สปสช. ชู “นวัตกรรมดูแล NCDs รับสังคมสูงวัย” ปรับทิศทางระบบ จับมือหน่วยบริการนวัตกรรม ขยายใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพ ขยายเครือข่ายชุมชน มุ่งบริการเชิงรุกใกล้ชิดผู้สูงอายุยิ่งขึ้น ร่วมแลกเปลี่ยนในเวที PMAC 2026 ย้ำ “ระบบสุขภาพต้องยืดหยุ่น เท่าเทียม ยั่งยืน”
ในการประชุมวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2569 (Prince Mahidol Award Conference: PMAC 2026) ภายใต้หัวข้อ “โลกเปลี่ยน ประชากรเปลี่ยน : นำทางด้วยนโยบายนวัตกรรมเพื่อสังคมที่เท่าเทียม” (Navigating Global Demographic Transition through Innovative Policy: An Equity-Centered Approach) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ร่วมแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนาในหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพไทยรับมือสังคมสูงวัยและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านนวัตกรรมบริการสุขภาพ” โดยเชื่อมโยงชุมชน เทคโนโลยีดิจิทัลและการดูแลตามคุณค่า (Value-based Care) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน
ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัยเช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศทั่วโลก โดยในปี 2567 ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและกลายเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียปีสุขภาวะ รวมถึงความต้องการบริการดูแลระยะยาวในระบบสุขภาพ จำเป็นต้องปรับรูปแบบบริการให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง
ที่ผ่านมา สปสช. ได้ปรับทิศทางการดูแลผู้ป่วย NCDs ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ให้เข้าใกล้ชุมชนมากขึ้น ควบคู่กับการคงคุณภาพและความต่อเนื่องของการรักษา โดยพัฒนานวัตกรรมบริการสุขภาพร่วมกับภาคเอกชน ร้านยา ห้องปฏิบัติการ และเครือข่ายชุมชน เพื่อขยายการเข้าถึงบริการคัดกรอง ติดตาม และดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองและพื้นที่เข้าถึงบริการได้ยาก
อย่างไรก็ดี การดูแลเชิงรุกในระดับชุมชนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยอาศัยเครือข่าย “อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน” (อสม.) ในการร่วมค้นหากลุ่มเสี่ยง สนับสนุนการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคระยะเริ่มต้น และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อลดการลุกลามของโรคก่อนเข้าสู่การรักษาในโรงพยาบาล
นอกจากนี้ สปสช. ได้ขยายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น เทเลเมดิซีน การติดตามผู้ป่วยระยะไกล และการจัดส่งยาถึงบ้าน โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ควบคุมอาการได้ดี เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดความแออัดในโรงพยาบาล และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย
ทพ.อรรถพร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ประเทศไทยยังขับเคลื่อนระบบสุขภาพตามคุณค่า (Value-based Care) เป็นกลไกสำคัญในการดูแลผู้ป่วย NCDs อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าเทียม และยั่งยืน ภายใต้ระบบฯ โดยคำนึงถึงความมั่นคงทางการเงินของระบบสุขภาพในบริบทสังคมสูงวัยและความต้องการการดูแลระยะยาวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบูรณาการข้อมูลและการติดตามผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ถือเป็นวาระสำคัญ โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างชุมชน บริการปฐมภูมิ โรงพยาบาล และแพลตฟอร์มดิจิทัล ในการสนับสนุนการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ และยกระดับสมรรถนะของระบบสุขภาพ
“ระบบสุขภาพในสังคมสูงวัยของประเทศไทย หรือแม้แต่นานาประเทศ มองว่าต้องมีความยืดหยุ่น ครอบคลุม และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง รูปแบบการดูแลต้องปรับให้เหมาะกับบริบทที่แตกต่าง ทั้งพื้นที่เมือง ชนบท และกลุ่มประชากรเปราะบาง เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีประสิทธิภาพได้อย่างเท่าเทียม” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

