'แอมเนสตี้' ชี้ร่าง พ.ร.บ.องค์กรไม่แสวงผลกำไรอาจถูกใช้เพื่อปราบปรามภาคประชาสังคม

กองบรรณาธิการ TCIJ 27 ธ.ค. 2564 | อ่านแล้ว 1127 ครั้ง

'แอมเนสตี้' ชี้ร่าง พ.ร.บ.องค์กรไม่แสวงผลกำไรอาจถูกใช้เพื่อปราบปรามภาคประชาสังคม

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้ร่าง พ.ร.บ.องค์กรไม่แสวงผลกำไรอาจถูกใช้เพื่อปราบปรามภาคประชาสังคม รียกร้องให้รัฐบาลไทยถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ทันที และยืนยันถึงพันธกรณีทั้งตามรัฐธรรมนูญของตนและพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

ก่อนจะถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 28 ธ.ค. 2564 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกระตุ้นรัฐบาลให้ถอนร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ....ทันที หลังได้พิจารณาสำเนาของร่างกฎหมายฉบับล่าสุดแล้ว

โรเซียน ไรฟ์ รองผู้อำนวยการภูมิภาค แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่า กฎหมายที่มีเนื้อหาจำกัดสิทธิจนเกินขอบเขตเช่นนี้ อาจถูกใช้ในทางที่ผิด เพื่อขัดขวางการดำเนินงาน หรือถึงขั้นสั่งปิดองค์กรระดับรากหญ้าจำนวนมาก รวมทั้งกลุ่มประชาสังคมทั้งภายในและระหว่างประเทศในไทย ซึ่งคุกคามต่อสถานะของไทย ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคขององค์กรไม่แสวงผลกำไรในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

"การกำหนดลักษณะงานที่ต้องห้ามในร่างกฎหมาย มีเนื้อหากว้างเกินไป ครอบคลุมงานหลายด้าน และเปิดโอกาสให้มีการปฏิบัติมิชอบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินโดยปรกติของภาคประชาสังคม"

"ในบรรดามาตราต่าง ๆ ของร่างฉบับล่าสุดที่สร้างปัญหา มีอยู่หนึ่งมาตราที่ห้ามองค์กรไม่แสวงหากำไรไม่ให้ทำงานที่กระทบต่อ 'ความสงบเรียบร้อย' 'ศีลธรรมอันดี' หรือ 'ความเป็นอยู่โดยปกติสุขของบุคคลอื่น' คำที่มีเนื้อหากำกวมเช่นนี้ ทำให้หลายองค์กรเสี่ยงที่จะตกเป็นเป้าการใช้อำนาจที่ขาดการตรวจสอบ และเป็นไปตามดุลพินิจของทางการ ในประเทศที่มีประชากร 70 ล้านคน ข้อบทอย่างใดอย่างหนึ่งนี้ อาจถูกนำมาใช้โดยพลการได้อย่างง่ายดาย เพื่อจำกัดอย่างรุนแรงต่อสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การสมาคม และการชุมนุมอย่างสงบ และสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ

"แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใส และกระบวนการรับฟังความเห็นที่มีส่วนร่วมได้อย่างจริงจัง และกระตุ้นให้ทางการไทยแสวงหาความเห็นเพิ่มเติมจากสาธารณะ องค์กรไม่แสวงหากำไร และพันธมิตร เพื่อให้กฎหมายนี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ"

"เราเรียกร้องให้รัฐบาลไทยถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ทันที และยืนยันถึงพันธกรณีทั้งตามรัฐธรรมนูญของตนและพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ"

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์
www.facebook.com/tcijthai

ป้ายคำ
Like this article:
Social share: