
ข่าวสืบสวนชุด The Coin Laundry โดย International Consortium of Investigative Journalists (ICIJ) เผย Bitcoin Depot ผู้ให้บริการตู้ ATM คริปโตยื่นขอล้มละลายเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลพยายามปราบปรามตู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินสดเป็นคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อสกัดกั้นกลุ่มมิจฉาชีพ ทาง Bitcoin Depot จึงระบุว่าโมเดลธุรกิจของบริษัทไม่สามารถดำเนินต่อได้อีกต่อไป | Jessica Rinaldi/The Boston Globe via Getty Images
Bitcoin Depot ซึ่งเคยเป็นผู้ให้บริการตู้ ATM คริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ยื่นขอล้มละลายเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นความสูญเสียครั้งล่าสุดของอุตสาหกรรมที่ถูกรุมเร้าด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นช่องทางที่เอื้อให้เกิดการฉ้อโกงคิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี
อเล็กซ์ โฮมส์ (Alex Holmes) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้แถลงผ่านเว็บไซต์ของบริษัทว่า ทางบริษัทได้ปิดระบบเครือข่ายตู้ให้บริการทั้งหมดที่มีอยู่ราว 9,700 ตู้แล้ว และจะยุติการดำเนินงานทั้งหมด
โฮมส์ ได้อ้างถึง "ข้อผูกมัดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการจำกัดวงเงินทำธุรกรรมใหม่ และในบางเขตอำนาจศาลมีการจำกัดสิทธิ์หรือสั่งห้ามโดยสิ้นเชิง" ต่อตู้ ATM คริปโต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทไม่สามารถเป็นไปได้อีกต่อไป
รัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลระดับรัฐทั่ว สหรัฐอเมริกา ได้ยกระดับมาตรการคุมเข้มกับตู้ดังกล่าว ซึ่งเป็นตู้ให้บริการอัตโนมัติที่เปิดให้ประชาชนนำเงินสดมาแลกเปลี่ยนเป็นคริปโทเคอร์เรนซีได้คล้ายกับตู้ ATM ของธนาคาร โดยหน่วยงานภาครัฐได้เปิดฉากสืบสวนผู้ให้บริการตู้ ATM คริปโต เนื่องจากกังวลว่าตู้เหล่านี้ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ง่ายดายสำหรับมิจฉาชีพในการหลอกลวงเหยื่อที่ไม่ทันระวังตัว
ใน ปี 2025 ผู้บริโภคได้รายงานต่อ สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ว่าได้รับความเสียหายจากกลโกงที่เกี่ยวข้องกับตู้เหล่านี้คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 389 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากตู้ดังกล่าวสามารถใช้เป็นช่องทางในการโอนย้ายเงินของเหยื่อไปยังต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หลุดพ้นจากขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายของ สหรัฐอเมริกา
ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการตู้คริปโตรายใหญ่ที่สุด Bitcoin Depot จึงตกเป็นเป้าสายตาและถูกตรวจสอบอย่างหนักจากหน่วยงานกำกับดูแลและรัฐบาลท้องถิ่นทั่ว สหรัฐอเมริกา จากความล้มเหลวในการสกัดกั้นการทำธุรกรรมที่มีปัญหาบนเครือข่ายของตน โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา รัฐคอนเนตทิคัตได้สั่งระงับใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารของ Bitcoin Depot เนื่องจากความหละหลวมในการควบคุมการป้องกันการฟอกเงิน
ขณะที่อัยการสูงสุดของรัฐมิสซูรีได้เปิดการสืบสวนบริษัทแห่งนี้รวมถึงบริษัทตู้ ATM คริปโตรายอื่น ๆ ส่วนรัฐเนวาดาและรัฐเมนได้บรรลุข้อตกลงยอมความในมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับบริษัท โดยกำหนดให้บริษัทต้องจ่ายค่าปรับและปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐ ด้านอัยการสูงสุดของรัฐแมสซาชูเซตส์ได้ยื่นฟ้อง Bitcoin Depot โดยกล่าวหาว่ารายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากกลโกงคริปโต นอกจากนี้บริษัทยังเผชิญกับการฟ้องร้องจากสำนักงานอัยการสูงสุดของรัฐไอโอวาอีกด้วย
มาตรการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ Bitcoin Depot โดยตามเอกสารที่บริษัทยื่นต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (Securities and Exchange Commission - SEC) เมื่อพฤษภาคม 2026 ระบุว่า รายได้รายไตรมาสของบริษัทดิ่งลงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่สิ้นสุด ณ เดือนมีนาคม 2026 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก "กฎระเบียบของรัฐและเทศบาลที่สั่งห้ามหรือจำกัดตู้ ATM บิตคอยน์ การจำกัดเพดานค่าธรรมเนียม และการจำกัดขนาดของธุรกรรม" ควบคู่ไปกับการที่บริษัทต้องหันมาใช้มาตรการป้องกันการฉ้อโกงและปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ "ยกระดับให้เข้มงวดมากขึ้น" เช่น กระบวนการตรวจสอบตัวตนลูกค้าที่ละเอียดกว่าเดิม
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 บริษัทได้ประกาศว่าจะกำหนดให้ลูกค้าต้องยืนยันตัวตนสำหรับการทำธุรกรรมทุกครั้ง ซึ่งทำให้มิจฉาชีพนำตู้เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้ยากขึ้น
เอกสารประกอบการยื่นขอล้มละลายเผยให้เห็นว่า รายได้ที่ลดลงนี้เกิดขึ้นในขณะที่ Bitcoin Depot ต้องแบกรับค่าธรรมเนียมทางกฎหมายพุ่งสูงถึงหลายล้านดอลลาร์ โดยบริษัทกำลังเผชิญกับการฟ้องร้องหลายคดีจากข้อกล่าวหาที่ว่าบริษัทไม่ได้ดำเนินมาตรการที่เพียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้ตู้ของตนถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด นอกจากนี้ บริษัทยังต้องจ่ายเงินตามคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการอีกเกือบ 19 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลาย ปี 2025 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทลูกใน แคนาดา
จากการสืบสวนร่วมกันโดย ICIJ และสำนักข่าว CNN ใน ปี 2025 พบว่า มีธุรกรรมฉ้อโกงมูลค่าอย่างน้อย 1.5 ล้านดอลลาร์ผ่านตู้ของ Bitcoin Depot หลายร้อยตู้ที่ติดตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อ Circle K โดยในความร่วมมือดังกล่าว Bitcoin Depot ได้จ่ายเงินค่าเช่าพื้นที่หลายล้านดอลลาร์ให้แก่ Circle K ขณะเดียวกันก็เก็บส่วนแบ่งรายได้จากทุกๆ ธุรกรรมเข้ากระเป๋าตัวเอง
การสืบสวนระบุเพิ่มเติมว่า คณะผู้บริหารของ Circle K รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี แต่ก็ยังคงเดินหน้าสานสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ Bitcoin Depot ต่อไป
ที่มา:
Crypto ATM operator Bitcoin Depot files for bankruptcy (Ben Dooley, ICIJ, 19 May 2026)
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

