คนที่ทำให้ฝ่ายขวาเติบโต คือผู้นำฝ่ายซ้ายและผู้นำสายกลาง บทเรียนจากบราซิลและฝรั่งเศส

เขมภัฏ ห้วยลึก 26 ต.ค. 2569 | อ่านแล้ว 67 ครั้ง


ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า Luiz Inácio Lula da Silva หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า Lula ผู้นำฝ่ายซ้ายในบราซิล อายุ 80 ปี เอาชนะ Flávio Nantes Bolsonaro บุตรชายของ Jair Messias Bolsonaro อดีตผู้นำบราซิล ตัวแทนพรรคฝ่ายขวา ถึงแม้พรรคฝ่ายซ้ายของบราซิลจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่ในสภาฯ ทั้ง 2 สภาฯ และในท้องถิ่นฝ่ายขวาเข้าวินถือครองเสียงข้างมากไปทั้งหมด

ชัยชนะอย่างถล่มทลายของฝ่ายขวาในสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และตำแหน่งผู้ว่าราชการรัฐสำคัญ (เช่น เซาเปาโล) คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ถึงแม้ Lula จะชนะเก้าอี้ประธานาธิบดีได้ แต่พลังทางการเมืองที่แท้จริงในระดับโครงสร้างกลับถูกส่งมอบให้ฝ่ายขวาไปเรียบร้อยแล้ว ผ่านสภาวะ 'รัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ถูกโอบล้อมโดยฝ่ายขวา' (Divided Government)

ในภูมิทัศน์การเมืองโลกยุคปัจจุบัน คำถามสำคัญที่นักรัฐศาสตร์และผู้ติดตามการเมืองทั่วโลกต่างขบคิดคือ "เหตุใดกระแสประชานิยมฝ่ายขวาและอนุรักษ์นิยมใหม่จึงเติบโตอย่างต่อเนื่องและทรงพลัง?" คำตอบยอดนิยมมักมุ่งเป้าไปที่กลยุทธ์ของฝ่ายขวา การใช้วาทกรรมวุ่นวาย ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม หรือผลกระทบจากโลกาภิวัตน์ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ปัจจัยเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญที่สุดกลับไม่ใช่เพียงความแข็งแกร่งของฝ่ายขวา แต่คือ "ความล้มเหลวในการปรับตัวและความยึดติดในตัวบุคคลของผู้นำฝ่ายซ้ายและผู้นำสายกลาง" ที่กลายเป็นผู้สร้างสุญญากาศทางการเมืองโดยไม่ตั้งใจ ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนออกมาอย่างเด่นชัดผ่านบทเรียนทางการเมืองของสองประเทศมหาอำนาจในสองทวีป นั่นคือ บราซิล และ ฝรั่งเศส

บราซิล สุญญากาศทางผู้นำและบทเรียนจากการยึดติดใน Lulismo

Lulismo (ตามคำนิยามของ André Singer นักรัฐศาสตร์ชาวบราซิล) การเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลในปี 2026 ตอกย้ำถึงสภาวะ "เมืองสองขั้ว" (Polarization) ที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ แม้ Luiz Inácio Lula da Silva จะเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของฝ่ายซ้ายมายาวนานกว่าสองทศวรรษ แต่สิ่งที่เป็นปัญหารากลึกของพรรคแรงงาน (PT) และฝ่ายซ้ายบราซิล คือการไม่สามารถสร้างหรือดัน "ตัวแทนรุ่นใหม่" ขึ้นมาทดแทนได้ การยึดติดอยู่กับบารมีของ Lula ซึ่งก้าวสู่วัย 80 ปี สะท้อนถึงภาวะตีบตันทางความคิดและการบริหารจัดการภายในพรรค การที่ฝ่ายซ้ายไม่เปิดพื้นที่ให้ผู้นำรุ่นใหม่ได้เติบโต ส่งผลให้เกิดความรู้สึก "เบื่อหน่ายหน้าเดิม" ในหมู่ผู้ลงคะแนนเสียง โดยเฉพาะชนชั้นกลาง คนรุ่นใหม่ และผู้ใช้สิทธิในเขตเมืองใหญ่ จนสุดท้ายกลุ่มคนเหล่านี้หันไปหาทางเลือกใหม่ ซึ่งก็หนีไม่พ้นฝ่ายขวาในประเทศ

