'ออสเตรีย-สหรัฐฯ' ตรวจสอบรายงาน จนท.ทูตล้มป่วยด้วย 'ฮาวานา ซินโดรม'

กองบรรณาธิการ TCIJ 21 ก.ค. 2564 | อ่านแล้ว 796 ครั้ง

'ออสเตรีย-สหรัฐฯ' ตรวจสอบรายงาน จนท.ทูตล้มป่วยด้วย 'ฮาวานา ซินโดรม'

ออสเตรียและสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบรายงานที่ว่าเจ้าหน้าที่การทูตของสหรัฐฯ ในกรุงเวียนนา ล้มป่วยด้วยอาการลึกลับคล้ายกับที่เกิดขึ้นในสถานทูตสหรัฐฯ ในหลายประเทศทั่วโลก หรือที่เรียกว่า 'ฮาวานา ซินโดรม' (Havana syndrome) ซึ่งมีการตั้งข้อสังสัยว่าเกิดอาจจะเกิดจากคลื่นไมโครเวฟ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่ารัฐบาลรัสเซียอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ | ที่มาภาพประกอบ: Strange Syndromes

VOA รายงานว่าเจ้าหน้าที่ของออสเตรียและสหรัฐฯ เปิดเผยในวันที่ 17 ก.ค. 2021 กำลังตรวจสอบรายงานที่ว่าเจ้าหน้าที่การทูตของสหรัฐฯ ในกรุงเวียนนา ล้มป่วยด้วยอาการลึกลับคล้ายกับที่เกิดขึ้นในสถานทูตสหรัฐฯ ในหลายประเทศทั่วโลก หรือที่เรียกว่า "ฮาวานา ซินโดรม" (Havana syndrome)

รายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร The New Yorker เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2021 เปิดเผยว่าตั้งแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ม.ค. 2021 มีนักการทูตและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอเมริกัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านอื่น ๆ ในกรุงเวียนนา ออสเตรีย ล้มป่วยด้วยอาการฮาวานา ซินโดรม แล้วมากกว่า 20 คน

กระทรวงการต่างประเทศออสเตรียระบุว่า ขณะนี้กำลังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์นี้ ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเช่นกันว่า มีการตรวจสอบอาการเจ็บป่วยโดยไม่มีคำอธิบาย หรือ unexplained health incidents (UHI) ในหมู่นักการทูตอเมริกันในกรุงเวียนนา

โฆษกสหรัฐฯ เผยด้วยว่า เจ้าหน้าที่ที่ล้มป่วยทุกคนได้รับการดูแลรักษาแล้ว และทางการกำลังจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อจัดการกับปัญหานี้ทั่วโลก เพื่อให้สามารถป้องกันเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ที่สถานทูตอเมริกันในประเทศต่าง ๆ ต่อไป

เมื่อเดือน พ.ค. 2021 สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังสืบสวนเหตุการณ์ลึกลับที่เชื่อว่าเป็นการโจมตีจากศัตรูต่างชาติต่อเจ้าหน้าที่การทูตอเมริกัน ทำให้เกิดการล้มป่วยอย่างประหลาด และอาจสร้างความเสียหายต่อสมองแก่เจ้าหน้าที่ด้านการทูตและข่าวกรองของสหรัฐฯ

การโจมตีที่ยังไม่สามารถอธิบายที่มาและสาเหตุได้นั้น เริ่มพบครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2016 ที่สถานทูตอเมริกันในกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา ก่อนที่จะเกิดขึ้นอีกที่จีน รัสเซีย และประเทศอื่น ๆ รวมทั้งเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ด้วย

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าการโจมตีที่ว่านี้อาจจะเกิดจากคลื่นไมโครเวฟ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่ารัฐบาลรัสเซียอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: