ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ จัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการประจำปี ภายใต้แนวคิด "NECTEC 40 Years - Legacy & Beyond" ฉายภาพ 3 เทคโนโลยีขั้นแนวหน้าที่ไทยต้องเตรียมพร้อม พร้อมเปิดตัว 4 ทิศทางสำคัญ ผลักดันไทยจาก "ผู้ใช้" สู่ "ผู้สร้าง" เทคโนโลยี
วันที่ 3 กันยายน 2569 ณ พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทค ประจำปี 2569 หรือ NECTEC-ACE 2026 ภายใต้แนวคิด "NECTEC 40 Years - Legacy & Beyond วันนี้ที่สร้างไว้ เพื่อก้าวต่อไปที่ยั่งยืน" พร้อมฉายภาพทิศทางเทคโนโลยีแห่งอนาคต เสนอแนวคิด 3 เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Tech) ที่น่าจับตามอง ได้แก่ เทคโนโลยีควอนตัม การสื่อสารผ่านอวกาศ และ Physical AI เพื่อร่วมค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการเตรียมรับมือกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "Power up Thailand with Frontier Technologies" โดยกล่าวว่า ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อมรับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม โดย อว. ร่วมกับเนคเทค สวทช. และพันธมิตร ผลักดัน 4 ทิศทางสำคัญ ได้แก่ หนึ่ง Photonic Semiconductor ภายใต้กรอบ Siam Silica เพื่อสร้างระบบนิเวศตั้งแต่การออกแบบ การบรรจุขั้นสูง ไปจนถึงการทดสอบและใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สอง Quantum Technology ที่ต้องเตรียมทั้งกำลังคน พื้นที่ทดลองใช้งาน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเฉพาะการเข้ารหัสที่พร้อมรับยุคควอนตัม (PQC) สาม เศรษฐกิจสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อต่อยอดจุดแข็งด้านสุขภาพของไทยสู่บริการและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และสี่ Space Economy ที่มุ่งสร้างขีดความสามารถตั้งแต่การพัฒนาดาวเทียม การใช้ข้อมูลอวกาศ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น พร้อมย้ำว่าการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ไทยไม่เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ก้าวไปสู่การเป็นผู้สร้าง
ด้านศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ตลอด 40 ปี เนคเทค สวทช. ได้พิสูจน์แล้วว่างานวิจัยขั้นสูงไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ได้หยุดอยู่เพียงบนหิ้ง แต่ได้เข้าไปบุกเบิกโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลตั้งแต่ยุคแรก และเติมเต็มระบบนิเวศนวัตกรรมที่ไทยยังขาด เพื่อผลักดันเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ออกจากห้องปฏิบัติการมาแปรเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมที่แก้โจทย์จริงของประเทศ โดยระบุว่าภารกิจของ สวทช. ในฐานะ National Research Engine ซึ่งมีเนคเทคเป็นเครื่องยนต์หลักด้านอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล คือการเร่งสร้างความพร้อมให้ประเทศตั้งแต่วันนี้ ทั้งศักยภาพของคน โครงสร้างพื้นฐาน และการผนึกกำลังกับพันธมิตร
ขณะที่ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า วาระครบรอบ 40 ปีเนคเทคถือเป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนทั้งสิ่งที่ทำสำเร็จและบทเรียนตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเนคเทคมีบทบาทตั้งแต่การวางโครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐานด้านดิจิทัล การผลักดันแผนไอทีระดับประเทศ ไปจนถึงการพัฒนางานวิจัยที่ถูกนำไปใช้จริงในวงกว้าง อาทิ "Thai School Lunch" แพลตฟอร์มดูแลโภชนาการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน "KidBright" นวัตกรรมการเรียนโค้ดดิ้งของเยาวชน "DentiiScan" เครื่องเอกซเรย์ทันตกรรม 3 มิติฝีมือคนไทย และ "TPMAP" เครื่องมือชี้เป้าแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศ
สำหรับก้าวต่อไป เนคเทค สวทช. ได้เริ่มศึกษาทิศทางเทคโนโลยีที่ประเทศควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้าใน 3 ด้าน ได้แก่ หนึ่ง เทคโนโลยีควอนตัม มุ่งวิจัยด้านการเข้ารหัสข้อมูลสำหรับยุคควอนตัมและ Quantum Sensing บางประเภท สอง การสื่อสารผ่านอวกาศ ที่จะมีบทบาทมากขึ้นเมื่อการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำเข้ามาใกล้ชีวิตประจำวัน ซึ่งไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐาน และสาม Physical AI สำรวจแนวโน้มการก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI จากโลกดิจิทัลสู่โลกกายภาพ ทำให้ระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์สามารถรับรู้ เรียนรู้ และโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมจริงได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามาพลิกโฉมภาคการผลิตและบริการในอนาคต
ทั้งนี้ งาน NECTEC-ACE 2026 จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 18 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรภาครัฐมากกว่า 30 หน่วยงาน โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานมากกว่า 3,000 คน เปิดพื้นที่ให้ร่วมค้นหาบทต่อไปของเทคโนโลยีที่จะพลิกโฉมสังคมไทย พร้อมสัมผัสโซลูชันที่นำไปใช้งานจริงจากเนคเทคและพันธมิตร ครอบคลุมตั้งแต่ AI ควอนตัม นวัตกรรมเพื่อการเกษตรและการแพทย์ ไปจนถึงโลกการผลิตในยุคอุตสาหกรรม 5.0 โดยผู้ที่สนใจแต่ไม่สามารถเข้าร่วมงานได้ สามารถติดตามสรุปและบันทึกการสัมมนาย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์ www.nectec.or.th/ace2026
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ

