ในโลกที่ความขัดแย้งและความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้คนต่างศาสนาและวัฒนธรรมหรือแม้กระทั่งมุสลิมด้วยกันที่ที่ต่างทัศนะ เป็นเรื่องปกติ การแสวงหาหนทางแห่งสันติภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน การสานเสวนาที่เคารพทัศนะที่ต่างกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง และในบริบทของสังคมพหุวัฒนธรรม หรือพหุทัศนะเช่นประเทศไทย หลักการของ "วะสะฏียะฮ์" (Wasatiyyah) หรือ "ทางสายกลาง" ในอิสลามจึงเป็นแนวคิดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้รับเกียรติอย่างสูงในการต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร.นะซีร มุฮัมหมัด อัยยาด มุฟตี (Grand Mufti) แห่งสาธารณรัฐอียิปต์ ผู้ซึ่งเดินทางมาปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "Wasatiyyah (Moderation) in a Diverse Society" หรือ "ทางสายกลางในสังคมพหุวัฒนธรรม" ณ ห้องประชุม อิมาม อันวาวีย์ ชั้น 4 อาคารวิทยาอิสลามนานาชาติ คณะวิทยาการอิสลาม
ความหมายของ "ทางสายกลาง" ที่แท้จริง
ศาสตราจารย์ ดร.นะซีร มุฮัมหมัด อัยยาด ได้เน้นย้ำว่า หลักการวะสะฏียะฮ์ไม่ได้หมายถึงการประนีประนอมหรือการลดทอนหลักการศาสนาให้เจือจางลง แต่คือการยึดมั่นในหลักการอิสลามอย่างถูกต้องโดยปราศจากความสุดโต่ง ไม่ว่าจะเป็นการยึดติดในพิธีกรรมที่มากเกินไป หรือการละเลยหลักการที่สำคัญไปเลย ทางสายกลางจึงเป็นการรักษาสมดุลระหว่างศาสนากับโลกปัจจุบัน การยึดมั่นในความเมตตา ความเป็นธรรม และความอดทนอดกลั้น
จากทฤษฎีสู่ภาคปฏิบัติ: ความท้าทายในสังคมไทย
แม้ว่าหลักการวะสะฏียะฮ์จะเป็นทฤษฎีที่งดงาม แต่ความท้าทายที่สำคัญคือการนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ในสังคมพหุวัฒนธรรมของไทย ซึ่งมีทั้งชาวพุทธ คริสต์ อิสลาม และผู้มีความเชื่ออื่นๆ อาศัยอยู่ร่วมกัน การนำพาหลักการนี้สู่ภาคปฏิบัติจำเป็นต้องอาศัยหลายปัจจัย ได้แก่
- ความเข้าใจที่ถูกต้อง: การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอิสลามสายกลางในหมู่เยาวชนและคนทั่วไปเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแนวคิดสุดโต่ง
- การศึกษาเชิงศาสนา: สถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามต้องเป็นแกนหลักในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในหลักการวะสะฏียะฮ์ เพื่อนำไปเผยแพร่และเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม
- บทบาทของผู้นำศาสนา: ผู้นำศาสนาต้องเป็นผู้ที่สร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนต่างๆ และส่งเสริมการพูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์
- การสร้างความร่วมมือ: การทำงานร่วมกันระหว่างชุมชนมุสลิมกับภาคส่วนอื่นๆ ในสังคม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งและสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน
การมาเยือนของ ศาสตราจารย์ ดร.นะซีร มุฮัมหมัด อัยยาด ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสอันดีที่ชาวมุสลิมในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคใต้ จะได้รับฟังและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ย้ำเตือนว่า "ทางสายกลาง" ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูดหรือแนวคิดทางทฤษฎี แต่เป็นหนทางแห่งการปฏิบัติที่สามารถสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นได้จริงในสังคมของเรา
www.facebook.com/tcijthai
ป้ายคำ