ตำรวจสอบสวนกลางเตือนภัย มิจฉาชีพไม่หยุดแค่หลอกโอนเงิน แต่ยังชักใยให้เหยื่อรับ-ขายทรัพย์สินแทนคนร้าย เสี่ยงตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา
10 กุมภาพันธ์ 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนประชาชน ให้ระวังกลลวงรูปแบบใหม่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งไม่เพียงหลอกให้เหยื่อโอนเงินเท่านั้น แต่ยังใช้วิธีซับซ้อนขึ้นด้วยการชักจูงเหยื่อให้กลายเป็นเครื่องมือในการขนย้ายทรัพย์สินของผู้เสียหายรายอื่น จนเหยื่อมีสถานะเป็น "ผู้ร่วมกระทำความผิด" โดยไม่รู้ตัว
สำหรับรูปแบบการหลอกลวงดังกล่าว คนร้ายจะเริ่มจากการวิดีโอคอลติดต่อเหยื่อ โดยแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมอ้างว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความและต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ จากนั้นจะใช้กลวิธีสร้างความน่าเชื่อถืออย่างแนบเนียน เช่น เข้าควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อ หรือทำให้ระบบธนาคารออนไลน์ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อแล้ว คนร้ายจะสั่งการให้เหยื่อเดินทางไปรับทรัพย์สินจากผู้เสียหายอีกรายที่ถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกัน ก่อนจะให้นำทรัพย์สินดังกล่าวไปจำหน่ายและโอนเงินเข้าบัญชีของคนร้าย โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย
ตำรวจสอบสวนกลางระบุว่า ประชาชนสามารถสังเกตสัญญาณเตือนของมิจฉาชีพได้จากพฤติกรรมต่อไปนี้ ได้แก่ การวิดีโอคอลมาแจ้งว่าผู้รับสายกระทำความผิด การส่งเอกสารราชการผ่านแอปพลิเคชันไลน์ การเรียกให้โอนเงินเพื่อ "ตรวจสอบ" และการนัดหมายให้ไปรับทรัพย์สินมีค่าโดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนทางกฎหมาย หากประชาชนได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว ขอให้อย่าหลงเชื่อและวางสายทันที
ทั้งนี้ หากตกเป็นเหยื่อหรือพบความผิดปกติ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน AOC หมายเลข 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