มิติการวิเคราะห์

พฤติกรรมของฝ่ายซ้ายบราซิล

ผลกระทบที่ส่งผลให้ฝ่ายขวาเติบโตได้อย่างไร

การสร้างผู้นำ

ยึดติดกับบารมีส่วนบุคคลของ Lula ขาดการถ่ายโอนอำนาจ/สร้างผู้นำใหม่

ฝ่ายขวาสามารถชูตระกูล Bolsonaro เป็นสัญลักษณ์แห่ง "ความเปลี่ยนแปลง" (Change)

วาระนโยบาย

เน้นนโยบายสวัสดิการเดิมๆ ขาดการแก้ไขปัญหาโครงสร้างใหม่ๆ

เปิดช่องให้ฝ่ายขวาชูนโยบายปราบปรามอาชญากรรมและส่งเสริมทุนนิยมเสรีที่ตอบโจทย์ชนชั้นกลางมากกว่า

การสื่อสาร

มุ่งเน้นการปกป้องระบอบประชาธิปไตยเชิงสถาบัน

ถูกฝ่ายขวามองว่าเป็นการปกป้องระบอบกลุ่มอำนาจเก่า (Establishment)

การวิเคราะห์ในตารางมาจากผลการเลือกตั้งในเมืองใหญ่และการเลือกตั้งนอกประเทศบราซิล ที่ในประเทศที่มีกลุ่มผู้ประกอบการ นักธุรกิจชาวบราซิลอยู่เยอะ จะเลือกฝ่ายขวามากกว่าฝ่ายซ้าย และเมื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนมองเห็นว่าฝ่ายซ้ายไร้ซึ่งทางเลือกใหม่ๆ มาทดแทนของเดิมๆ ที่รู้สึกเบื่อ ตัวเลือกอย่าง Flávio Bolsonaro และพรรค Liberal Party (PL) จึงกลายเป็นทางออกเดียวสำหรับผู้ที่ต้องการพังทลายสภาวะหยุดนิ่งทางการเมือง

ฝรั่งเศส ความล้มเหลวของ "สายกลางชี้ขาด" และการปิดล้อมทางการเมือง

ข้ามมาที่ทวีปยุโรป ฝรั่งเศสภายใต้การนำของ Emmanuel Macron เป็นภาพสะท้อนชั้นดีของความล้มเหลวในการสร้าง "การเมืองสายกลาง" ที่ยั่งยืน Macron ก้าวสู่อำนาจด้วยสัญญาว่าจะก้าวข้ามขั้วซ้าย-ขวา แต่ตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง รัฐบาลสายกลางกลับดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจและการปฏิรูปสวัสดิการที่สร้างความไม่พอใจแก่คนทำงานชนชั้นล่างและชนบทอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ กลยุทธ์ทางการเมืองของฝ่ายสายกลางฝรั่งเศสมักใช้วิธีสร้าง "แนวร่วมปิดล้อม" (Cordon Sanitaire / Republican Front) เพื่อบีบให้ผู้ลงคะแนนฝ่ายซ้ายและสายกลางจำต้องเลือกพวกตนในรอบสุดท้าย เพียงเพื่อกันไม่ให้ฝ่ายขวาจัดอย่าง Marine Le Pen และพรรค National Rally (RN) เข้าสู่อำนาจ

สิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำของ Macron ทำให้เกิดแก๊สพิษของการเมืองสายกลาง คือ

