้ร่วมเสวนาระบุตรงกันว่า อนาคตของการดูแลรักษามะเร็งเต้านมไม่ได้ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ บุคลากรทางการแพทย์ ภาคเอกชน และเครือข่ายผู้ป่วย เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการวินิจฉัยที่ถูกต้อง การรักษาที่เหมาะสม และการสนับสนุนที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที โดยการแพทย์แม่นยำไม่ควรเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยเพียงบางกลุ่ม แต่ควรเป็นมาตรฐานการดูแลรักษาที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและผลลัพธ์การรักษาของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทุกคนในประเทศไทย
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

