ชุมชนชายฝั่ง 7 ตำบลในจังหวัดสงขลา จับมือกรีนพีซ ยื่นจดหมายเปิดผนึกขอรับรองพื้นที่ทะเลกว่า 647 ตารางกิโลเมตร เป็น OECMs หวังยกระดับการอนุรักษ์ที่ทำมานานให้มีสถานะทางกฎหมาย ป้องกันภัยคุกคามจากโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ | ภาพจาก: Songwut Jullanan / Greenpeace
ชุมชนชายฝั่งในอำเภอจะนะและอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชนและกรีนพีซ ประเทศไทย ยื่นจดหมายเปิดผนึกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ถึงเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้พิจารณารับรองพื้นที่ "เลชุมชน จะนะ-เทพา" เป็นพื้นที่คุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง หรือ OECMs โดยชุมชน
หากได้รับการรับรอง จะถือเป็นพื้นที่ OECMs แห่งแรกของไทยที่ริเริ่มและยื่นเสนอโดยชุมชนชายฝั่งเอง ต่างจากพื้นที่ OECMs ทั้ง 5 แห่งที่มีอยู่ในปัจจุบันซึ่งล้วนเสนอและบริหารจัดการโดยภาคเอกชน โดยพื้นที่ที่เสนอครอบคลุมแนวชายฝั่งยาว 57 กิโลเมตร ยื่นออกไปในทะเล 8 ไมล์ทะเล รวมพื้นที่ 647.25 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 7 ตำบลชายฝั่ง ได้แก่ ตำบลนาทับ ตลิ่งชัน สะกอมในอำเภอจะนะ และตำบลสะกอม เกาะสะบ้า เทพา ปากบางในอำเภอเทพา
กระบวนการจัดทำข้อมูลใช้หลักการยินยอมโดยเสรี ล่วงหน้า และได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน (FPIC) ระหว่างปี 2567-2569 โดยมีกรีนพีซ ประเทศไทยสนับสนุนกระบวนการ และมีอาจารย์ชวลิต วิทยานนท์ เป็นที่ปรึกษา ผ่านความร่วมมือจากกลุ่มชุมชนท้องถิ่นหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งบ้านสวนกง วิสาหกิจกลุ่มสตรีแปรรูปอาหารทะเลบ้านนาทับ และองค์กรชุมชนประมงใหม่สะกอมเทพา
จดหมายเปิดผนึกระบุว่าชุมชนเหล่านี้ดูแลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลมาอย่างยาวนานผ่านวิถีประมงพื้นบ้าน อาทิ การสร้างบ้านปลาเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ และการจัดตั้งธนาคารปูม้าเพื่อให้แม่ปูสลัดไข่ปล่อยลูกปูก่อนนำไปขาย แต่ปัจจุบันกติกาการดูแลของชุมชนยังไม่ได้รับการรับรองทางกฎหมาย ทำให้ขาดน้ำหนักเมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
ชุมชนได้ตั้งชื่อพื้นที่นี้เป็นภาษาถิ่นว่า "เลชุมชน" หมายถึงพื้นที่ทะเลและชายฝั่งหน้าบ้านที่เป็นแหล่งทำมาหากินของประมงชายฝั่งและเป็นที่ที่ชุมชนมีส่วนร่วมดูแลจัดการทรัพยากร พร้อมยื่นข้อเรียกร้อง 3 ประการต่อหน่วยงานรัฐ ได้แก่ ขอให้พิจารณารับรองพื้นที่อย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของชุมชน ขอให้รัฐสนับสนุนการอนุรักษ์โดยชุมชนอย่างต่อเนื่องทั้งด้านนโยบาย วิชาการ และงบประมาณ และขอให้การวางแผนโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในอนาคตคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ สิทธิชุมชน และการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เพียงหลังจากทิศทางการพัฒนาถูกกำหนดไปแล้ว
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