  • การตระบัดสัตย์ทางอุดมการณ์ ผู้ลงคะแนนรู้สึกถูกบีบบังคับให้โหวตเลือกผู้นำที่ตนไม่ได้เลื่อมใส เพียงเพราะไม่อยากได้ฝ่ายขวาจัด
  • การเกิด "โหวตประท้วง" (Protest Vote) เมื่อสายกลางบริหารงานล้มเหลวและสร้างความเหลื่อมล้ำ ผู้คนจึงหันไปสนับสนุนฝ่ายขวาจัด ไม่ใช่เพราะเห็นด้วยกับอุดมการณ์ขวา 100% แต่ต้องการ "สั่งสอน" กลุ่มอำนาจเดิมที่มองข้ามเสียงของพวกเขา
  • การสร้างความชอบธรรมให้ฝ่ายขวา ยิ่งฝ่ายสายกลางใช้มุก "โหวตเพื่อสู้กับฝ่ายขวาจัด" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความน่าเชื่อถือของมุกนี้ยิ่งถดถอย จนทำให้ฝ่ายขวากลายเป็นตัวแทนของความชอบธรรมทางประชาธิปไตยในสายตาผู้ถูกทอดทิ้ง

ไม่เพียงแค่ Macron ในสายกลางเท่านั้น แต่ในซีกฝ่ายซ้ายของฝรั่งเศสเอง การยึดติดในตัวบุคคลของ Jean-Luc Mélenchon ผู้นำพรรค La France Insoumise (LFI) ที่ไม่ยอมส่งไม้ต่อให้ผู้นำรุ่นใหม่ ก็มีส่วนบีบให้ผู้ลงคะแนนสายกลางและชนชั้นกลางหมดห่วงที่จะหันไปซบฝ่ายขวาจัดอย่าง National Rally (RN) ของ Marine Le Pen และ Jordan Bardella

ทั้งในบราซิลและฝรั่งเศส ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นส่งสัญญาณเตือนภัยถึงฝ่ายซ้ายและฝ่ายสายกลางทั่วโลกว่า การเติบโตของฝ่ายขวาไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เป็น “ผลผลิตโดยตรงจากสภาวะตีบตันของฝ่ายตนเอง” ทั้งฝ่ายซ้ายในบราซิลและฝรั่งเศส

สิ่งที่ผู้เขียนอยากสรุปจากเรื่องนี้คือ

  1. การยึดติดกับตัวบุคคลและสถาบันเดิม การปฏิเสธที่จะส่งไม้ต่อให้ผู้นำรุ่นใหม่ทำให้พรรคการเมืองหมดความสดใหม่และไร้เสน่ห์ดึงดูดใจสุดท้ายประชาชนผู้ทรงอำนาจก็จะเลือกทางอื่น
  2. การผูกขาดคำว่า "ความถูกต้อง" การอ้างว่าตนเองเป็นผู้ปกป้องประชาธิปไตยเพียงกลุ่มเดียว โดยไม่ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารงาน การไม่โปร่งใส่ในการดำเนินงาน ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าคำกล่าวอ้างนั้นเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อรักษาอำนาจเท่านั้น
  3. การละเลยปัญหาพื้นฐานของประชาชน เมื่อฝ่ายซ้ายและสายกลางไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องค่าครองชีพ อาชญากรรม และอัตลักษณ์ทางสังคม ฝ่ายขวาที่เสนอนโยบายที่เด็ดขาดและเข้าใจง่ายย่อมเข้ามาแทนที่เสมอ และสิ่งเหล่านั้นมักจะซื้อใจประชาชนได้ง่ายกว่าข้อเสนอของฝ่ายซ้ายเสมอ

หากฝ่ายซ้ายและฝ่ายสายกลางยังคงปฏิเสธการปฏิรูปตนเอง ยังคงยึดติดกับผู้นำหน้าเดิมๆ และยังคงใช้วิธีบีบบังคับทางจริยธรรมให้ประชาชนต้องเลือกพวกตนเท่านั้นเพื่อป้องกันการเติบโตของฝ่ายขวา แบบโหวตเชิงยุทธศาสตร์ กลุ่มนักการเมืองเหล่านี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'ผู้ร่วมสร้าง' (Co-creators) และ 'ผู้เร่งปฏิกิริยา' ที่ส่งมอบชัยชนะและมอบพื้นที่ทางการเมืองให้กับฝ่ายขวาด้วยมือของพวกเขานั่นเอง

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: