จับตา: คนทั่วไปปลูกกัญชาผิดกฎหมายหรือไม่ (อัพเดท ม.ค. 2565)

กองบรรณาธิการ TCIJ 14 ม.ค. 2565 | อ่านแล้ว 3183 ครั้ง



ณ เดือน ม.ค. 2565 'ป.ป.ส.-เนติบัณฑิตยสภา' ยืนยัน 'กัญชา' ยังเป็นยาเสพติดประเภท 5 คนทั่วไปปลูกไม่ได้ผิดกฎหมาย 'การขออนุญาตปลูกกัญชา' สามารถทำได้โดยต้องเป็นหน่วยงานของรัฐ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ สถาบันอุดมศึกษาที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย หรือผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มกันจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือสหกรณ์การเกษตร และร่วมกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อขออนุญาตที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ หรือ อย. และต้องดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

จากกรณีเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2565 นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่อง "กัญชาถูกกฎหมาย ทำไมยังถูกจับ" ทาง เฟซบุ๊ก Ganja TV โดยระบุถึง การที่มีประมวลกฎหมายยาเสพติด 2564 โดยมีผลบังคับใช้ วันที่ 9 ธ.ค. 2564 ได้มีการประกาศใช้บังคับ ส่งผลให้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ในมาตรา 7 ที่กำหนดให้ “กัญชา” เป็นยาเสพติด ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ยังมีประชาชนถูกจับอยู่ โดยเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา มีคนมาบอกว่า ชาวบ้านปลูกกัญชา 2 ต้น ตำรวจบอกว่าจะดำเนินคดีให้ได้

“ผมถามตำรวจที่จับกุมว่า รู้ไหมประมวลกฎหมายกัญชา บังคับใช้แล้ว เขาบอกไม่ทราบ และเขาเเจ้งว่าใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 จับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบว่ามีกฎหมาย ประมวลยาเสพติด ออกมาแล้ว แต่ยังกลับไปใช้กฎหมายเก่าจับกุมอยู่ จึงไม่มีอำนาจจับ ส่วนบางท่านบอกว่าทราบว่า ประมวลกฎหมายยาเสพติดมีผลบังคับใช้ แต่เห็นว่ากัญชา ยังไม่ถูกยกเลิกว่า เป็นยาเสพติดประเภท 5 เว้นเเต่รัฐมนตรีประกาศว่าไม่เป็นยาเสพติด ดังนั้นรัฐมนตรีต้องประกาศมาก่อนว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ซึ่งเห็นว่าท่านตีความอย่างขยาย โดยท่านไม่ดูว่าหลักการตีความทางอาญานั้นต้องตีความโดยเคร่งครัด เเละต้องตีความตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย”

จึงขอฝากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมได้คุยกันว่าจะเอาอย่างไรกับกัญชา ให้รัฐมนตรีเป็นคนประกาศเสียก่อน เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดูว่า หลักการตีความ อย่างไร ผมเป็นรองประธานกรรมาธิการฯ ระบุไว้ชัดเจน มีเจตนารมณ์กฎหมาย ต้องการถอนกัญชาออกจากยาเสพติด

นายศุภชัย กล่าวว่า จึงขอฝากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมได้คุยกัน ว่าจะเอาอย่างไรกับกัญชา ขยันไปจับต้นสองต้น ไปทำไม ท่านไปดูประมวลยาเสพติด มีข้อความอันใด ที่ระบุกัญชาเป็นยาเสพติด วันนี้หากจะดำเนินคดี คนปลูก กฎหมาย มีความเห็นแย้ง เพราะการใช้กฎหมายอาญา มาตรา 2 บุคคลต้องรับโทษทางอาญา ต่อเมื่อทำความผิดตามกฎหมายขณะกระทำ บัญญัติว่ามีความผิด วันนี้ กฎหมายมีการเขียนไว้หรือไม่ ว่าการปลูกหรือครอบครองกัญชา มันเขียนเอาไว้บ้างไหม มีโทษเท่าไหร่ มันไม่ได้เขียนไว้เลย วันนี้ท่านจับก็ต้องไปดู หากอ้างกฎหมายเก่า ที่ไม่มีแล้ว ตัวท่านจะผิดเอา เพราะมันไม่มีอำนาจไปจับแล้ว

นายศุภชัย กล่าวว่า 1.) วันนี้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ปลดกัญชาจากประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 29 2.) พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7 ที่ระบุว่า กัญชาเป็นยาเสพติด ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว 3.) ท่านสามารถปลูก และใช้ประโยชน์จากกัญชาได้ หากท่านถูกดำเนินคดี พรรคภูมิใจไทย ยินดีส่งทนายความไปช่วย ดูแลในคดีให้กับท่าน สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 02-940-6999 และถ้าเห็นว่า พนักงานมาจับกุม และเห็นว่าไม่ถูกกฎหมาย ประสงค์จะดำเนินคดี ทางผมก็ยินดีเช่นกัน ดังนั้นถึงเวลาเจ้าหน้าที่รัฐต้องปรับทัศนคติกันใหม่เสียที

นายศุภชัย กล่าวย้ำว่า กัญชาสามารถปลูกได้ ตนเป็นคนออกกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่ หรือตำรวจ จะจับท่าน ให้บอกว่า ไปเปิดประมวลกฎหมายอาญาเสพติด ถ้ามีจับผมไปเลย ถ้าไม่มี ทางภูมิใจไทย ยินดีจะไปเป็นทนายให้ ประเทศนี้ปกครองด้วยกฎหมาย ต้องถามว่า ได้ดูประมวลกฎหมายย่าเสพติดแล้วหรือยัง ในมาตรา 29 ท่านเชื่อกฎหมาย บอกให้ตำรวจเชื่อกฎหมาย

“วันนี้กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ว่าห้าม ไม่ได้บอกว่ากัญชาเป็นยาเสพติด ถ้าท่านจะทำอะไรไม่ใช่เพื่อยาเสพติด เหมือนกะเพรา ลงกระทะ ถ้าตำรวจจะจับ ต้องบอกว่า ยืนยันไม่ได้กระทำผิด โดย พ.ร.บ.ประมวลยาเสพติด ฉบับใหม่ที่มีผลใช้บังคับ ไม่ได้มีเขียนไว้ว่ากัญชา เป็นยาเสพติดแล้ว หากยืนยันจะจับจะขอทนาย และจะติดต่อพรรคภูมิใจไทย และให้ทำบันทึกการจับกุมให้ชัดเจนว่าทำผิกฎหมายมาตราใด แต่ถ้าท่านยังยืนยันจะจับอาจจะเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชะลอการจับกุมไปก่อน ที่รัฐมนตรีจะออกข้อกำหนดอะไรต่างๆ ออกมา ค่อยมาพิจารณากัน เมื่อเทียบกับการที่จะโดนข้อกล่าวหา ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เพราะในขณะนี้ไม่มีกฎหมายใดกำหนดกัญชา เป็นยาเสพติดไว้แล้ว

นายศุภชัย กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีกฎหมายอีกฉบับ ที่จะออกมาดูแลเรื่องนี้ เนื่องจากเรามีข้อตกลงกับสหประชาชาติ มีอนุสัญญาเดี่ยว เรามีหน้าที่จะต้องมาดู สมมติทำเรื่องสารสกัด โรงงานอุตสาหกรรมต้องมาขออนุญาต แต่ชาวบ้าน ไม่มีเรื่องจะต้องขออนุญาตอีกต่อไป ประชาชนจะปลูกกัญชา ไม่ต้องขออนุญาตใคร แต่หลังจากนั้นจะมีประกาศอะไรออกมา เช่น ขออนุญาต หรือ จดแจ้ง ก็เป็นเรื่องอนาคต แต่ขณะนี้ไม่ต้องขออนุญาตใคร

ส่วนที่พรรคภูมิใจไทย ระบุว่าให้ปลูกได้ 6 ต้น เมื่อไหร่จะได้ นายศุภชัย กล่าวว่า ระหว่างรอระเบียบที่ยังไม่ออกมาบังคับใช้ ท่านปลูกได้ ไม่ได้จำกัดว่า กี่ต้น กฎหมายที่จะออกมาเราตั้งใจว่า ประชาชนทั่วไปไม่ต้องขออนุญาตเลย แต่หากเป็นระดับอุตสาหกรรม จะไปทำลักษณะ คอนแท็กฟาร์มมิ่งกับเกษตรกร ก็เป็นผลประโยชน์ เราไม่ได้ทำเพื่อนายทุน เราทำเพื่อประชาชน พี่น้องคนรากหญ้า เพราะพรรคภูมิใจไทย เราอยู่กับประชาชนคนรากหญ้า

ป.ป.ส. ยัน "กัญชา" ยังเป็นยาเสพติดประเภท 5 คนทั่วไปปลูกไม่ได้ผิดกฎหมาย

ต่อมาในวันที่ 11 ม.ค. 2565 นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (รองเลขาธิการ ป.ป.ส.) ในฐานะโฆษก สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เปิดเผยถึงกรณีการถูกจับกุมจากการปลูกกัญชา รวมถึงข้อสงสัยว่ากัญชาสามารถปลูกได้อย่างเสรีแล้วหรือยัง หลังจากประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2564 ซึ่งในหมวดประเภทของยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ ไม่มีชื่อกัญชาอยู่ในยาเสพติดประเภท 5 โดยระบุว่า "ประเภท 5 ยาเสพติดให้โทษที่มิได้เข้าอยู่ในประเภท 1 ถึงประเภท 4 เช่น พืชฝิ่น"

รองเลขาฯ ป.ป.ส.กล่าวว่า แม้ว่าประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ จะไม่มีชื่อกัญชาอยู่ในยาเสพติดประเภท 5 แต่ประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ ใหม่นั้น ได้ประกาศไว้ถึงการระบุชื่อยาเสพติดให้โทษว่า ยาเสพติดให้โทษชื่อใดอยู่ในประเภทใด ให้เป็นไปตามกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ส. ประกาศกำหนด ซึ่งจากเรื่องดังกล่าว กัญชา ยังคงอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภท 5 ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563 ที่มีผลบังคับใช้อยู่ ยกเว้นวัตถุหรือสาร เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในประเทศ เช่น เปลือก เส้นใย ใบที่ไม่มีช่อดอกติดมา สารสกัด CBD ที่มีสาร THC ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก

นายปิยะศิริ เผยอีกว่า ดังนั้น การปลูกกัญชาเองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะกัญชายังเป็นยาเสพติดประเภท 5 โดยแม้ว่าจะปลดล็อกในบางส่วนของพืชกัญชา เช่น เปลือก เส้นใย ใบ รวมถึง สาร CBD แต่มีข้อแม้ว่าส่วนประกอบดังกล่าวต้องมีที่มาจากแหล่งผลิตที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 5 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 93 ของพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท ถ้าเป็นการกระทำเพื่อการค้า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 1,500,000 บาท

รองเลขาฯ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ การขออนุญาตปลูกกัญชา สามารถทำได้ โดยต้องเป็นหน่วยงานของรัฐ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ สถาบันอุดมศึกษาที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย หรือผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มกันจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือสหกรณ์การเกษตร และร่วมกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อขออนุญาต ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ หรือ อย. และต้องดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

เนติบัณฑิตยสภาย้ำ 'กัญชา' ยังเป็นยาเสพติด และยังต้องขออนุญาตปลูก

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2565 ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องการปลูกกัญชาผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยว่า

"กัญชา" ยังเป็นยาเสพติด และยังต้องขออนุญาตปลูก

มีเสียงเรียกร้องให้ผมช่วยไขปัญหาข้องใจ เกี่ยวกับเรื่องกัญชาว่าทุกวันนี้เราสามารถปลูกกัญชาได้อย่างเสรีจริงหรือ? แม้กระทั่งคำถามที่ว่าปลูกได้แล้วบ้านละ 6 ต้น หรือคนที่ปลูกแล้วถูกจับจะทำอย่างไร ไปจนถึงเรื่องที่ชาวบ้านได้รับการสื่อสารข้อมูลว่าทำได้แต่ถูกจับ ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ผมขออนุญาตช่วยค้นหาข้อมูลมาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทุกท่านดังนี้

ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ที่มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2564 และ พรบ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 4 ให้ยกเลิกกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดเดิม 24 ฉบับ ที่ใช้บังคับอยู่ทั้งหมด แล้วนำมาประมวลรวมไว้ในที่เดียวกันคือ ประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่นี้ กฎหมายเขียนว่ายกเลิกกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2522 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ความผิดต่างๆ จะถูกยกเลิกไปครับ เพราะต้องตีความว่าการกระทำนั้น ๆ ยังคงถูกเขียนไว้ในกฎหมายใหม่หรือไม่

หลักก็คือเราจะทำผิดกฎหมายได้ก็ต่อเมื่อ มีกฎหมายในขณะกระทำเขียนไว้หรือไม่ว่าเป็นความผิด และมีบทกำหนดโทษไว้ด้วย กฎหมายใหม่จะใช้ย้อนหลังได้ในส่วนที่เป็นคุณครับ ส่วนที่เป็นคุณก็คือถ้ากฎหมายใหม่บอกว่าการมีกัญชาไว้ในครอบครอง ไม่เป็นความผิด จึงจะสรุปได้ว่า ไม่เป็นความผิดครับ

เรื่องกัญชา กฎหมายในปัจจุบันเขียนไว้ชัดเจนเกี่ยวกับ “กัญชา” ว่าการนำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ต้องขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ในกฎกระทรวง และ ห้ามผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เว้นแต่เป็นกรณีที่ได้รับอนุญาต หากกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท ยิ่งถ้าทำเป็นการค้ายิ่งโทษหนักขึ้นถึงขั้นจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท

ผมเห็นว่าความเข้าใจผิดในข้อกฎหมายนี้ เกิดขึ้นเพราะการยกตัวอย่างชื่อยาเสพติดประเภท 5 ที่กฎหมายเก่าบอกว่ายาเสพติดประเภท 5 เช่น กัญชา และพืชกระท่อม แต่กฎหมายใหม่กลับเขียนว่า ยาเสพติดประเภท 5 เช่น พืชฝิ่น

เมื่อกฎหมายใหม่ตัดคำว่ากัญชาออกไปแล้ว จึงไม่ถือว่ากัญชาเป็นยาเสพติดประเภท 5 อีกต่อไป การอ่านกฎหมายแบบนี้ อ่านไม่ตลอดครับ เพราะเมื่ออ่านกฎหมายให้จบ จะเห็นชัดเจนว่าการที่ยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวกับยาเสพติดเดิมไปนั้น ยังบัญญัติให้กฎหมายลำดับรองของ กฎหมายเหล่านั้นยังมีผลใช้บังคับอยู่ จนกว่าจะมีการออกกฎหมายลำดับรองฉบับใหม่ออกมา และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ยังระบุว่า กัญชาเป็นยาเสพติดประเภท 5 อยู่ โดยปลดล็อกบางส่วนของกัญชาเฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในประเทศ ไม่จัดเป็นยาเสพติดประเภท 5 นั้นก็คือ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน และรากเท่านั้นครับ เพราะสามารถใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์ได้ ส่วน ช่อดอกกัญชา และเมล็ดกัญชา ยังไม่ปลดล็อกจากยาเสพติด ขณะนี้ยังไม่มีประกาศใหม่ออกมา ดังนั้น ช่อดอกกัญชา และเมล็ดกัญชา จึงยังคงเป็นยาเสพติดประเภท 5 อยู่

ประชาชนทั่วไปยังไม่สามารถปลูกกัญชาได้โดยเสรี ผู้ที่จะขออนุญาตได้ต้องเป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมตัวกัน จัดตั้งวิสาหกิจชุมชน ยื่นขอจดทะเบียนตามกฎหมายก่อน โดยสามารถยื่นขอจดทะเบียนต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ และต้องดำเนินการภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) หรือมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐ และเอกชน จึงจะสามารถปลูกได้

ขณะนี้ผู้บังคับใช้กฎหมาย ทั้ง ป.ป.ส. ตำรวจ และพนักงานอัยการ ยังคงถือว่ากัญชาเป็นยาเสพติดอยู่ ถ้าพบว่ามีใครปลูกกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็จะจับดำเนินคดีทันทีครับ

ดังนั้น การจะปลูกเกษตรกรต้องรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนก่อน แล้วขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย และดำเนินการภายใต้เงื่อนไขของทางราชการโดยเคร่งครัด จึงจะสามารถปลูก กัญชา ได้ครับ”

มติ คกก.ควบคุมยาเสพติด ปลดล็อก "กัญชา" พ้นยาเสพติด

ต่อมาในวันที่ 20 ม.ค.2565 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรณีการเดินหน้ากำหนดทิศทางกฎหมายควบคุมยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามความในประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2564 เป็นต้นมา ซึ่งไม่มีการระบุชื่อ กัญชา และกัญชง ในประเภทของยาเสพติดให้โทษ

ดังนั้น ขั้นตอนแรก คือ การระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นตามระบุในประมวลฯ จะพิจารณาเห็นชอบ หลังจากนั้นจึงออกเป็นประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามต่อไป

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 โดยมี นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นประธานฯ ได้เห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. .... คือ สารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชง ซึ่งเป็นพืชในสกุล Cannabis ยกเว้นที่ไม่เป็นยาเสพติดให้โทษ คือ ก.สารสกัดจากพืชกัญชา กัญชง เฉพาะที่ได้จากการอนุญาตปลูกในประเทศ ในทุกส่วนที่มีปริมาณสาร THC ไม่เกิน 0.2% โดยน้ำหนัก และ ข.สารสกัดจากเมล็ดกัญชา กัญชง ที่ได้จากการปลูกในประเทศเช่นกัน

ล่าสุด ในวันนี้มีการประชุมคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด กำหนดให้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการฯ ซึ่งได้มอบหมายให้ นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมฯ โดยมีวาระเพื่อพิจารณาที่สำคัญ คือ (ร่าง) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 พ.ศ. .... โดยองค์ประชุมประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานจากหลายภาคส่วน อาทิ อธิบดีจากทุกกรมของกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) นายกสภาการแพทย์แผนไทย นายกสภาเภสัชกรรม และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่ง รมว.สาธารณสุข แต่งตั้งจำนวน 10 คน จากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ ในจำนวนนี้ให้แต่งตั้งจากภาคเอกชน ไม่น้อยกว่า 3 คน

มติในที่ประชุมเห็นชอบตรงกันในร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไป คือ การยกร่าง เสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(คณะกรรมการ ป.ป.ส.) เห็นชอบอีกครั้ง ซึ่งจะมีการประชุมกันในวันอังคารที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 13.00-14.00 น. นี้

ที่มาข้อมูล
"ศุภชัย" ประกาศ ปลูกกัญชา ไม่ผิดกฎหมาย 9 ธ.ค.64 ใครโดนจับโทรหา "ภูมิใจไทย" (ไทยรัฐออนไลน์, 10 ม.ค. 2565)
ป.ป.ส. ยัน "กัญชา" ยังเป็นยาเสพติดประเภท 5 คนทั่วไปปลูกไม่ได้ผิดกฎหมาย (ไทยรัฐออนไลน์, 11 ม.ค. 2565)
นักกฎหมาย ไขข้อข้องใจ ‘กัญชา’ ยังเป็นยาเสพติดหรือไม่ ประชาชนจะปลูกต้องทำเช่นไร (มติชนออนไลน์, 14 ม.ค. 2565)
มติ คกก.ควบคุมยาเสพติด ปลดล็อก "กัญชา" พ้นยาเสพติด

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: